
พฐ.เข้าตรวจหาหลักฐานบึ้ม"โพไซดอน"เพิ่ม
ผบก.พฐ นำทีมเข้าตรวจเก็บหลักฐานเหตุคาบอมโพไซดอนอีกครั้ง ผบก.น.2 ยันรถถูกซื้อมาจากเต้นท์ในเชียงใหม่ ก่อนมานำก่อเหตุเพียงวันเดียว แต่ยังไม่ทราบเป็นใครเพราะหลักฐานเป็นการโอนลอย
(5เม.ย.) พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์ หลักฐาน กว่า 10 นาย พร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายใช้ลอบคาบอม บริเวณหน้า สถานอาบอบนวด โพไซดอน ถ.รัชดาภิเษก เมื่อคืนที่ผ่านมา อีกครั้ง เพื่อเก็บวัตถุพยานเพิ่มเติมจากเมื่อคืนนี้ พร้อมกับ ตรวจสอบคราบเขม่าดินปืนว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นชนด TNTหรือไม่ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ได้รอยนิ้วมือแฝง บริเวณตัวรถยนต์ที่ถูกระเบิด ซึ่งจะได้นำไปตรวจสอบกับแฟ้มประวัติอาชญากรว่า ตรงกับบุคคลใดหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่เกิดเหตุแรงระเบิดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีเศษเหล็กเศษชิ้นส่วนรถยนต์และสายไฟ แตกกระจายตกเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่ จึงต้องตั้งแนวกั้นพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพยานวัตถุ ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลหลักฐานพยานต่างๆเรียบร้อยแล้วจะนำเสนอให้ ผู้บัญชากทารตำรวจนครบาลทราบ และร่วมประชุมวางแผนในการติกดตามหาคตัวคนร้ายต่อไป
พล.ต.ต.สาโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานกับตำรวจภาค 5 เพื่อติดตามหาเจ้าของรถ ซึ่งทราบว่าเจ้าของรถคนเดิมได้ขายรถที่ก่อเหตุให้กับเต้นท์รถแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อเดอืนมีนาคมที่ผ่านมา และมีผู้มาติดต่อซื้อรถคันนี้กับเต้นท์รถไปอีกทอดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ในราคา 40,000 บาท โดยทำการโอนลอยกันไปจึงยังไม่ทราบชื่อของผู้มาซื้อรถต่อจากเต้นท์ จนกระทั่งนำมาก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้ได้ประสานให้ทางตำรวจภูธร ภาค 5 ดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง
พล.ต.ต.สาโรจน์ กล่าวด้วยว่า ระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุตอนนี้ยังไม่ทราบน้ำหนักที่แน่นอน ต้องให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแม้ว่าในที่เกิดเหตุจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่แต่บริเวณดังกล่าวอยู่ในมุมมืดภาพในกล้องจึงไม่ค่อยชัดเจน ต้องใช้เทคนิคพิเศษในการตรวจสอบเพื่อจะได้เห็นภาพคนร้ายชัดจน



