
โพลล์วันสงกรานต์คนไทย78.2%ขอให้ประเทศสงบ
เอแบคเปิดโพลล์วันสงกรานต์ คนไทย 78.2% ขอพร อยากเห็นประเทศชาติสงบสุข อึ้ง 1 ใน 4 ไม่อยากเฉลิมฉลอง เผยปี 52 เจอทั้งวิวาท มึนเมา เกือบ 90% ขอพื้นที่สงกรานต์สนุก-ปลอดภัย ไม่มีเหล้า ไร้ชกต่อย เลิกลวนลาม สสส.-สคล. ผนึกเครือข่าย รุกขยาย วัฒนธรรมสร้างสุข สงกรานต
(5เม.ย.) ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และสสส. จัดแถลง “วัฒนธรรมสร้างสุข สงกรานต์ปลอดภัย สนุกสุขใจไร้แอลกอฮอล์ ปี 2553” โดย รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผอ.สำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สสส. กล่าวว่า ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ร่วมกับ สคล. และสสส. “สำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ปี 2553” ในประชาชนเขตกรุงเทพฯ 1,271 ราย อายุ 12-60 ปี ช่วงวันที่ 31 มี.ค.- 2 เม.ย. ที่ผ่านมา พบ เมื่อสอบถามความเห็นถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ปี 2552 กลุ่มตัวอย่าง 61% เล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งสถานที่ที่ไปมากที่สุดคือ ตรอกข้าวสาร สนามหลวง สีลม รองลงมาคือ พัทยา บางแสน เชียงใหม่
“แต่ในปีนี้มีประชาชนตั้งใจจะเล่นน้ำสงกรานต์เพียง 36.7% อีก 28.1% ระบุว่าจะไม่เล่น ขณะที่ 35.2% ยังไม่แน่ใจ ส่วนสถานที่ที่จะไปยังเหมือนในปี 2552 เมื่อถามว่าอยากไปที่ไหนมากที่สุดหากเลือกได้อันดับหนึ่งคือจังหวัดเชียงใหม่ และในโอกาสปีใหม่ไทยปีนี้ พรที่คนไทยอยากขอมากที่สุดไม่ใช่ขอให้ตัวเองหรือครอบครัว แต่ 78.2% ขอให้ประเทศชาติสงบสุข 13.8% ต้องการมีสุขภาพแข็งแรง 5.9% ขอให้ร่ำรวย เมื่อถามถึงระดับความรุนแรงในการเล่นน้ำปี 2552 มีเพียง 22.9% ที่ระบุว่า รุนแรงน้อยถึงไม่รุนแรง โดยปัญหาที่พบคือ 1.วิวาท ยกพวกตีกัน44.2% 2.การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มั่วสุมมอมเมา 35.3% 3.อุบัติเหตุบนถนน 25.5%”รศ.ดร.วิลาสินี กล่าว
รศ.ดร.วิลาสินี กล่าวอีกว่า กลุ่มตัวอย่าง 13.0% เชื่อว่าในปี 2553 พฤติกรรมการเล่นสงกรานต์ของคนไทยจะดีกว่าปี 2552 แต่ 10.6 % เห็นว่าจะแย่กว่าเดิม เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ตามด้วยวัยรุ่นมีพฤติกรรมที่เสี่ยงมากขึ้น ซึ่ง 87.8% อยากให้สนับสนุนเขตเล่นน้ำสงกรานต์สนุกสนานปลอดภัย โดยระบุว่าพื้นที่สนุกสนานปลอดภัยคือ 72.9 % ต้องไม่มีคนเมา 72.5% ไม่มีการลวนลาม อนาจาร โคโยตี้ 71% ไม่มีเรื่องชกต่อยทะเลาะวิวาท โดย 43.6 % ต้องการให้จัดระเบียบการเล่นสงกรานต์ อาทิ แต่งกายเหมาะสม ห้ามเล่นน้ำรุนแรง ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ 61.2% เห็นว่าหน้าบ้านตัวเอง เป็นพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่ปลอดภัยที่สุด
รศ.ดร.วิลาสินี กล่าวด้วยว่า เหตุผลที่กลุ่มตัวอย่างอยากไปเที่ยวสงกรานต์ในจังหวัดต่างๆ 3 อันดับแรกคือ ชื่นชมศิลปวัฒนธรรม พื้นที่สนุกสนาน ปลอดภัย ซึ่งผลสำรวจทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าคนไทยต้องการเที่ยวสงกรานต์อย่างสนุกสนาน ปลอดภัย สอดคล้องกับกิจกรรมที่ภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดโซนนิ่งสถานที่ปลอดภัยน่าเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้คำขวัญ “วัฒนธรรมสร้างสุข สงกรานต์ปลอดภัย สนุกสุขใจไร้แอลกอฮอล์ ปี 2553” วันที่ 12-15 เม.ย. ขยายพื้นที่ปลอดเหล้าเพิ่มจากปีที่ผ่านมาเป็น 27 จังหวัด อาทิ มหัศจรรย์ 9 ถนนข้าวชื่อดัง สร้างพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม โดยไม่พึ่งแอลกอฮอล์ก็สนุกได้ ที่สำคัญไม่ทำให้สงกรานต์กลายเป็นการ “สาดเลือดแทนการสาดน้ำ” ที่มีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ กิจกรรมครั้งนี้จะมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 7 พันคน
นายวัลลภ วรรณปะเถาว์ รองนายกเทศมนตรี จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จุดเด่นสงกรานต์ปีนี้ จ.มหาสารคาม ใช้ชื่อว่า “ถนนข้าวเม่า ผู้เฒ่าแสนปี” เน้นกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุจาก 30 ชุมชน ชุมชนละ 70-80 คน รวมอายุผู้เฒ่าที่มาได้เกือบ 1 แสนปี เป็นกิจกรรมที่ทำค่อนข้างยาก จึงเป็นโอกาสดีให้ลูกหลานร่วมขอพร และจัดทำ “ข้าวเม่าถาดใหญ่ยักษ์” สัญลักษณ์ของชื่อถนน เลี้ยงคนที่เข้ามาเที่ยว นอกจากนี้เทศบาลได้รณรงค์สร้างความเข้าใจการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ความคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551โดยใช้หอกระจายข่าวประชาคม วิทยุชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมรณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้า ตาม 4 แนวคิด คือ 1.เห็นด้วย 2.ลงมือทำ 3.ทำให้ได้ และ4.บอกต่อคนอื่นได้



