ข่าว

ขอรัฐบาลใหม่ ชดเชย 'ญาติวีรชนเดือนพฤษภา 35 '

ขอรัฐบาลใหม่ ชดเชย 'ญาติวีรชนเดือนพฤษภา 35 '

17 พ.ค. 2566

31 ปี พฤษภา 35 กลุ่มญาติวีรชน ขอรัฐบาลประชาธิปไตย ชดเชยค่าเสียหาย ภาระกิจสุดท้ายของกรรมการ 'ญาติวีรชนเดือนพฤษภา'

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการ ญาติวีรชนพฤษภา 35 ยืนยันว่า จะดำเนินการสืบสานเจตนารมณ์วีรชนจนถึงวันสุดท้ายของลมหายใจ ญาติวีรชนได้ทำเจตนารมณ์ 3 อย่าง ลุล่วงแล้วประกอบด้วย

 


1. ให้รัฐบาลยอมรับเหตุการณ์พฤษภาคมประชาธรรม ซึ่งรัฐบาลยอมรับแล้ว
2. การสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งญาติวีรชนทำให้เป็นตัวอย่างแล้วด้วยการอโหสิกรรมให้กับผู้ที่ทำให้ต้องสูญเสียสมาชิกของครอบครัว โดยที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องร้องขอ
3. การสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนพฤษภา 35 

 

แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่อย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำให้ญาติวีรชนคือ การชดเชยเยียวยาให้กับญาติวีรชน จึงฝากถึงผู้แทนราษฎรที่จะได้เป็นรัฐบาลในสมัยหน้าพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราะที่ผ่านมาญาติวีรชน ไม่ร้องขอและไม่ยอมรับการชดเชยที่ไม่มีศักดิ์ศรีโดยเฉพาะจากรัฐบาลเผด็จการ

 

พร้อมฝากถึงพรรคการเมืองให้ทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่มีมติบอกนักการเมืองชัดเจนแล้วว่า ต้องการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ฝ่ายการเมืองต้องทำให้ได้ อย่าให้ประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงผิดหวัง

นาย สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันแรงงานไทย วางพวงมาลา พร้อมกล่าวถึงบทบาทของขบวนการผู้ใช้แรงงานที่ร่วมในเหตุการณ์พฤษภา35 ว่า ผู้ใช้แรงงานเข้าใจภารกิจและบทบาทในการต่อสู้เป็นอย่างดี และเผด็จการนั้นแต่งตัวมาหลายรูปแบบ

 

หากมีอาวุธมีรถถังเป็นเครื่องมือก็เห็นภาพได้ชัดเจน แต่ยังมีเผด็จการที่ซ่อนรูปคือ เผด็จการทุนนิยม โดยในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น เจตนารมณ์ของประชาชนชัดเจนแล้วว่า ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง ขณะที่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานไม่ต้องการให้ผู้ใดไปเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์นี้

 

จึงขอฝากถึงนักการเมืองที่ได้เข้าสภาฯว่า ต้องเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา แต่ไม่ต้องการเห็นลักษณะพวกมากลากไป ขอให้ยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง และอย่าสร้างเงื่อนไขให้ฝ่ายเผด็จการที่จะยกอ้างในการขอรัฐประหารโดยเฉพาะการทุจริตคอรัปชั่น และทุกฝ่ายอย่าบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน ให้กระบวนการทั้งหมดเดินหน้าไปตามครรลองประชาธิปไตย

 

หากไม่พึงพอใจกับพรรคการเมืองหรือใครก็แล้วแต่ ก็มีหนทางประชาธิปไตยในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงในท้ายที่สุด และนักการเมืองลืมศักดิ์ศรีและคำมั่นที่เคยให้ไว้กับประชาชน