ข่าว

ทหาร"แตงโม"ในศอ.รส.

ทหาร"แตงโม"ในศอ.รส.

05 เม.ย. 2553

การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ใช่เฉพาะต้องการให้รัฐบาล “ยุบสภา” เพียงอย่างเดียว แต่จุดมุ่งหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ความพยายามที่จะทำให้กองทัพแตกความสามัคคีไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ดังนั้นเวทีของกลุ่มคนเสื้อแดงจึงพยายามหยิบยกประเด็นกองทัพ “แตงโม” ขึ้นมาสร้างกระแสให้เกิดความปั่นป่วนในเวลานี้

 หากกลุ่มคนเสื้อแดงลุกขึ้นมาจัดทำ “บัญชีดำ” คงหนีไม่พ้นที่จะมีรายชื่อของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก อยู่ในระดับต้นๆ รองมาจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)

 การโจมตีผู้นำกองทัพบก คงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายใดๆ และยิ่งการโจมตีผู้บัญชาการทหารบกในยุคนี้ที่เป็นฐานกำลังสำคัญให้แก่รัฐบาลด้วยแล้ว ฝ่ายตรงข้ามคงไม่นิ่งนอนใจที่จะทำ โดยเฉพาะการโจมตีของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงที่เปิดประเด็นเรื่องกองทัพ “แตงโม” อยู่ในยามนี้

 จุดประสงค์ของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีการหยิบยกประเด็นกองทัพ “แตงโม” ขึ้นมาพูดในเวลานี้ เพราะต้องการสื่อให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว กองทัพบกไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ระบุไว้

 กองทัพเปรียบเสมือนลูกแตงโมที่ภายนอกเป็น “สีเขียว” แต่ภายในคือ “สีแดง”

 การใส่ข้อมูลของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ ณ เวลานี้ ทั้งตัวของ “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่า พล.อ.อนุพงษ์จะสามารถควบคุมเกมคนในกองทัพได้หรือไม่ เพราะการถูกโจมตีบ่อยครั้งอาจจะเกิดความไขว้เขวได้ เพราะที่ผ่านมา ในยุคของ พล.อ.อนุพงษ์ ก็ถูกมือดี “ฉกข้อมูล” ไปหลายครั้ง

 และที่สำคัญไปกว่านั้น คือตั้งแต่มีการตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา โดยทำหน้าที่เป็น “ศูนย์เซ็นเตอร์ใหญ่” ในการควบคุมและสั่งการกำลังพลทั้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือน กว่า 7 หมื่นคน ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ก็ยังถูก “สายลับ” แอบล้วงความลับจากที่ประชุม ศอ.รส. ไปให้กลุ่มคนเสื้อแดง

 จากเดิมการประชุม ศอ.รส.ที่มีขึ้น 3 เวลา หลังอาหาร คือ เวลา 09.00 น. 15.00 น. และ 20.00 น. ก็มีการปรับเปลี่ยนเหลือแค่ 2 เวลาเท่านั้น คือ เวลา 09.00 น. และ 20.00 น. โดยช่วงเช้าจะมีนายสุเทพ หรือ พล.อ.อนุพงษ์จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม และช่วงเย็นจะมีนายอภิสิทธิ์เป็นประธานการประชุม

 แต่การประชุม ศอ.รส.จะไม่ “โอเพ่น” เหมือนแต่ก่อน เนื่องจากผลการประชุม ศอ.รส.ที่ผ่านมา ข้อมูลมักจะเล็ดลอดออกไปอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ที่นายสุเทพได้สั่งปรับเปลี่ยนกำลังในการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.)

 เน้นในบุคคลที่เข้าประชุมอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเอกสารในการประชุม จะไม่ให้ออกจากห้องประชุมเหมือนเช่นก่อน จะเขียนชื่อไว้ที่หน้าปกของเอกสารว่า ของใคร ถ้าหายออกจากห้องประชุม จะได้รู้ว่าใครเป็น "แตงโม"

 รวมทั้งเช็กเจ้าหน้าที่ที่แฟกซ์เอกสารในการประชุมว่าหลุดไปเวที นปช.ได้อย่างไร 

 การปรับเปลี่ยนการดูแลความปลอดภัยตามจุดตรวจต่างๆ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนแผนรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีการเคลื่อนขบวนจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มาปักหลักอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อวันเสาร์ที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ ณ เวลานี้ หน่วยงานใดที่เข้าร่วมประชุม ศอ.รส. จะต้องถูกสแกนว่ามาจากหน่วยงานใดบ้างอย่างละเอียดยิบ 

 เพราะขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับกองทัพบก ยังสับสนกับเรื่องการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการปรับแผนการปฏิบัติการ เพราะนายสุเทพต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติการตามสถานการณ์แบบนาทีต่อนาที จึงทำให้การประชุม ศอ.รส. จะต้องอยู่ในชั้นความลับ

 ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็พยายาม “ปิดปากเงียบ” ไม่บอกกำหนดการในการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล ทำให้ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างตั้งรับ ไม่ยอมเปิดเผยแผนของแต่ละฝ่ายให้ฝ่ายตรงข้ามได้ล่วงรู้ ซึ่งเป็นที่มาของการ “สกรีน” คนเข้าร่วมประชุมของ ศอ.รส.

ทีมข่าวความมั่นคง