ข่าว

คงต้องช่วยเหลือกันเองแล้ว

คงต้องช่วยเหลือกันเองแล้ว

05 เม.ย. 2553

"ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่เคยเจรจาต้าอ่วยกับทักษิณ ได้เคยพูดเคยคุยกัน ติดต่อไปครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าทักษิณ จะปฏิเสธที่จะเป็นช่องทางกำหนดทิศของการชุมนุม"

ดูแนวโน้มหลังจากเห็นวิธีการของรัฐบาลแล้ว อะไรก็ตามที่รุนแรงถ้าจะเกิดกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ นับแต่เช้าวันที่ 4 เมษายน ถึงเช้าวันที่ 5 เมษายน น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มอื่น หรือ "มือที่สาม" เสียมากกว่า

 กลางดึกคืนที่ 3 เมษายน ที่มีข่าวว่า เช้าวันที่ 4 เมษายน อาจจะเกิดเหตุอันนำไปสู่การสลายการชุมนุม คลี่คลายการปิดถนนของเสื้อแดงที่มุ่งทำให้ระบบเศรษฐกิจชะงักงัน

 แต่แล้วก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ท่าทีของรัฐบาลกลับเยือกเย็นจนไม่น่าเชื่อ จะมีก็แต่ชาวบ้านที่เดือดร้อนเพราะเส้นทางถูกปิด และพ่อค้าแม่ค้าย่านนี้เขาร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว

 สัญญาณที่ออกมาจาก ศอ.รส.และจากนายกรัฐมนตรีนั้น กลับมุ่งเน้นให้จัดการกับผู้ชุมนุมตามขั้นตอนของกฎหมาย

 นั่นก็คือ จากเบาไปหาหนัก...ในช่วงสายวันอาทิตย์จึงเห็นตำรวจใหญ่ไปเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อขอแจ้งแก่ผู้ชุมนุมว่ากำลังละเมิดรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันจากแกนนำผู้ชุมนุม ที่รู้ดีว่าไม่ใช่คนตัดสินใจครั้งสุดท้าย พูดจาถากถางอย่างต่อเนื่อง

 จากนั้น ศอ.รส.ก็ประกาศให้ถนน 11 สาย เป็นพื้นที่ในควบคุมตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ใครละเมิดมีโทษทั้งจำและปรับ

 การกระทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนของรัฐบาลผ่าน ศอ.รส.จึงดูจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะรู้ดีว่า "ตัวประกัน" ที่ถูกจับอยู่นั้น ยังมีชีวิตอยู่ อาการที่แสดงให้เห็นเพียงแค่สภาวะอ่อนล้า

 กระแสข่าวที่ว่า เศรษฐกิจเสียหายเป็นหมื่นล้านบาทนั้น เป็นเพียงแค่ความตระหนกตกใจ และดูจะเข้าทางคนเสื้อแดงที่แม้ไม่พูดถึงความเสียหาย แต่ก็คงจะปฏิเสธยากว่า ได้ยึดเอาความเสียหายทางเศรษฐกิจของย่านนี้ไว้เป็นตัวประกัน

 เพราะยุทธศาสตร์ครั้งนี้ ก็เพื่อทำให้ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน

 เสธ.แดง ที่ยังเกาะติดกับกลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่า แผนแดงหากยอมปล่อยพื้นที่สี่แยกราชประสงค์แล้ว ก็เตรียมจะเดินทางไปยังถนนสีลม และเยาวราช

 สอดรับกับแกนนำเสื้อแดงที่แม้จะทำท่าอุบไต๋ แต่ก็รับรู้กันว่า น่าจะไปแน่ๆ

 ถึงแม้ว่าแผนเสื้อแดงครั้งนี้มีกำหนด 3 วัน ตามที่ ทักษิณ ชินวัตร ขอร้องเสื้อแดงให้ออกมาชุมนุม แต่เมื่อการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ผ่านไป 2 วันแล้วยังไม่เกิดอะไรขึ้น การปรับเปลี่ยนยุทธวิธีเพื่อนำไปสู่ชัยชนะจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้ยิ่งเชื่อว่าเมื่อกำหนดแผนหลักแล้ว นปช.กลับใช้แผนรองที่พลิกแพลงไปตามสถานการณ์

 ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่เคยเจรจาต้าอ่วยกับทักษิณ ได้เคยพูดเคยคุยกัน ติดต่อไปครั้งล่าสุด ดูเหมือนว่าทักษิณ จะปฏิเสธที่จะเป็นช่องทางกำหนดทิศของการชุมนุม

 ทักษิณ โยนการตัดสินใจ การกำหนดว่าจะเกิดหายนะกับเมืองไทยหรือไม่ ให้แก่แกนนำ นปช.

 อ้างเพียงแค่ว่า นี่คือศักยภาพของ นปช.

