
ภานุพงศ์ชี้แก๊งบึ้มป่วนเมือง-ปริมณฑลมี2กลุ่มใหญ่
"บิ๊กอ๊อด"เร่งสาง 26 คดีบึ้มกลางกรุง- รอยต่อปริมณฑล ระบุคนร้ายมี 2 กลุ่มใหญ่ จี้ทีมสืบรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับ ชี้ถ้าไม่อยากถูกจับให้หยุดป่วนเมือง-สร้างสถานการณ์โดยเร็ว
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 เม.ย. พล.ต.อ.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษา สบ.10 กำกับดูแลกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะประธานคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดในพื้นที่ กทม. ได้เรียกประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจครบาล ตั้งแต่ระดับ ผบช.น. รอง ผบช.น.ลงไปจนถึง ผบก. และ รอง ผบก.ที่รับผิดชอบงานด้านการสืบสวนสอบสวน และ ผกก.สืบสวนทุกพื้นที่ที่มีคดีระเบิดเกิดขึ้น เพื่อเร่งรัดติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน สอบถามอุปสรรคปัญหาต่างๆ และวางแนวทางการสืบสวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการเร่งรัดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดรถยนต์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดภายในอาบอบนวดโพไซดอน และสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที เมื่อคืนที่ผ่านมาด้วย โดยมีนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
พล.ต.อ.ภานุพงศ์ กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงความปลอดภัยพื้นที่ กทม. นับตั้งแต่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับระเบิดโดยสรุปแล้วเกิดขึ้นใน กทม. และปริมณฑล มากถึง 26 คดี ส่วนจังหวัดอื่นมีทั้งหมด 9 คดี จึงจัดตั้งชุดสืบสวนชุดใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติประกอบด้วยผู้ชำนาญในด้านต่างๆ
ที่ปรึกษา สบ.10 กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนสามารถจัดกลุ่มลักษณะของประเภทชนิดของระเบิดแบ่งเป็น ขว้าง ยิง และแสวงเครื่อง โดยสามารถนำมาจัดกลุ่มคนร้ายจาก ตำหนิ รูปพรรณ ต่างๆ รวมถึงยานพาหนะ ในทุกคดีโดยรวบรวมไว้เป็นระบบ ปรากฏว่าจากการรวบรวมกลุ่มที่สร้างสถานการณ์นั้นมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ๆ ขณะนี้พอทราบข้อมูลในแต่ละคดี และสามารถเชื่อมโยงกันได้ในคดีต่างๆ จนมองเห็นภาพ โดย รรท.ผบ.ตร.กำชับให้รวมรวมหลักฐานให้ชัดเจนเพื่อจะไม่เป็นประเด็นทางการเมือง โดยยึดจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อนำไปสู่ตัวคนร้าย ส่วนคดีระเบิดที่โพไซดอน ก็รวบรวมพยานหลักฐานได้ข้อมูลคืบหน้าไปพอสมควร ขอวิงวอนให้ทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวหยุดการกระทำ เพราะขณะนี้มีข้อมูลมากแล้วถ้าพร้อมขออนุมัติออกหมายจับก็จะจับกุมทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระบุได้หรือไม่เป็นกลุ่มไหน พล.ต.อ.ภานุพงศ์ กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวมาจากการแยกตำหนิรูปพรรณยานพาหนะ แต่อาจจะมีมากกว่า 2 กลุ่มที่สร้างสถานการณ์อยู่ขณะนี้
เมื่อถามว่า ข้อมูลระบุว่ามีผู้มีสี หรือ เสธ.อยู่เบื้องหลัง พล.ต.อ.ภานุพงศ์ กล่าวว่า ถ้าพยานหลักฐานพร้อมจึงจะทราบอยู่ระหว่างการรวบรวมรวบหลักฐานขอออกหมายจับถึงจะทราบว่าใครเป็นผู้กระทำและผู้อยู่เบื้องหลัง ตอนนี้ต้องขอเวลาตำรวจทำงานก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
ถามว่า ระเบิดโพไซดอนเกี่ยวข้องสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.ต.อ.ภานุพงศ์ กล่าวว่า มีการประสานข้อมูลกับ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 เพราะจากการตรวจสอบรถยนต์คนร้ายซื้อมาจาก จ.เชียงใหม่ ได้ข้อมูลพอสมควรเกี่ยวกับตำหนิรูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะของคนร้าย ถ้าจับกุมได้ถึงทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง และเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ซึ่งคนร้ายทิ้งร่องรอยหลักฐานมากพอสมควรแล้ว
ถามว่า การใช้ระเบิดแสวงเครื่องนั้นเป็นการเร่งเร้าสถานการณ์หรือไม่ ที่ปรึกษา สบ.10 ชี้แจงว่า คดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการสร้างสถานการณ์ ผู้กระทำมีจุดประสงค์หวังผลให้เกิดความวุ่นวายความไม่สงบในบ้านเมือง ถ้าจับกุมได้เหตุการณ์ก็จะเงียบไปเอง



