ข่าว

“เทือก”ควง“สาทิตย์”ตรวจบึ้มเอ็นบีที

“เทือก”ควง“สาทิตย์”ตรวจบึ้มเอ็นบีที

05 เม.ย. 2553

“สุเทพ”ควง“สาทิตย์”ตรวจบึ้มเอ็นบีที สั่งรปภ.ตรวจเข้มเพิ่มไฟ-วงจรปิด-จุดตรวจ หวั่นถูกคุกคาม จี้ตร.เร่งล่ามือบึ้ม ลั่นถ้าจนท.รัฐเอี่ยวบึ้ม ฟันไม่เลี้ยง ด้าน “สาทิตย์” ชี้บึ้มเอ็นบีทีหวังขู่สื่อ

(5เม.ย.) ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.ศอ.รส) พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมกรณีที่มีระเบิดเอ็ม 67 มาตกบริเวณหน้าเอ็นบีที โดยนายสุเทพ ได้ร่วมพูดคุยกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายผู้บริหารของสถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที เพื่อหารือกันถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย

 นายสุเทพ กล่าวว่า จากนี้ไปตำรวจจะเข้ามาดูแลวางมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ขั้นต้นจะเพิ่มมาตรการเพื่อให้เห็นว่า สามารถป้องกันเหตุได้ เราคงปล่อยให้คนร้ายมาข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนถือเป็นภาระหน่วยงานความมั่นคงที่ต้องดูแลให้ความปลอดภัย ซึ่งอยากให้เอ็นบีทีเพิ่มแสงสว่าง โดยรัฐบาลพยายามเต็มที่ในการรักษากฎ หมายถึงแม้จะช้ากว่าผู้ก่อเหตุไปก้าวหนึ่ง แต่จะเน้นย้ำในเรื่องมาตรการในเชิงป้องกันให้แข็งแรงกว่านี้โดยการเพิ่มจุดตรวจ จุดสกัด ทั้งนี้อยากให้พนักงานเอ็นบีทีทำหน้าที่ตามสื่อมวลชนต่อไป

 “ จากนี้ไปจะมีการปรับมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับสื่อมวลชนทั้งที่เป็นของรัฐและเอกชน ให้ฝ่ายที่มีหน้าที่บริหารเรื่องการจัดกำลัง จัดทำแผนเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง นอกจากนี้ได้มีการประสานไปยังกทม.เพื่อเพิ่มแสงสว่างในสถานที่ตั้งของสื่อมวลชนเป็นพิเศษ และเพิ่มกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ผมไม่ทราบวัตถุประสงค์ของคนขว้างระเบิดว่า ทำเพื่ออะไร แต่ได้กำชับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดทีมเร่งรัดสอบสวนดำเนินคดีให้ได้ และให้รายงานผลความคืบหน้าให้ศอ.รส.ทราบ”นายสุเทพ กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมเคลื่อนย้ายออกจากแยกราชประสงค์ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายอัยการได้รับมอบหมายให้ไปยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้มีการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งต้องดูว่า ศาลวิเคราะห์แล้วมีคำสั่งอย่างไร ซึ่งเราอยากให้ศาลคุ้มครองประชาชนคนอื่นๆที่ใช้ประโยชน์ และให้คนเหล่านี้ออกไปจากพื้นที่แยกราชประสงค์ อย่างไรก็ตามต้องรอคำสั่งศาลก่อนว่า จะทำอย่างไรต่อไป ส่วนเรื่องการเรียกร้องความเสียหายเป็นเรื่องของภาคเอกชน ซึ่งศอ.รส.ยังไม่ได้ประเมินค่าความเสียหาย ซึ่งเราพร้อมรับคำร้องจากภาคเอกชน

 เมื่อถามว่า รัฐบาลไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ เป็นไปได้หรือไม่ว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้อง ตนจะดำเนินคดี และจะฟันไม่เลี้ยง

 ด้านนายสาทิตย์ กล่าวว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นความตั้งใจจะข่มขู่ให้มีผลกระทบต่อสื่ออื่นๆด้วย ซึ่งทางศอ.รส.จะดูแลให้ความปลอดภัยเต็มที่เพราะการข่มขู่จะมีผลกระทบต่อการเสนอข้อเท็จจริงของสื่อมวลชน