 เมื่อเป็นเช่นนี้ ลำพังเสื้อแดงจะมายึดสี่แยก อันเป็นศูนย์กลางคมนาคม เพียงเพื่อสะใจ หรือให้บทเรียนแก่คนกรุงเทพฯ จึงไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่ฉลาดของคนเสื้อแดง

 ขณะเดียวกัน การปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อออกไปโดยที่แสดงให้เห็นว่า "บ่มิไก๊" ได้แต่ปิดถนน ก็น่าจะไปสร้างแรงต้านจากประชาชนคนเดือดร้อนในเมืองหลวงให้เริ่มออกมาต่อต้าน ก็ไม่น่าจะเป็นแนวทางที่จะไปสู่ชัยชนะ

 กลับจะเข้าทางรัฐบาลและ ศอ.รส.ที่เฝ้ารอ "อารมณ์ร่วม" ของคนเมืองหลวงไปเป็นฉันทานุมัติในการจัดการกับคนเสื้อแดงที่เอะอะก็จะเคลื่อนขนวนชุมนุม

 แต่ในส่วนของรัฐบาลนั้น สถานการณ์มาถึงวันนี้จะไปอ้างอิงว่า โพลล์สำนักนั้นค้านยุบสภา สำนักนี้ เชียร์รัฐบาลเพียงอย่างเดียว โดยไม่ยอมหาความชอบธรรมที่เป็นรูปธรรมนั้นไม่ได้แล้ว

 เสื้อชมพู-เสื้อขาว ที่ออกมาถึงแม้จะมีข้อกังขา ว่าแท้จริงเสื้อเหลืองหรือไม่ หรืออะไรก็ตามแต่ เมื่อออกมาก็ย่อมไม่ต่างจากน้ำทิพย์ชะโลมใจให้รัฐบาลหันหน้าสู้กัน นปช.เสื้อแดงอย่างเต็มที่

 ยิ่งนักธุรกิจใหญ่ในย่านราชประสงค์และถนนสุขุมวิท เตรียมหารือร่วมกัน และถกร่วมกับตำรวจเพื่อหาทางเปิดร้านทำมาหากิน ถ้าตำรวจการันตีให้ได้ว่า จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดด้วยกฎหมายขั้นสูงสุดกับใครก็แล้วแต่มาแสดงพฤติกรรมเยี่ยงโจรในร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้า มันก็น่าเสี่ยงที่จะเปิดทำการ

 เพราะนั่นคือ การแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่ใช่ตัวประกันของใคร ที่จะเอาความเสียหาย ความเดือดร้อนไปต่อรองทางการเมือง

 ไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้คัดค้าน การชุมนุม แต่นี่คือการปลดแอกออกจากการเป็นตัวประกันของการชุมนุม ที่ดูเหมือนว่า ทั้งคนเสื้อแดง ทั้งรัฐบาลปฏิบัติกับพวกเขาแทบไม่แตกต่างกัน

 ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ผู้ชุมนุมจะเข้าไประรานการทำมาหากินโดยสุจริตของคนในย่านนี้ และทุกย่านที่หากมีการชุมนุม ไม่ว่าการชุมนุมนั้นจะเป็นคนกลุ่มไหน เสื้อสีอะไร

 เพราะนี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่หากใครก็ตามมุ่งหวังให้คนอื่นเคารพสิทธิของตน ก็พึงต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น

 โดยเฉพาะ สิทธิที่จะคิด สิทธิที่จะเชื่อในสิ่งที่แตกต่าง ไม่ใช่เชื่อเพราะโฆษณาชวนเชื่อ ที่มีความจริงครึ่งเดียวกรอกหูเช้า-เย็น

 การยึดสี่แยกราชประสงค์เมื่อมาถึงวันนี้ ตัวชี้ขาดจึงไม่ใช่คนเสื้อแดง ที่ทักษิณ อวดโอ่ หรือรัฐบาลที่ยังมุ่งหวังว่า กฎหมายที่มีอยู่ในมือจะขับเคลื่อนได้เหมือนยามปกติ หากแต่เป็นประชาชนคนเมืองหลวง นักธุรกิจ แม่ค้าพ่อค้า พนักงานบริษัท คนหาเช้ากินค่ำ ที่ไม่เพียงเฉพาะแต่ย่านนี้ ที่จะต้องร่วมกันตัดสินใจเลือกอนาคตของตนเอง

 คนเมืองหลวงทุกคนทุกย่าน ต้องร่วมกันคิด ร่วมกันมีมติว่า นับจากนี้จะยอมเป็นตัวประกันต่อไป หรือจะปลดพันธนาการเอาตัวเองออกจากสถานการณ์หว่างเขาควายอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ศรายุทธ สายคำม /ทีมข่าวความมั่นคง