
นครบาลแจงสถานการณ์ม็อบเสื้อแดงน่าเป็นห่วง
"นครบาล" แจงสถานการณ์ "ม็อบแดง "น่าเป็นห่วง ฝากเตือนประชาชนเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสผู้ไม่หวังดี ประสานขอความร่วมมือ "ปั๊มน้ำมัน " ทั่วกรุง งดขายน้ำมันใส่ขวด หวั่นก่อเหตุบึ้ม ยันไม่มีสลายม็อบแยกราชประสงค์
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 เม.ย. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. กล่าวถึงสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่อยู่บริเวณราชประสงค์ ว่า เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในเส้นทางหลายจุด ได้แก่ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงปทุมวัน การจราจรขณะนี้ต้องปิดโดยเด็ดขาด ถนนราชดำริตั้งแต่แยกราชดำริ ถึงแยกราชประสงค์จนถึงประตูน้ำยาวไปจนถึงสามเหลี่ยมดินแดง
ถนนเพชรบุรีตั้งแต่ราชเทวี ประตูน้ำ ต่อเนื่องถึงผ่านฟ้าการจราจรเกิดปัญหาทั้งหมด ในบริเวณดังกล่าวมีโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ตำรวจ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.อื่นๆ ประชาชนที่เจ็บป่วย หรือคลอดบุตร เดินทางไปรพ. ก็ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างยิ่ง ฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมควรปิดเส้นทางให้ได้มากที่สุด มีรายงานว่าบริเวณราชประสงค์มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ประมาณ 4 พันคน หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีประมาณ 5 พันคน และจุดที่เริ่มก่อตัวบริเวณแยกธูปเตมีย์อีกประมาณ 4-5 พันคน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมกระจายไปจุดต่างๆ ก็เกิดปัญหาคือแกนนำของผู้ชุมนุมอาจจะควบคุมไม่ได้บางส่วนอาจก่อเหตุอะไรก็แล้วแต่ตำรวจที่ดูแลพื้นที่อยู่ก็ต้องดำเนินการหากมีการฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนี้ขอความร่วมมือปั๊มน้ำมันต่างๆ ถ้าหากบุคคลใดมาขอเติมน้ำมันโดยใช้ขวดน้ำ หรือขวดต่างๆ ขอให้งดเว้นการจำหน่าย เพราะป้องกันกรณีผู้ไม่หวังดีนำไปก่อเหตุ ถ้าพบเห็นการซื้อน้ำมันผิดปกติ หรือมีการรวมกลุ่มกันทำผิดกฎหมาย กรุณาโทรศัพท์แจ้ง 191 หรือ 1555 เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลกลุ่มผู้ชุมลงเต็มพื้นที่ทั้งหมดทุกจุดแล้วจำนวน 1 หมื่นกว่านาย บริเวณราชประสงค์ 8-9 กองร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รวมถึงที่หน้าเอ็นบีที ที่ราบ 11 งานกาชาด ถนนราชดำเนิน และเส้นทางเดินตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าจนถึงราชประสงค์
"ภารกิจสำคัญ 3 อย่างที่ต้องคงไว้ และเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจปจ. คือ 1.ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่การชุมนุมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม และประชาชนที่พักอาศัยย่านดังกล่าว 2.ป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างบุคคลที่ไม่เห็นด้วยซึ่งเริ่มเกิดขึ้นแล้วก็มีเหตุการณ์บุคคลพยายามไปเส้นทางกลุ่มผู้ชุมนุมขับรถชนกันทะเลาะวิวาทกันเกรงว่ากลายเป็นน้ำผึงหยดเดียว และ 3.ป้องกันผู้ไม่หวังดีมาก่อสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งว่าชุมนุมยืดเยื้อบริเวณถนนราชประสงค์ น่าจะเกิดผลเสียหาย หลังจากที่ขอกำลังสนับสนุนจากสตช. 15 กองร้อยก็เริ่มทยอยมาแล้ว ซึ่งนักเรียนที่พิเศษก็ขอให้ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านเพื่อความปลอดภัย "พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมเดินทางไปอนุสาวรีย์จะมีการปิดหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่มั่นใจ และสิ่งที่ไม่มั่นใจก็คือเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกระจายไปตามจุดต่างๆแล้วแกนนำไม่สามารถควบคุมกันได้ โดยได้ส่งกำลังตำรวจทั้งปจ. และสน. ลงไปดูแลพื้นที่ทางร่วมทางแยกแล้ว ถามต่อว่า ทางศอ.รส. จะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ โฆษกบช.น. กล่าวว่า เป็นการประเมินสถานการณ์ของศอ.รส. ตำรวจเป็นหน่วยกำลังส่วนหนึ่งของการปฏิบัติดูแลรักษาสถานการณ์ซึ่งศอ.รส.จะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนกรณีจะชุมนุมยืดเยื้อนั้นบริเวณราชประสงค์นั้น ขณะมีการส่ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ทราบผล
