
ธ.ก.ส.พร้อมร่วมวงแก้หนี้เสียเกษตรกร
ธ.ก.ส.พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร พบมีลูกค้าของธนาคารกว่า 5 หมื่นรายเข้าข่าย มูลหนี้กว่า 1.2 หมื่นล้าน ชูให้ผ่อนนาน 15 ปี ตั้งเงื่อนไขให้เกษตรกรแสดงตัว และพร้อมรับเงื่อนไขเข้าหลักสูตรอบรมอาชีพก่อน
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกรตามที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานแก้ปัญหาหนี้สินอย่างบูรณาการ ที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาว่าในหลักการ 4 แบงก์รัฐ ทั้งธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เห็นด้วยกับข้อเสนอในการลดเงินต้นของเหลือ 50% ส่วนที่เหลือให้พักชำระหนี้ไว้ก่อน และให้ลดดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุด โดยจะให้การช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่มีหนี้สินไม่เกิน 2.5 ล้านบาท และต้องเป็นหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2552
ทั้งนี้ หาก ครม.อนุมัติก็จะนำเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อดำเนินการต่อไป โดยในส่วนของลูกหนี้เกษตรกรที่เป็นหนี้กับธนาคารมีจำนวนทั้งสิ้น 5.1 หมื่นราย วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นหนี้เสียอยู่แล้วและเป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร โดยกลุ่มนี้ธนาคารจะลดหนี้เงินต้นให้ 50% ทันที ส่วนดอกเบี้ยเก่าพักไว้ก่อน และหนี้ส่วนที่เหลืออีก 50% ก็จะให้ผ่อนชำระได้นานเป็นระยะเวลา 15 ปีตามความสามารถของเกษตรกร ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะมีเงื่อนไขผ่อนปรนและแต่ละแบงก์ก็อาจจะไม่เท่ากันเพราะส่วนอื่นจะเป็นหนี้จากสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่นๆ
อย่างไรก็ตามการเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ในครั้งนี้ ทางแบงก์รัฐได้ขอให้กำหนดเงื่อนไขว่าเกษตรกรต้องมาแสดงตัวเพื่อจะได้ทราบว่ามีตัวตนที่ชัดเจน และต้องพร้อมจะเข้าอบรมฝึกอาชีพกับธนาคารด้วย ซึ่งจะต่างกับการช่วยเหลือเกษตรกรโดยการให้กองทุนเข้าไปรับซื้อหนี้มาจากสถาบันการเงินเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งลูกหนี้ไม่มีโอกาสได้ติดต่อกับทางสถาบันการเงินเอง



