
ศอ.รส.จี้คลี่คดีบึ้มสั่งเฝ้าระวังจุดล่อแหลม
ศอ.รส. จี้ ตร.เร่งสางคดีบึ้มทุกคดี พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่ล่อแหลม ทั้งเพิ่มแสงส่องสว่างและกล้อง CCTV แนะ ตร. ต้องแจงผู้ชุมนุมให้ตรงกันว่าไม่คิด สลาย ชี้ แยกราชประสงค์เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ผู้ประกอบการธุรกิจไม่เกี่ยวการเมือง ไม่ควรได
(5เม.ย.) พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอรมน.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงผลประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)รอบเช้าซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอ.รส. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่สถานีโทรทัศน์ NBT และสถานบริการโพไซดอนเมื่อคืนวันที่ 4 เม.ย. โดยนายสุเทพได้กำชับทางตำรวจให้เร่งคลี่คลายคดีระเบิดทุกคดี เพื่อแจ้งให้สาธารณชนทราบความคืบหน้าและทราบว่าฝ่ายรัฐดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง
“ กรณีโพไซดอน ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า มีสาเหตุจากความขัดแย้งทางธุรกิจ หรือการเมือง แต่สถานที่ดังกล่าวถือว่าอยู่นอกพื้นที่ที่เป็นสัญญลักษณ์ทางการเมือง ขณะนี้จึงมองได้หลายทาง และต้องตรวจสอบต่อไป ” โฆษกกอ.รมน. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพได้เร่งรัดให้ทางตำรวจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกกรณี แม้ว่ากรณีโพไซดอนจะไม่ใช่พื้นที่ที่เกี่ยวกับการเมือง แต่คดีใดที่เกี่ยวข้องกับระเบิด ขอให้เร่งดำเนินการ ขณะเดียวกันให้เพิ่มมาตรการการเฝ้าระวังพื้นที่ล่อแหลม ทั้งเรื่องการเพิ่มแสงส่องสว่างและกล้อง CCTV ที่มีประสิทธิภาพ และรองนายกฯมั่นคงยังกำชับให้ตำรวจที่เข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยย้ำให้พูดตรงกันว่า มาตรการต่าง ๆที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ ไม่ใช่เพื่อจะเข้าสลายการชุมนุม แต่พื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีความสำคัญ ผู้ประกอบธุรกิจที่บริเวณดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง จึงไม่ควรได้รับผลกระทบไปด้วย อีกทั้งการเข้ายึดพื้นที่อื่นเพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง



