ข่าว

พร้อมพงศ์ร้องอภิสิทธิ์จัดเจรจารอบ3ยุบสภา3เดือน

พร้อมพงศ์ร้องอภิสิทธิ์จัดเจรจารอบ3ยุบสภา3เดือน

04 เม.ย. 2553

“พร้อมพงศ์”แนะนายกฯเจรจารอบสาม 3 เดือนยุบสภา ดีกว่าคิดปราบปรามประชาชนรากหญ้าชุมนุม เตือนหยุดใช้กม.ขู่เสื้อแดง “เทพไท” ย้ำจุดยืน รบ.พร้อมเจรจา แต่ท่าทีเสื้อแดงเองต้องการแตกหัก ระบุพรุ่งนี้ยื่นศาลสั่งเสื้อแดงสลายการชุมนุมแยกราชประสงค์

 เมื่อเวลาเวลา 10.00 น.  วันที่ 4 เม.ย.นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษวามสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประกาศข้อกำหนดให้ผู้ชุมนุมออกจากบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ว่า ตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคลื่อนไหวไปปักหลักชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจสำคัญเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.นั้น ปรากฏว่า ศอ.รส.ได้ออกประกาศข้อกำหนดให้ผู้ชุมนุมออกจากบริเวณดังกล่าว หากไม่ออกให้ถือว่าเป็นความผิดตามตามกฎหมายอาญาและมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 บาท

 ตนเห็นว่าการกระทำของ ศอ.รส. และรัฐบาลมีความไม่ชอบธรรมต่อผู้ชุมนุม เพราะการชุมนุมของประชาชนคนเสื้อแดงที่ปิดพื้นที่ถนน แต่ไม่มีการก่อเหตุรุนแรงใดๆ ยังถือว่าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบ สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ และยังอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ เมื่อยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมในที่สาธารณะออกมาบังคับใช้ ต้องถือว่า การชุมนุมในลักษณะดังกล่าวยังเป็นการชุมนุมโดยชอบเช่นเดียวกับการชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของนักธุรกิจผู้ร่ำรวย ซึ่งอยู่ในพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ที่ได้รับความเดือดร้อน มากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนรากหญ้าที่ชุมนุมกัน

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า การที่ศอ.รส ออกมาขมขู่ โดยใช้พรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นเครื่องมือถือเป็นการที่ลุแก่อำนาจจึงขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และศอ.รส ให้หยุดการกระทำที่คุกคามข่มขู่ประชาชนดังกล่าว และควรหันกลับมาพิจารณาข้อเรียกร้องของประชาชน เพราะถึงเวลาที่นายอภิสิทธิ์ ควรตัดสินใจแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศที่มีมากกว่า 3 ปีแล้วโดยการยุบสภามากกว่าคิดที่จะปราบปรามประชาชน ซึ่งที่ผ่านมานักวิชาการก็เห็นด้วยกับแนวทางการยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาโดยเสนอให้ยุบสภาภายใน 3 เดือน

 ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์เปิดการเจรจารอบที่ 3 โดยลดกรอบเวลา อย่ายื้อเวลา อ้างการทำประชามติโดยจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2,000 ล้านบาท รัฐบาลควรจะยุบสภาและนำเงินดังกล่าวไปจัดเลือกตั้งใหม่ที่เป็นการฟังเสียงประชาชนจะดีกว่า แต่ที่วันนี้นายอภิสิทธิ์ยังไม่ยุบสภาไม่กล้าจัดเลือกตั้งใหม่ เพราะที่ผ่านมามีโพลสำรวจระบุว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้ ขณะที่เราไม่ได้มั่นใจว่าจะชนะแต่ขอไปตายเอาดาบหน้า โดยการเจรจานั้นตน อยากให้รัฐบาล นำข้อเสนอของนักวิชาการ แกนนำนปช. และฝ่ายค้านมาพิจารณาเพื่อหาข้อยุติ ซึ่งตนในฐานะฝ่ายค้านเห็นว่าเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือให้ยุบสภาภายใน 3 เดือน จึงขอให้รัฐบาลและแกนนำกลุ่มนปช.นำเรื่องนี้ไปพิจารณา อย่าปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อกระทบต่อการท่องเที่ยว และสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม

