ข่าว

พาณิชย์ชงอีกแทรกแซงข้าวเอื้อโรงสี

พาณิชย์ชงอีกแทรกแซงข้าวเอื้อโรงสี

05 เม.ย. 2553

พาณิชย์ ตั้งเป้าแทรกแซงข้าวเปลือกเล็งดึงผลผลิตออกจากตลาด 9 แสนตัน ปิ๊งไอเดียแปลกเอื้อโรงสีนำข้าวเปลือกมาแลกข้าวในสต็อกหรือรับซื้อข้าวสารที่สีแล้วจากโรงสี

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้ส่งอออกข้าวและโรงสีข้าว เพื่อกำหนดมาตรการพยุงราคาข้าวเปลือกนอกเหนือไปจากมาตรการประกันราคาว่า ขณะนี้ผลผลิตข้าวเปลือกที่อยู่ในมือเกษตรกรเตรียมทยอยออกสู่ตลาดอีกประมาณ 1.8 ล้านตันข้าวเปลือก ดังนั้นเพื่อไม่ให้ราคาในตลาดตกต่ำลง กระทรวงพาณิชย์เตรียมที่จะเข้าแทรกโดยดึงผลผลิตออกจากตลาดครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 9 แสนตันข้าวเปลือก แต่เนื่องจากที่ผ่านมามาตรการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกของรัฐบาลรับซื้อได้ไม่ทั่วถึงทำให้ดูดซับผลผลิตได้ไม่มาก รวมทั้งโรงสีก็ไม่สนใจเข้าร่วมโครงการเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

 ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์เตรียมออกมาตรการจูงใจให้โรงสีและผู้ส่งออกข้าวเข้ามาช่วยรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา ในราคานำตลาด เพื่อดึงให้ราคาในตลาดสูงขึ้น โดยรัฐบาลจะให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อ 2 รูปแบบ คือ 1.นำข้าวเปลือกที่รับซื้อมาแลกข้าวสารจากสต็อกรัฐบาล ซึ่งเป็นข้าวเก่าคุณภาพดี เพื่อนำไปขายหรือส่งออกต่อ หรือ 2.นำข้าวเปลือกที่รับซื้อไปสีเป็นข้าวสาร เพื่อขายต่อให้แก่รัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยหยุดไม่ให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงไปมากกว่านี้ และในระยะยาวราคาจะเพิ่มสูงขึ้น

 “สำหรับอัตราส่วนการแลกข้าวเปลือกต่อข้าวสาร และราคานำตลาดที่จะกำหนดเป็นราคารับซื้อ รวมถึงราคารับซื้อข้าวสารจากโรงสีและผู้ส่งออก และงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการนั้น ต้องหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง คาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดของมาตรการให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติพิจารณาได้สัปดาห์หน้า” นางพรทิวากล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามาตรการที่เปิดโอกาสให้โรงสีซื้อข้าวเปลือกจากโครงการมาสีเป็นข้าวสารและขายต่อให้รัฐบาล มีความเสี่ยงต่อการทุจริต เนื่องจากอาจเปิดช่องให้โรงสีนำข้าวเปลือกเก่าในโกดังของตนเองมาสีเป็นข้าวสารและขายให้รัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าป็นข้าวเปลือกฤดูใหม่ที่รับซื้อมาจากเกษตรกรจริงหรือไม่ ซึ่งหากโรงสีนำข้าวเปลือกในสต็อกตนเองมาสวมโควตาสีแปรเป็นข้าวสารและขายให้แก่รัฐบาล โดยไม่ได้รับซื้อข้าวจากเกษตรกรก็จะไม่สามารถดึงผลผลิตข้าวส่วนเกินออกจากตลาด หรือแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำได้จริง