ข่าว

ชาวไร่อินเดียฆ่าตัวตายหนีหนี้30ศพ

ชาวไร่อินเดียฆ่าตัวตายหนีหนี้30ศพ

04 เม.ย. 2553

นิวเดลี-สลดชาวไร่อินเดียตัดสินใจฆ่าตัวตายหมู่เพื่อหนีหนี้ถึงกว่า 30 คน หลังภัยแล้งทำลายพืชผลจนเสียหายยับเยิน

สถานีโทรทัศน์เอ็นดีทีวีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (4 เม.ย.) ว่า เกิดเหตุสลดใจขึ้นในรัฐมหาราษฏระ ทางภาคตะวันตกของประเทศอินเดีย เมื่อชาวไร่ฝ้ายที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวกว่า 30 คน ได้พร้อมใจกันฆ่าตัวตายหมู่ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยการฆ่าตัวตายหมู่ส่วนใหญ่เกิดในอำเภอยาวัตมาล เมืองวิดารภะ ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้งมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 กลุ่มเอ็นจีโอชื่อวาดารภะ จัน อันโดลัน สมิทธิ (วีเจเอเอส) กล่าวว่า ชาวไร่ชาวนาในภูมิภาคนี้ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายเงินกู้ธนาคาร และเงินกู้ของเจ้าหนี้ท้องถิ่นได้ เพราะพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง แถมยังมีราคาตกต่ำอีก

 "ตอนแรกก็มีโนติสจากธนาคารมาก่อน จากนั้นก็มีเงินกู้จากเจ้าหนี้ในพื้นที่ต้องจ่ายอีก ลูกชายผมถึงกับเอาวัวคู่หนึ่งของเราไปขาย แต่หาคนซื้อไม่ได้" นายบาบา เทคัม ชาวไร่ฝ้ายที่สูญเสียลูกชายชื่อลักษมัณไปในเหตุฆ่าตัวตายหมู่ครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์เอ็นดีทีวี ขณะที่นายคิชอร์ ทิวารี ประธานวีเจเอเอส อ้างว่า หลังจากที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทางธนาคารและเจ้าหนี้ท้องถิ่นก็กดดันให้ชาวไร่จ่ายหนี้กันหนักขึ้น

 รายงานข่าวระบุว่า ชาวไร่ที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มาจาก 6 ตำบลในเมืองวิดารภะ ซึ่งตอนนี้ได้รับสมญานามว่าเขตฆ่าตัวตายไปแล้ว ขณะที่สถิติของทางการอินเดียระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ชาวไร่ชาวนาทั่วอินเดียซึ่งส่วนใหญ่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ฆ่าตัวตายไปกว่า 1.8 แสนคนแล้ว

 นอกจากรัฐมหาราษฏระแล้ว รัฐอันตรประเทศ รัฐกรณาฏกะ รัฐมัธยประเทศ และรัฐฉัตตีสครห์ ก็รายงานว่ามีชาวนาที่นั่นฆ่าตัวตายคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 ของประเทศเช่นกัน โดยในปี 2550 มีชาวนาเลือกจบชีวิตตัวเองกว่า 1.66 หมื่นคน ลดลงเล็กน้อยจากยอด 1.7 หมื่นคน ในปี 2549 และแนวโน้มการฆ่าตัวตายนี้ก็ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป