ข่าว

 คุก

คุก

06 เม.ย. 2553

การปลุกระดม ข่มขู่ของแกนนำเสื้อแดงเห็นทีจะต้องถึงจุดสิ้นสุดแล้ว

 บ้านเมืองไม่ควรบอบซ้ำไปมากกว่านี้ การนำมวลชนไปปิดถนนแยกราชประสงค์ศูนย์กลางธุรกิจ ถนนวิภาวดีรังสิตประตูสู่กรุงเทพฯ ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมพังพินาศ คนเมืองหลวงตกอยู่ในสภาวะถูกมัดมือมัดเท้า ถูกละเมิดสิทธิ เหมือนโดนจองจำ

 ยังไม่นับรวมถึงการบีบให้ห้างสรรพสินค้าเปิดให้กลุ่มมวลชนเข้าไปใช้ห้องน้ำ สุ่มเสี่ยงต่อพวกมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสสวมรอยเข้าไปลักทรัพย์หรือมือที่สามเข้าไปสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย

 คนกรุงเทพฯ ถูกละเมิดสิทธิไปทั่ว ผู้ใช้บริการรถโดยสารเข้าพื้นที่ไม่ได้ต้องลงรถหาทางไปเอง บางคนนัดหมายถูกเลื่อนจนเสียหาย หรือกรณีคนไข้โรงพยาบาลตำรวจที่รับผลกระทบเต็มๆ จากเสียงบนเวที และหากมีใครต้องเสียชีวิตขณะเข้าไปรักษาตัวไม่ทันใครจะรับผิดชอบ

 มีพ่อค้าแม่ค้าห้างสรรพสินค้าอีกมากมายที่ขายของไม่ได้โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่มีเงินสะพัดมหาศาลทุกปี นักเรียนไม่สามารถเรียนพิเศษได้เพราะโรงเรียนกวดวิชาประกาศปิดตัวเพื่อความปลอดภัย มีอีกมากมายได้รับผลกระทบ

 วันนี้แกนนำคนเสื้อแดงฮึกเหิมขนาดข่มขู่จะพังกรุงเทพฯ ไปพร้อมกันหากรัฐบาลไม่ยอมยุบสภา ลาออก

 จตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำประกาศว่า ขณะนี้มีโทษเกินกว่าประหารชีวิตแล้ว ต้องเดินหน้าเพื่อล้มล้างรัฐบาลให้ได้ เข้าทำนองถอยไม่ได้เพราะมีคุกค้ำคออยู่

 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำอีกคนก็ออกแนวข่มขวัญบนเวทีให้ห้างสรรพสินค้าเปิดห้องน้ำให้ใช้ เพราะหากเสื้อแดงอยู่ไม่ได้ ผู้ประกอบการก็อยู่ไม่ได้

 วีระ มุสิกพงศ์ บอกว่าอาจตัดสินใจนำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอาจมีปฏิบัติการรุนแรงถึงขั้นอาจเผาสถานที่ราชการได้เพราะเหตุไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่เป็นสองมาตรฐาน

 อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ก็เช่นกันบอกว่านับจากนี้ไป นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไม่สามารถเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลได้ และหากนายกฯ กลับบ้านก็จะมีรถจักรยานยนต์ 500 คัน ปิดล้อมขับไล่ไม่ให้นายอภิสิทธิ์กลับเข้าบ้าน

 นี่คือการข่มขู่ ลิดรอนสิทธิผู้อื่น การกระทำแบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่ใช้กฎหมู่ละเมิดกฎหมาย

 รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อพฤติกรรมแบบนี้ไม่เฉพาะเสื้อแดง แต่รวมถึงม็อบในอนาคตเพราะหากกฎหมายใช้ปกครองไม่ได้ คุกก็มีไว้ขังหมาแล้วกัน!!