นครบาลแจงม็อบแยกราชประสงค์ยันไม่มีสลาย
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมามีการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกับ ศปก.สตช. และศปก.ทั่วประเทศ สรุปสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมมี 2 จุด จุดใหญ่อยู่บริเวณแยกราชประสงค์กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน บริเวณสะพานผ่านฟ้าประมาณ 4,500 คน ยังปราศรัยบนเวทีตามปกติ ตอนเช้าผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา(สบ10) เทียบเท่ารองผบ.ตร. พล.ต.อ.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 และพล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 ได้เข้าไปเจรจากับแกนนำนปช.อีกครั้งหนึ่ง นอกจากขอเปิดเส้นทางการจราจรแล้วก็ยังแจ้งให้รับทราบถึงกรณี ศอ.รส. ประกาศห้ามชุมนุมบริเวณพื้นที่ราชประสงค์
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนที่ได้ผล คือ ทางกลุ่มนปช.ก็ยินยอมเปิดเส้นทางบริเวณราชประสงค์ 2 ส่วนดังนี้ ช่องทางจากถนนราชดำริมุ่งหน้าราชประสงค์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 1 ผ่านหน้า ร.พ.ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาตไปสยามสแควได้ 1 ช่อง และถนนสุขุมวิทที่วิ่งมาจากแยกเพลินจิตมุ่งตรงหน้ามาราชประสงค์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำริออกไปถนนอังรีดูนังต์ได้
ส่วนความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดหัวค่ำวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างสถานการณ์ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวแตกต่างจากการใช้อาวุธก่อสถานการณ์จำนวนกว่า 20 ครั้งที่ผ่านมา จุดแรกระเบิดที่พบอยู่บนท้ายรถขยะที่จอดอยู่หน้าชุมสายโทรศัพท์ ที โอ ที สาขาผดุงกรุงเกษม ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งเก็บมาจากมาจากบริเวณซอยศุภมิตร ทางเข้าสำนักงานเขตป้อมปราบฯ ใกล้แยกจปร. ระหว่างจอดรอรถเก็บขยะมาเก็บต่อเวลา 20.30 น. ขณะกำลังยกเข่งเทใส่รถขยะก็เห็นห่อผ้าแกะดูพบวัตถุคล้ายระเบิดจึงหยิบขึ้นมาวางบนท้ายรถขยะแล้วแจ้งให้หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงทำลาย พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้ปุ๋ยยูเรียใส่ท่อพีวีซี จุดชนวนด้วยเข็มนาฬิกา ซึ่งระเบิดดังกล่าวได้จุดชนวนเรียบร้อยเวลาผ่านไปแล้วแต่ไม่ระเบิดเนื่องจากแบตเตอรี่อ่อน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีเหตุระเบิดเวลา 21.00 น. จุดเกิดเหตุอยู่กองขยะริมทางเท้าบริเวณแยกสะพานขาว หน้าบ้านเลขที่ 260-262 ถนนหลานหลวง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบฯ กทม. จากการตรวจสอบสเก็ตระเบิดก็เป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่พบในรถขยะ คือ จุดชนวนด้วยนาฬิกา เป็นปุ๋ยยูเรียใส่ในท่อพีวีซี ตรวจสอบภายในไม่มีตะปู หรือวัสดุอื่นใดที่จะก่อให้เกิดอันตราย ทั้งสองกรณีผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันลักษณะการกระทำคล้ายคลึง ผู้สื่อข่าวถามว่า ระเบิดที่แตกต่างนั้นคนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องแล้วแสดงว่ารุนแรงเพิ่มมากขึ้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการก่อกวนสร้างสถานการณ์เอาปุ๋ยยูเรียไปใส่ในท่อพีวีซีไม่ใช่ระเบิด เอ็ม 67 หรือ เครื่องยิงเอ็ม 79 วัสดุที่เป็นอันตรายได้ก็เศษท่อพีวีซีเท่านั้น มองว่าเป็นการก่อกวนสร้างสถานการณ์มากกว่ามุ่งทำลายชีวิต และทรัพย์สิน ขณะนี้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ปจ.