
ศึกม็อบทำลายเศรษฐกิจ
แต่ละวันผ่านไปของการชุมนุมโดยกลุ่มมวลชนเสื้อแดง ประชาชนยิ่งได้เห็นพฤติกรรมของการท้าทาย ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง เช่น การท้าทายหมายจับ การไม่ยอมรับหมายศาล และการไม่สนใจหมายจับ เท่ากับเป็นการเหยียบย่ำกฎหมายบ้านเมืองนั่นเอง
แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหัวหน้ามวลชนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหนีโทษจำคุก ก็ไม่เคยยอมรับกระบวนการยุติธรรมถ้าหากตัวเองเสียเปรียบ ไม่ได้ประโยชน์ ทั้งๆ ที่เป็นระบบเดียวกันกับที่ตัวเองและเครือข่ายใช้เป็นวิธีฟ้องร้องฝ่ายตรงข้าม และตัวเองมักประณามผู้อื่นว่าใช้วิธีสองมาตรฐาน ไม่เป็นการยอมรับ เพราะต้องการให้เป็น “มาตรฐานทักษิณ” อย่างเดียวเท่านั้น
การไร้เหตุผล ไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อธุรกิจ ด้วยการยึดพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ จึงไม่ใช่การแสดงออก หรือการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เพราะเห็นได้ชัดว่าการข่มขู่คุกคามด้วยคำพูดและกฎหมู่นั้นเข้าข่ายเป็นกบฏ และอนาธิปไตย อันไม่ใช่เป็นลักษณะของผู้เคารพ กฎ กติกาของบ้านเมือง
รัฐบาลย่อมเห็นได้ชัดว่าแกนนำเสื้อแดงบางกลุ่มกำลังหาเหตุเพื่อให้มีความรุนแรง เช่นการยอมให้ถูกจับเพื่อสร้างความโกรธแค้นให้มวลชนก่อการจลาจล ดังเช่นเกิดในช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา แต่จะทำอย่างไรเพื่อหาทางออกและบรรเทาความเสียหายต่อภาคธุรกิจ นอกเหนือจากการใช้ชีวิตโดยปกติของประชาชน เพราะมีความละเอียดอ่อนด้านเงื่อนเวลาและสถานที่
เมื่อเปิดทำการธุรกิจวันจันทร์ที่ผ่านมา ธุรกิจของห้างร้าน สำนักงานต่างๆ ในบริเวณสี่แยกราชประสงค์และใกล้เคียงต้องปิดทำการ และตัวเลขความเสียหายจากการประเมินเบื้องต้นคือ 1 พันล้านบาทต่อวัน สำหรับกลุ่มรายใหญ่ ไม่นับรายย่อยและธุรกิจอื่นๆ เช่นการท่องเที่ยว โรงแรม ฯลฯ
ตลาดหุ้นเริ่มปรับราคาลง เพราะมีความไม่มั่นใจ สวนทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค คาดนักลงทุนกังวลเหตุการณ์วุ่นวายทางการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ยึดพื้นที่แยกราชประสงค์ ซึ่งถือเป็นหัวใจธุรกิจของประเทศ และยังท้าทายเคลื่อนขบวนปิดล้อมย่านธุรกิจสำคัญ เช่น สีลม
นักลงทุนต่างแสดงความกังวลว่าการชุมนุมอาจฉุดให้ธุรกิจชะงัก ความเสียหายนับหมื่นล้านบาท ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อร้านค้าย่อย ลูกจ้าง และพนักงาน ขณะที่รัฐบาลใช้กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ และออกหมายจับ 5 แกนนำ
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มองว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบและความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ต้องเฝ้าดูว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อนานแค่ไหน หากการชุมนุมยืดเยื้อ ก็จะมีผลกระทบแน่นอน แต่ถ้าเกิดเพียงช่วงสั้น ก็อาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตามการชุมนุมอย่างไร้เหตุผล การคุกคามผู้ไม่เห็นด้วย ย่อมไม่เป็นที่พึงปรารถนาในสังคมประชาธิปไตย



