
เวทีน้ำโขงยอมรับรับฟังข้อเสนอชาวบ้านทบทวนเขื่อน
เวทีเอ็มอาร์ซีป่วนรุมสวดออแกร์ไนซ์เซอร์ขาดความพร้อมทั้งเรื่องบัตรนักข่าว และผู้ประชุมและการจัดคิวงานให้สื่อเข้างาน ส่วนอาเซียนแถลงความมือด้านการจัดการน้ำ เจเรมี ยอมรับรับฟังข้อเสนอชาวบ้านทบทวนเขื่อน แต่อำนาจตัดสินใจเป็นของแต่ละประเทศ ส่วนจีน ยังเดินหน
วันที่ 4 เม . ย . ที่ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขง ตอนล่าง ครั้งที่ 1 ( เอ็มอาร์ซี) ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมระดับผู้นำกลุ่มประเทศแม่น้ำโขง ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือนกว่า 8 พันนาย เริ่มปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในส่วนที่รับผิดชอบจากศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย ที่มี พล .อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว . กลาโหม ในฐานะผ อ. ศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย (ผอ.ศอ.รปภ.) เป็นประธาน อย่าง เข้มงวดมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากผู้นำประเทศสมาชิก ทั้ง สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายบัวสอน บุปผาวัน นายกรัฐมนตรี ลาว และเวียดนาม เดินทาง เข้าร่วมประชุม โดย มีการตั้งด่านตรวจเป็นระยะ ตั้งแต่สนามบินบ่อฝ้าย เส้นทางการจราจรที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่สถานที่การประชุม โรงแรมที่พัก
ในช่วงเวลา 9.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการจัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ ได้ใช้พื้นที่ห้องประชุมอ่านแถลงการณ์พิเศษกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ส่วนเวทีการประชุมแม่น้ำโขง ในช่วงบ่าย เวลา 14.00 น.นายอภิสิทธิ์ จะประชุมทวิภาคีร่วมกับนายกรัฐมนตรีของลาว ต่อด้วยประเทศเวียดนาม ส่วนการเจรจาทวิภาคี กับผู้แทนจากประเทศจีน ได้เปลี่ยนให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แทน โดยมีวาระเรื่องการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำโขงแห้ง เนื่องจากนายกรัฐมนตรี จะต้องหารือกับทางธนาคารโลก
เมื่อเวลา 10.30 น. นายเจเรมี เบิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักงานเลขาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซ ี ) และนายสมศักดิ์ พิภพภิญโญ ผอ . ฝ่ายการเงินและโครงสร้างพื้นฐาน สำนักงานเลขาธิการ อาเซียน ร่วมแถลงถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างเอ็มอาร์ซีกับอาเซียน โดยนายเจ เรมี กล่าวว่า ความร่วมมือของอาเซียนกับเอ็มอาร์ซีทำให้การพัฒนาลุ่มน้ำโขงของประเทศในกลุ่มภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีความยั่งยืนขึ้น ทั้งนี้ทาง สำนักงานเลขาธิการอาเซียนจะให้ความร่วมมือในด้านการให้ข้อมูล เพื่อที่จะให้ผลกระทบในเรื่องน้ำท่วม และการคาดการณ์สถานการณ์น้ำใน ภูมิ ภาคนี้ รวมถึงการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในลุ่มน้ำโขง และคาดว่าความร่วมมือจะก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน น ต่อไป
นายเจรามี ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของภาคประชาชนในเรื่องการจัดการเขื่อนในแม่น้ำโขงว่า ทางเอ็มอาร์ซี ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อเสนอของชาวบ้าน และกำลังดำเนินการในเรื่องการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเขื่อน นอกจากนั้นได้จัดการประชุมในระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อศึกษาผลกระทบจากการสร้างเขื่อ น ด้วย โดยมีการศึกษาแบบจำลองผลกระทบที่จะเกิดจากการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำโขงไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม เอ็มอาร์ซีไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องการสร้างเขื่อน ซึ่งอำนาจการตัดสินใจเป็นของแต่ละประเทศเอง
นายเฉิน หมิน ชง อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรน้ำ ของจีน กล่าวว่า ขณะนี้จีนยืนยันที่จะเดินหน้าก่อสร้างเขื่อน 14 แห่งในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนให้แล้วเสร็จ แต่ยอมรับว่าการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำจ ยังจำเป็นจะต้องมีการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยจะยึดหลักการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า พลังน้ำบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงขงตอนบนจะมีประโยชน์ต่อน้ำโขงตอนล่าง โดยเฉพาะการควบคุมน้ำท่วมและความแห้งแล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ สำหรับสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุมครั้งนี้ ต้องติดบัตรประจำตัวที่ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ได้เกิดปัญหาขึ้น ทั้งเรื่องการจัดทำบัตรผู้เข้าร่วมประชุม และเรื่องของรถยนต์ที่จะเข้า-ออกโรงแรม แม้แต่รถของเจ้าหน้าที่ทูตบางคันก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า จนเกิดการถกเถียงกันทำให้ทหารจากชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ที่มีหน้าที่คอยเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมต้องหันมาชี้แจงข้อมูลและพูดคุยกับผู้ที่จะเข้าร่วมประชุมและสื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าวในพื้นที่เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและการปะทะกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตามในการประชุมครั้งนี้ได้เปิดให้สื่อมวลชนลงทะเบียนก่อนการประชุมล่วงหน้าถึง 3 สัปดาห์เพื่อจัดทำบัตรแสดงตน แต่เมื่อถึงเวลารับบัตรหน้างาน บริษัทออร์แกไนซ์กลับอ้างว่าข้อมูลสูญหาย เนื่องจากตำรวจสันติบาลได้ขอข้อมูลไปตรวจสอบประวัติ ทั้งนี้สื่อมวลชนไทยบางรายได้รับการออกบัตรประจำตัวเป็นสัญชาติกัมพูชา ขณะที่บางคนก็มีรูปถ่ายไม่ตรงกับรูป อีกทั้งมีสื่อไทยอีก 2 คนได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่บริษัทรับจัดงานว่าถูกสันติบาลขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) และขอให้ถอนตัวจากการเข้าร่วมทำข่าว แต่เมื่อสอบถามไปยังนาย เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พบว่าไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน และเป็นการกระทำโดยพลการของบริษัทเอกชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทเอกชนที่เข้ามารับจัดงานเอ็มอาร์ซีคือ บริษัท แคนดู ครีเอทีฟ กรุ๊ป ซึ่งเข้ามารับงานด้วยการจัดซื้อจัดจ้างด้งยวิธีพิเศษ ไม่ผ่านขั้นตอนการเปิดประมูล เนื่องจากเป็นงานเร่งรีบ สำหรับงบประมาณในการดำเนินการจัดงานอยู่ที่ 16 ล้านบาท และงบรักษาความปลอดภัยผู้นำและสถานที่จัดการประชุม 57 ล้านบาท
ด้านนายสุวิทย ์ ปฏิเสธจะชี้แจงปัญหาเรื่องการบริหารจัดการการประชุม โดยกล่าวติดตลกว่า ตนเป็นรัฐมนตรี อันนั้นมันเรื่องของเจ้าหน้าที่ ขอให้ตนทำงานสารัตถะอย่างเดียว ขอดูเนื้องานการประชุมอย่างเดียว อย่ามาบี้ตนเลย



