ข่าว

โจรควงปืนจี้ร้านทองในห้างดังกวาดไป8ล้าน

โจรควงปืนจี้ร้านทองในห้างดังกวาดไป8ล้าน

05 เม.ย. 2553

โจรฉายเดี่ยวควงปืนบุกจี้ร้านทองในห้างดัง กวาดทองไปกว่า 450 บาท มูลค่าเกือบ 8 ล้านบาท หักหน้าตำรวจปากเกร็ดรอบสอง

เมื่อเวลา 21.40 น.  วันที่ 4 เมษายน 53 ร.ต.ท.ธวัชชัย จงยิ่งเจริญกิจ พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกจี้ชิงทรัพย์ภายในห้างเพชรทองออโรล่า ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น2 ของห้างคาร์ฟูร์สาขาแจ้งวัฒนะ ภายหลังจากรับแจ้งเหตุจึงรายงาน พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด และไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

 ในที่เกิดเหตุที่ร้านทองดังกล่าว พบผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานขายทองของทางร้าน 3 ราย คือ น.ส.จิรภา เรืองวุฒิ น.ส.ณิชนันท์ พุยผง น.ส.มาเรียม ทำเจริญ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าที่ตกใจ

 น.ส.จิรภา ให้การว่า ขณะที่กำลังตนเองกับ น.ส.ณิชนันท์และ น.ส.มาเรียม พนักงานขายของร้านกำลังเตรียมเช็กยอดขายเพื่อทำการปิดร้าน ปรากฏว่า ได้ถูกคนร้ายซึ่งแต่งกายด้วยการสวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ หน้ากากฉาบปรอท สวมเสื้อยืดสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตสีดำ สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบ และสวมถุงมือสีขาว เดินตรงเข้ามาหาที่เคาน์เตอร์พร้อมกับชักอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติกสีดำ ออกมาขู่พวกตนทั้ง 3 คน ด้วยความตกใจกลัว พวกตนจึงหมอบลงอยู่หลังเคาน์เตอร์

 จากนั้นคนร้ายจึงได้ปีนห้ามเคาน์เตอร์เข้ามา และลงมือกวาดทองรูปพรรณที่ตู้โชว์ด้านหลัง โดยคนร้ายได้เลือกไปยังตู้โชว์ที่มีสร้อยทองรูปพรรณเส้นใหญ่ ซึ่งมีน้ำหนักตั้งแต่ 3 บาท 4 บาท และ 5 บาท โดยคนร้ายใช้เวลาเลือกกวาดทองใส่กระเป๋าสะพายที่แนบอยู่กับลำตัวอย่างใจเย็น โดยใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 2 นาที จึงหลบหนีวิ่งลงบันไดเลื่อนหนีออกไปทางประตูทางเข้าออกหน้าห้าง ซึ่งมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีส้ม ขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 4 - ปากเกร็ด โดยมีนายศิริชัย โทผล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างที่เห็นเหตุการณ์เรียกรถแท็กซี่ติดตามรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไป แต่กลับถูกคนร้ายหันมาใช้อาวุธปืนยิงใส่ 1 นัด ทำให้คนขับรถแท็กซี่ไม่กล้าขับตามคนร้ายไป

 ในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดของทางร้านซึ่งบันทึกเหตุการณ์และรูปพรรณสันฐานของคนร้ายไปตรวจสอบ โดยมี น.ส.สุวิชา ศรีณุ่งธรรม เจ้าของร้านทองดังกล่าว เดินทางมาดูที่ร้านและตรวจสอบจำนวนทองรูปพรรณที่ถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ไป พบว่าคนร้ายสามารถกวาดทองรูปพรรณไปได้จำนวน 104 เส้น น้ำหนักรวม 450 บาท มูลค่าประมาณ 7.75 ล้านบาท

 ภายหลังจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นอดีตพนักงานของห้างแห่งนี้ ที่เคยถูกไล่ออกจากงานไป เนื่องจากรูปพรรณและรถจักรยานยนต์ที่ใช้มีความใกล้เคียงกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามเบาะแสของคนร้ายรายนี้แล้ว

 สำหรับเหตุการณ์ที่คนร้ายลงมือก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทองที่ห้างคาร์ฟูร์แห่งนี้ นับเป็นครั้งที่สองติดต่อกันแล้ว หลังจากที่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาห้างทองเยาวราชกรุงเทพซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของห้างคาร์ฟูร์แห่งนี้ถูกคนร้ายลงมือใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์จากร้านทองได้ทองรูปพรรณไปจำนวน 58 เส้น น้ำหนัก 29 บาท มูลค่าประมาณ 5 แสนกว่าบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ และถัดมาอีกเพียง 4 วัน ห้างแห่งนี้ก็มาถูกคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ร้านทองออโรล่าซึ่งตั้งอยู่ชั้น 2 อีก โดยครั้งนี้คนร้ายสามารถกวาดทองได้ไปจำนวนมากถึง 450 บาท มูลค่า 7 ล้านกว่าบาท โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะเลือกลงมือก่อเหตุเลียนแบบคนร้ายรายแรกที่ลงมือก่อเหตุไปก่อนหน้านี้ เพราะเห็นว่าห้างดังกล่าวสามารถก่อเหตุได้ง่ายและเพิ่งถูกก่อเหตุไป จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือร้านทองคาดไม่ถึงว่าจะถูกคนร้ายลงมือก่อเหตุซ้ำอีก ในระยะเวลาห่างกันเพียง 4 วัน