สังเกตวัตถุระเบิดลักษณะดังกล่าวเป็นพิเศษ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่บช.น.ร้องขอ โดยมีกำลังตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจภูธรภาค 7 ภูธรละ 4 กองร้อย มาปฏิบัติหน้าที่คอยแก้ไขสถานการณ์ นอกจากนี้ศอ.รส. แจ้งไปยังสตช. ผ่านมายังบช.น. ให้เร่งประชาสัมพันธ์ และชี้แจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ทราบว่า การชุมนุมบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และแจ้งให้ทราบถึงบทลงโทษความผิด โดยอาจพิจารณาการใช้เครื่องกระจายเสียงเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์ชี้แจงบริเวณโดยรอบ หรือช่องทางผ่านเข้าออก ของสถานที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะบริเวณราชประสงค์เท่านั้น แต่รวมถึงที่สะพานผ่านฟ้าฯ และจุดอื่นๆ ด้วย
นอกจากนี้ยังให้ตรวจสอบสืบสวนหากข่าว และประมาณการว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนย้าย หรือขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังจุดอื่นๆ หรือไม่ แล้วเร่งดำเนินการวางมาตรการยับยั้งการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นการล่วงหน้าเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ สุดท้ายให้ดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาการจราจรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเปิดทำงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนทั่วไป เร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการวมทั้งวางแผนการจราจร และเตรียมกำลังตำรวจดูแลในวันจันทร์นี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสลายการชุมนุมบริเวณราชประสงค์หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใดและตำรวจก็ไม่ได้รับมอบภารกิจดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นตอนที่ 1 ของกฎการใช้กำลัง แจ้งประกาศถึงเขตและข้อกฎหมายถามต่อว่า ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันชุมนุมต่อ พล.ต.ต.ปิยะ ตอบว่า จะมีขั้นตอน 2-7 ซึ่งศอ.รส.จะเป็นกำหนดขั้นตอนต่างๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า จะถึงขั้นเข้าไปจับกุมหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยังการจับกุมอยู่ขั้นที่ 6 และ 7 ถามต่อว่า ตำรวจจะกล้าเข้าไปจับหรือ พล.ต.ต.ปิยะ ตอบว่า แล้วแต่ศอ.รส.พิจารณาดำเนินการตำรวจดำเนินการตามคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งศอ.รส.เป็นผู้สั่งการ โดยมีแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้สั่ง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการคลื่อนไหวของกลุ่มสีเสื้ออื่นหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยังไม่มีแต่ที่ถนนสีลมตัดถนนพระราม 4 จะมีการจัดงานอนามัยโลก ซึ่งผู้ว่ากทม.ได้ยกเลิกแล้วเลื่อนไปวันที่ 25 เม.ย.นี้ พื่อลดแรงกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ประกาศพื้นที่ห้ามชุมนุมตั้งแต่อยู่ที่สะพานผ่านฟ้า พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การประกาศห้ามต่างๆ เป็นเงื่อนไขของพ.ร.บ.ความมั่นคง ศอ.รส.มีการพิจารณาเป็นจุดๆไป ส่วนใหญ่สถานที่ หรือพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ก่อนหน้านั้นก็ห้ามบริเวณรอบทำเทียบ รพ.ศิริราช และบ้านสี่เสาเทเวศร์ ส่วนพื้นที่ชุมนุมศอ.รส.เห็นว่า บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ อนุญาตให้จัดการชุมนุมได้ แต่พื้นที่ราชประสงค์นั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศจึงออกประกาศ ถามต่อว่า กลุ่มชุมนุมจะมีการเคลื่อนขบวนอีก พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กำลังเข้าไปตรวจสอบอย่างน้อยถ้าแจ้งให้ตำรวจทราบก่อนจะดูแลความปลอดภัยต่างๆได้



