
หาดเจ้าสำราญสถานตากอากาศรัชกาลที่6หลงเหลือเพียงชื่อให้ระลึกถึง
หน้าร้อนเช่นนี้ การไปเที่ยวเล่นชายทะเลดูจะเป็นตัวเลือกที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ
อย่าง "บางทะลุ" หรือ หาดเจ้าสำราญ สถานที่พักผ่อนชายทะเลขึ้นชื่อของ จ.เพชรบุรี เมื่อครั้งอดีตก็เป็นสถานที่ตากอากาศของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ตามชื่อนามของหาดที่หลงเหลือไว้ ดังที่หมื่นอมรดรุณรักษ์ ได้เขียนเล่าไว้เมื่อครั้งยังตามเสด็จฯ ว่า
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรพระโรครูมาติซั่ม แพทย์หลวงกราบบังคมทูลแนะนำให้เสด็จออกไปประทับรักษาพระองค์ในที่ซึ่งมีอากาศแห้งและอบอุ่น อย่างสถานที่ตากอากาศชายทะเล
ในขณะนั้นเป็นที่รู้กันว่าไม่มีที่ไหนจะเหมาะสมและสะดวกสบายเท่าหัวหิน แต่พระองค์กลับรับสั่งว่า "ที่นั่นกำลังเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป ไม่อยากจะเข้าไปรบกวนความสนุกสบายของเขา" และทรงให้เลือกหาที่สร้างที่ประทับพักร้อนแห่งอื่นริมชายทะเลด้านตะวันตก ที่มีหาดทรายพอที่จะให้เสด็จลงสรงน้ำทะเลได้
จนพบที่ดิน ต.บางทะลุ มีหาดทรายสะอาด และเนื่องด้วยยามปกติน้ำที่นำมาใช้เป็นเครื่องราชูปโภค เจ้าพนักงานต้องลำเลียงมาจากต้นแม่น้ำเพชร (ที่เรียกกันว่า “น้ำเพชร”) รวมทั้งเพชรบุรีเป็นเมืองใหญ่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างที่ประทับเมื่อ พ.ศ.2460
พ.ศ.2461 หลังพระตำหนักสร้างเสร็จ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกไปประทับตากอากาศเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงพระราชทานชื่อใหม่จาก "บางทะลุ" เป็น "หาดเจ้าสำราญ" ซึ่งครั้งหนึ่งที่แห่งนี้ พระองค์ยังทรงก่อทรายทำทางน้ำสมมติเป็นราชธานี ที่เชื่อกันว่าเป็นการดลพระทัยให้สร้างดุสิตธานีในเวลาต่อมา
พ.ศ.2464 ด้วยบ่อน้ำจืดมีไม่พอเพียงต่อความต้องการ และการเดินทางที่ไม่สะดวกของผู้ติดตาม อีกทั้งแมลงวันชุกชุม พระองค์จึงทรงให้ย้ายไปสร้างพระตำหนักแห่งใหม่ที่ ต.ห้วยทรายเหนือ ซึ่งก็คือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
หาดเจ้าสำราญ จึงเหลือเพียงชื่อของคืนวันแห่งอดีต ที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เคยมาประทับ ให้เป็นประวัติของชาวบ้านบางทะลุ
เรือนอินทร์ หน้าพระลาน



