ข่าว

 "ธุรกิจการบิน"เมื่อรัฐแท้อย่ารังแกประชาชน

"ธุรกิจการบิน"เมื่อรัฐแท้อย่ารังแกประชาชน

05 เม.ย. 2553

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2553 ผมเคยตั้งข้อสังเกตถึงกรณีกระทรวงคมนาคมที่มีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ สั่งให้กรมการบินพลเรือน (บพ.) หรือกรมขนส่งทางอากาศ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อตรวจสอบการให้บริการของสายการบินต้นทุนต่ำ

 โดยใช้ชื่อบทความในวันนั้นว่า ธุรกิจการบิน เมื่อ “รัฐแพ้” ก็ไม่ควร “รังแกเอกชน” ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของกระทรวงคมนาคมว่าทำอย่างนั้นทำไม แต่ได้ตั้งคำถามดักคอ นายโสภณ ซารัมย์ เอาไว้ว่า “ถามจริงๆ เถอะท่านรัฐมนตรี มูลเหตุที่ท่านกำลังตั้งกรรมการสอบสายการบินต้นทุนต่ำนี่ เป็นเพราะสายการบินใหญ่ๆ ถูกแย่งผู้โดยสารใช่ไหม” แล้วผมให้สติท่านรัฐมนตรีไปว่า การแก้ปัญหาแบบนั้นไม่ถูกต้อง กระทรวงคมนาคมควรหันไปดูการบริหารภายในของสายการบินใหญ่ๆ ว่ามีรูรั่วหรือข้อบกพร่องตรงไหน แล้วแก้ไขตรงนั้นจะเหมาะสมกว่า

 ปรากฏว่า ตอนนี้มีคำตอบมาแล้วครับว่า การตั้งคณะทำงานชุดนั้นขึ้นมาเพื่อหาช่องเล่นงานสายการบินต้นทุนต่ำนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข้อสังเกตที่ผมตั้งไว้จริงๆ คือ สายการบินใหญ่ๆ กำลังบักโกรกเต็มที จึงต้องประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะมีรายได้จากการขายตั๋วมาจุนเจือการดำเนินธุรกิจต่อไป

 การตัดสินใจของกระทรวงคมนาคมกับการบินไทยครั้งนี้เป็นการตัดสินใจในทางธุรกิจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ ไม่ต่างไปจากกระทรวงคมนาคมและการบินไทยกอดคอกัน “ฆ่าตัวตาย” เลยจริงๆ ทุกวันนี้ในเว็บไซต์ต่างๆ ยังคงมีเสียงสวดการทำงานของพนักงานต้อนรับทั้งบนเครื่องและตามสนามบินต่างๆ ว่าเจ้ายศเจ้าอย่าง วางตัวเป็น “นางฟ้า” เหมือนในหนังโฆษณา และมีมากจนน่าห่วงว่าจะเดินชนกันหัวร้างข้างแตกเข้าสักวัน ไม่เพียงเท่านั้นสายการบินแห่งนี้ยังมีรูรั่วอีกเพียบ นอกจากรูรั่วบนเครื่องอย่างที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้นั่นก็ที่หนึ่ง แล้วในแผนกอื่นๆ อีกเล่า เหล่านั้นต่างหากที่ผู้บริหารการบินไทยจะต้องตรวจและหาให้พบ หากเกรงว่าใช้มือตัวลูบแล้วจะปะจมูก ก็น่าจะหามืออาชีพจากที่อื่นเข้าไปตรวจสอบ จากนั้นก็แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ อุดรูรั่วไปทีละรูซะ ไม่ใช่แก้การขาดทุนด้วยการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร

 ผมไม่ใช่นักบริหารมืออาชีพ แต่เข้าใจว่าการแข่งขันของธุรกิจการบินนั้น นอกจากความน่าเชื่อถือในเรื่องของความปลอดภัย การตรงต่อเวลา การให้บริการบนเครื่องที่ประทับใจแล้ว ราคาค่าโดยสารก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ต้องต่อสู้กัน แล้วกระทรวงคมนาคมและการบินไทยเชื่อหรือว่า เมื่อขึ้นค่าโดยสารแล้วผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น จนทำให้มีกำไรขึ้นมาจนลบขาดทุนได้

 ในขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำที่สู้สายการบินใหญ่ๆ ในเรื่องของการให้บริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไม่ได้ เขาก็ใช้กลยุทธ์ในเรื่องของ “ราคา” มาสู้ จะเห็นได้ว่าในบางห้วงเวลาสายการบินต้นทุนต่ำบางสายจะจัดเทศกาล “ขายตั๋วราคาถูกล่วงหน้า” ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อระดมเงินจากผู้โดยสารเอาไปหมุน ปรากฏว่าได้รับการอุดหนุนจากชาวบ้านร้านตลาดชนิดขายไม่ทันข้ามคืนตั๋วหมดก็เคยมีมาแล้ว แทนที่กระทรวงคมนาคมและการบินไทยจะศึกษากลยุทธ์ตัวนี้ กลับทะลึ่งสุมหัวกันขึ้นราคาตั๋วค่าโดยสาร เหมือนพร้อมที่จะตายไปจากธุรกิจการบินอย่างไรอย่างนั้น...

 นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ เสร็จศึกจากพวกเสื้อแดงแล้ว หันมาดูสีม่วงในการบินไทยหน่อยปะไรครับ ผมจำได้ว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2553 ครม.เพิ่งอนุมัติให้การบินไทยเช่าซื้อฝูงบินใหม่อีก 15 ลำ วงเงินทั้งสิ้น 31,259 ล้านบาท... หากขึ้นค่าโดยสารแล้วไม่มีคนซื้อตั๋ว จะซื้อเครื่องบินมาหาพระแสงด้ามยาวทำไมกันครับ กรุณาทบทวนเรื่องนี้ด้วยนะครับ!

ภาณุมาศ ทักษณา