
ไทม์มองการเมืองไทยยึดแน่นกับสีมากกว่าชาติอื่น
ไทม์ระบุว่า คนไทยแสดงออกทางการเมืองผ่านทางสีเสื้อ และยึดแน่นกับสีมากกว่าชาติอื่น ขณะที่การเมืองเป็นอัมพาตเพราะการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่าย มานานหลายปี
(5เม.ย.) เว็บไซท์นิตยสารไทม์ รายงานว่า ในประเทศไทย ผู้คนแสดงออกทางการเมืองผ่านทางสีเสื้อ ในขณะที่การเมืองเป็นอัมพาตเพราะการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่าย มานานหลายปี ซึ่งก็คือ คนเสื้อแดง ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโค่นอำนาจโดยการรัฐประหารเมื่อปี 2549 และต่อมาถูกพิพากษาว่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ กับคนเสื้อเหลือง ที่ต่อต้าน พตท.ทักษิณ และรัฐบาลที่สนับสนุนเขา
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม กลุ่มคนเสื้อแดงที่อ้างมีจำนวนนับแสนคน และส่วนใหญ่เกณฑ์มาจากพื้นที่ชนบท ได้เริ่มหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ โดยรถบัส , รถปิ๊คอัพ , เรือ และพาหนะอื่น ๆ เพื่อบีบให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งใหม่ ที่พวกเขาอ้างว่า เป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน ขณะที่เมื่อปี 2551 กลุ่มคนเสื้อเหลืองได้บุกยึดทำเนียบรัฐบาลนานถึง 3 เดือน ก่อนจะไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองนาน 1 สัปดาห์ นำมาซึ่งหายนะต่อภาคอุตสาหกกรรมการท่องเที่ยว อันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พอรัฐบาลชุดปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อำนาจ พวกเสื้อแดงก็ขัดขวางการประชุมสุดยอดที่พัทยา ทำให้ต้องอพยพฉุกเฉินผู้นำชาติต่าง ๆ โดยทางอากาศตามด้วยการประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล และการประท้วงที่ก่อให้เกิดเหตุรุนแรงทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
การปฏิวัติที่ใช้สีเป็นสัญลักษณ์ เช่น กรณีสีส้มในยูเครน หรือการใช้ดอกกุหลาบในจอร์เจียได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีการเมืองแบบผสม หรือ การใช้สีเป็นสัญลักษณ์แต่ก็ไม่มีประเทศไหนที่คร่ำเคร่งเอาจริงเอาจังแบบไทย เช่น ในสหรัฐ พรรคเดโมแครตใช้สีน้ำเงิน
เป็นตัวแทน แต่ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ก็ยังผูกเน็คไทสีแดงในวันทำพิธีสาบานตน หรืออดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ยังผูกเน็คไทสีน้ำเงินในวันสาบานตนของโอบาม่า
ที่จริง เรื่องการใช้สีนั้น ยังมีนอกเหนือจากเรื่องการเมือง เช่น คนเกิดวันพุธ ก็มักจะเลือกสีเขียวเป็นสีนำโชค วันเสาร์เลือกสีม่วง เมื่อสีเหลืองกับสีแดง กลายเป็นสีที่ขัดแย้งทางการเมืองไปแล้วดังนั้น สีที่น่าจะปลอดภัยต่อการสวมใส่ทุกวันนี้ อาจจะเป็นสีชมพูอันเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล



