
ศิษย์เก่าจุฬาฯเหนือขึ้นป้ายหยุดทำร้ายบึ้มป่วนเมือง
นิสิตเก่าจุฬาฯเหนือขึ้นป้ายหยุดทำร้ายกันต้านระเบิดป่วนเมืองเชียงใหม่ นครบาลแถลงย้ำขอพื้นที่สี่แยกราชประสค์คืน ยืนยันไม่มีการสลาย แพทย์สุขภาพจิตเชื่อคนไทยไม่เครียดมาก
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 เมษายน ท่ามกลางกระแสข่าวการชุมนุมที่ตรึงเครียดกลางกรุงฯที่คนเสื้อแดงเกรงรัฐบาลจะสลายการชุมนุมและเสื้อแดงมีการกระทบกระทั่งหวิดปะทะกับกลุ่มเสื้อสีชมพูที่ออกมาเคลื่อนไหว ที่จ.เชียงใหม่ริมถนนใหญ่หน้าสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภาคเหนือตั้งอยู่บนถนนบุญเรืองฤทธิ์ ข้างโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตัวแทนนิสิตเก่าจุฬาฯภาคเหนือได้มีการขึ้นป้ายผ้าขนาดใหญ่พื้นสีน้ำเงินตัวหนังสือสีขาว เขียนข้อความว่า "เห็นต่างได้ แต่อย่าทำร้ายกัน" เป็นแนวทางการแสดงความเห็นไม่พอใจหลังมีกลุ่มไม่ทราบฝ่ายก่อเหตุปาระเบิดในพื้นที่จ.เชียงใหม่เพื่อป่วนเมืองหลายครั้งและมีแนวโน้มใช้ระเบิดชนิดทำลายร้างที่รุนแรงขึ้น
นายชำนาญ จันทร์เรือง นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภาคเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิชาการกลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวว่า ที่ประชุมนิสิตเก่าจุฬาฯภาคเหนือมีมติร่วมกันให้ขึ้นป้ายนี้ขึ้นมา เนื่องจากทนไม่ไหวแล้วกับสภาพบ้านเมืองที่มีแต่ระเบิดตูมตามเต็มไปหมด ตามสถานที่ต่างๆรวมถึงบ้านบุคคลสำคัญ ซึ่งถือเป็นวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง
"เรามองว่าทุกคนอาจจะเห็นแตกต่างกันได้ก็ว่ากันไป แต่ก็ไม่ควรทำให้ประชาชนคนอื่นต้องเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นการกระทำของผู้หนึ่งผู้ใดก็ตาม" นายชำนาญ กล่าว
นครบาลแถลงย้ำขอพื้นที่คืน ยืนยันไม่มีกาสลาย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 เมษายน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวภายหลังการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกับศปก.สตช. และศปก.ทั่วประเทศ สรุปสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมมี 2 จุด จุดใหญ่อยู่บริเวณแยกราชประสงค์กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน บริเวณสะพานผ่านฟ้าประมาณ 4,500 คน ยังปราศรัยบนเวทีตามปกติ ตอนเช้าผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา(สบ10) เทียบเท่ารองผบ.ตร. พล.ต.อ.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 และพล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 ได้เข้าไปเจรจากับแกนนำนปช.อีกครั้งหนึ่ง นอกจากขอเปิดเส้นทางการจราจรแล้วก็ยังแจ้งให้รับทราบถึงกรณี ศอ.รส. ประกาศห้ามชุมนุมบริเวณพื้นที่ราชประสงค์
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนที่ได้ผล คือ ทางกลุ่มนปช.ก็ยินยอมเปิดเส้นทางบริเวณราชประสงค์ 2 ส่วนดังนี้ ช่องทางจากถนนราชดำริมุ่งหน้าราชประสงค์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 1 ผ่านหน้า ร.พ.ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาตไปสยามสแควได้ 1 ช่อง และถนนสุขุมวิทที่วิ่งมาจากแยกเพลินจิตมุ่งตรงหน้ามาราชประสงค์เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำริออกไปถนนอังรีดูนังต์ได้
ส่วนความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดหัวค่ำวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างสถานการณ์ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ระเบิดดังกล่าวแตกต่างจากการใช้อาวุธก่อสถานการณ์จำนวนกว่า 20 ครั้งที่ผ่านมา จุดแรกระเบิดที่พบอยู่บนท้ายรถขยะที่จอดอยู่หน้าชุมสายโทรศัพท์ ที โอ ที สาขาผดุงกรุงเกษม ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งเก็บมาจากมาจากบริเวณซอยศุภมิตร ทางเข้าสำนักงานเขตป้อมปราบฯ ใกล้แยกจปร. ระหว่างจอดรอรถเก็บขยะมาเก็บต่อเวลา 20.30 น. ขณะกำลังยกเข่งเทใส่รถขยะก็เห็นห่อผ้าแกะดูพบวัตถุคล้ายระเบิดจึงหยิบขึ้นมาวางบนท้ายรถขยะแล้วแจ้งให้หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงทำลาย พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้ปุ๋ยยูเรียใส่ท่อพีวีซี จุดชนวนด้วยเข็มนาฬิกา ซึ่งระเบิดดังกล่าวได้จุดชนวนเรียบร้อยเวลาผ่านไปแล้วแต่ไม่ระเบิดเนื่องจากแบตเตอรี่อ่อน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีเหตุระเบิดเวลา 21.00 น. จุดเกิดเหตุอยู่กองขยะริมทางเท้าบริเวณแยกสะพานขาว หน้าบ้านเลขที่ 260-262 ถนนหลานหลวง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบฯ กทม. จากการตรวจสอบสเก็ตระเบิดก็เป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่พบในรถขยะ คือ จุดชนวนด้วยนาฬิกา เป็นปุ๋ยยูเรียใส่ในท่อพีวีซี ตรวจสอบภายในไม่มีตะปู หรือวัสดุอื่นใดที่จะก่อให้เกิดอันตราย ทั้งสองกรณีผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันลักษณะการกระทำคล้ายคลึง ผู้สื่อข่าวถามว่า ระเบิดที่แตกต่างนั้นคนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องแล้วแสดงว่ารุนแรงเพิ่มมากขึ้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการก่อกวนสร้างสถานการณ์เอาปุ๋ยยูเรียไปใส่ในท่อพีวีซีไม่ใช่ระเบิด เอ็ม 67 หรือ เครื่องยิงเอ็ม 79 วัสดุที่เป็นอันตรายได้ก็เศษท่อพีวีซีเท่านั้น มองว่าเป็นการก่อกวนสร้างสถานการณ์มากกว่ามุ่งทำลายชีวิต และทรัพย์สิน ขณะนี้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ปจ.สังเกตวัตถุระเบิดลักษณะดังกล่าวเป็นพิเศษ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่บช.น.ร้องขอ โดยมีกำลังตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจภูธรภาค 7 ภูธรละ 4 กองร้อย มาปฏิบัติหน้าที่คอยแก้ไขสถานการณ์ นอกจากนี้ศอ.รส. แจ้งไปยังสตช. ผ่านมายังบช.น. ให้เร่งประชาสัมพันธ์ และชี้แจ้งให้กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ทราบว่า การชุมนุมบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และแจ้งให้ทราบถึงบทลงโทษความผิด โดยอาจพิจารณาการใช้เครื่องกระจายเสียงเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์ชี้แจงบริเวณโดยรอบ หรือช่องทางผ่านเข้าออก ของสถานที่ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะบริเวณราชประสงค์เท่านั้น แต่รวมถึงที่สะพานผ่านฟ้าฯ และจุดอื่นๆ ด้วย
นอกจากนี้ยังให้ตรวจสอบสืบสวนหากข่าว และประมาณการว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการเคลื่อนย้าย หรือขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังจุดอื่นๆ หรือไม่ แล้วเร่งดำเนินการวางมาตรการยับยั้งการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นการล่วงหน้าเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ สุดท้ายให้ดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาการจราจรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเปิดทำงานของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนทั่วไป เร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการวมทั้งวางแผนการจราจร และเตรียมกำลังตำรวจดูแลในวันจันทร์นี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสลายการชุมนุมบริเวณราชประสงค์หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใดและตำรวจก็ไม่ได้รับมอบภารกิจดังกล่าว ยังอยู่ในขั้นตอนที่ 1 ของกฎการใช้กำลัง แจ้งประกาศถึงเขตและข้อกฎหมายถามต่อว่า ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันชุมนุมต่อ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า จะมีขั้นตอน 2-7 ซึ่งศอ.รส.จะเป็นกำหนดขั้นตอนต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะถึงขั้นเข้าไปจับกุมหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยังการจับกุมอยู่ขั้นที่ 6 และ 7 เมื่อถามว่า ตำรวจจะกล้าเข้าไปจับหรือ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า แล้วแต่ศอ.รส.พิจารณาดำเนินการตำรวจดำเนินการตามคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งศอ.รส.เป็นผู้สั่งการ โดยมีแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้สั่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการคลื่อนไหวของกลุ่มสีเสื้ออื่นหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ยังไม่มีแต่ที่ถนนสีลมตัดถนนพระราม 4 จะมีการจัดงานอนามัยโลก ซึ่งผู้ว่ากทม.ได้ยกเลิกแล้วเลื่อนไปวันที่ 25 เม.ย.นี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ประกาศพื้นที่ห้ามชุมนุมตั้งแต่อยู่ที่สะพานผ่านฟ้า พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การประกาศห้ามต่างๆ เป็นเงื่อนไขของพ.ร.บ.ความมั่นคง ศอ.รส.มีการพิจารณาเป็นจุดๆไป ส่วนใหญ่สถานที่ หรือพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ก่อนหน้านั้นก็ห้ามบริเวณรอบทำเทียบ รพ.ศิริราช และบ้านสี่เสาเทเวศร์ ส่วนพื้นที่ชุมนุมศอ.รส.เห็นว่า บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ อนุญาตให้จัดการชุมนุมได้ แต่พื้นที่ราชประสงค์นั้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศจึงออกประกาศ
เมื่อ ถามต่อว่า กลุ่มชุมนุมจะมีการเคลื่อนขบวนอีก พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กำลังเข้าไปตรวจสอบอย่างน้อยถ้าแจ้งให้ตำรวจทราบก่อนจะดูแลความปลอดภัยต่างๆได้
แพทย์สุขภาพจิตเชื่อคนไทยไม่เครียดมาก
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์ระจิต รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เชื่อว่าการปิดเส้นจราจรย่านสี่แยกราชประสงค์ ประชาชนจะเกิดความเครียดไม่มากนัก และขอให้อดทน เชื่อว่าไม่นานสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลาย ถือเป็นความเครียดชั่วคราว ในกลุ่มนักธุรกิจและประชาชน การปิดห้างสรรพสินค้า เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความสุขของประชาชน เพราะในต่างประเทศห้างสรรพสินค้าก็มีช่วงวันหยุด จึงอยากคิดว่าเป็นการหยุดพักผ่อนและปรับปรุงห้างสรรพสินค้า ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องทำใจและคิดว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะผ่านพ้นไปได้
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวแนะนักธุรกิจย่านราชประสงค์ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรมมองในแง่บวก โดยเชื่อว่าชุมนุมปิดการจราจรของคนเสื้อแดงจะไม่นาน เพราะรัฐบาลจะต้องพยายามหาทางแก้ไข ส่วนประชาชนทั่วไปเชื่อว่าความเครียดที่เกิดขึ้น จะไม่รุนแรงจนถึงขั้นรับไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาก็เคยประสบปัญหาการปิดเส้นทางการจราจรมาบ้างแล้ว และสามารถปรับตัวได้ และต้องมองว่าการปิดการจราจรเป็นการต่อสู้ทางความคิดทางการเมืองช่วงเวลาหนึ่ง ไม่นานก็จะผ่านไป และอยากให้ทั้งรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดง คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ต่างแสดงออกให้เห็นว่าไม่ต้องการความรุนแรง