 “ รัฐบาลยิ่งซื้อเวลา สถานการณ์จะยิ่งบานปลาย และที่นายอภิสิทธิ์ อ้างว่า ห่วงเรื่องการพิจารณางบประมาณปี 2554 นั้น ผมเห็นว่างบประมาณดังกล่าวน่าจะนำมาใช้ในการเลือกตั้งมากกว่า เพราะพรรคได้ตรวจสอบงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งแล้วพบว่ารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 80-90   เปอร์เซ็นลงไปในพื้นที่ของรัฐบาลแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคจะนำไปอภิปรายในสภาด้วย” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทราบข่าวจากคนในวงการสีกากีที่หวังดีแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา คนในรัฐบาลได้จัดกลุ่มแดงเทียมซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ประมาณร้อยคน พร้อมอาวุธครบมือรวมตัวกันอยู่ที่วัดย่านหัวลำโพง เพื่อเตรียมสร้างสถานการณ์โยนความผิดให้กับกลุ่มเสื้อแดงที่กำลังชุมนุมอยู่ที่สี่แยกราชประสงศ์ เพื่อรัฐบาลจะได้อ้างความชอบธรรมออกประกาศพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่กำหนดห้ามชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อใช้ในการสลายการชุมนุม ดังนั้น จึงขอให้ศอ.รส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย โดยทราบว่ากลุ่มแดงเทียมดังกล่าวได้สลายตัวไปกลางดึกของเมื่อคืนและไม่ทราบว่าจะไปดำเนินการสวมเสื้อสีอื่น เพื่อสร้างสถานการณ์อีกหรือไม่

“เทพไท”ย้ำรัฐบาลพร้อมเจรจา

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนมาปิดแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ว่า เป็นการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลเกินขอบเขตทางกฎหมาย และในวันนี้แกนนำได้ประกาศจะขยายการชุมนุมต่อไปอีก พร้อมทั้งจะเคลื่อนไปในย่านธุรกิจอื่นๆ ที่สำคัญ คือที่ถนนสีลมอีก ซึ่งตนเห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงต้องการที่จะให้มีการเผชิญหน้ากับรัฐบาล หรือเรียกว่า ม็อบหาเรื่อง หรือมีพฤติกรรมแกว่งเท้าหาเสี้ยน ต้องการทำให้แตกหักก่อนสงกรานต์ ตามคำบงการของนายใหญ่ ที่ดูไบ

 นายเทพไท กล่าวว่า หากเคลื่อนไปสีลมในวันนี้ ถือเป็นเป็นการทำร้ายประเทศชาติ โดยเฉพาะความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ อย่างมหาศาล และยังสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจอย่างใหญ่หลวง

 “ ผมเห็นว่ากลุ่มเสื้อแดงยังสร้างความเสียหายให้ธุรกิจย่านราชประสงค์ยังไม่สะใจใช่หรือไม่ จึงเพิ่มเติมไปที่สีลม จากการที่ได้รวบรวมตัวเลขความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ ที่แยกราชประสงค์พบว่าวันละเกินพันล้าน ซึ่งไม่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของประเทศ ที่ยังมีความเสียหายเช่นกัน”

 นายเทพไท กล่าวต่อว่า ตนอยากให้พี่น้องประชาชนที่เอาใจช่วยรัฐบาล และบางฝ่ายก็ใจร้อนอยากให้รัฐบาลใช้ความเด็ดขาดสลายการชุมนุม อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใจเย็น รับไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำร้อยเหมือนวันที่ 7 ต.ค. 51 ตนเห็นว่าอาจไม่ถูกใจประชาชนไปบ้าง แต่เราควรใช้ความรอบคอบในการแก้ปัญหา

  ส่วนการประกาศของ ศอ.รส. ฉบับที่ 5 เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเจตนารมณ์ให้ผู้ชุมนุมผู้บริสุทธิ์ได้รับรู้ ยับยั้งชั่งใจและปฏิเสธการเข้าร่วมชุมนุม โดยหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งพี่น้องบางคนมองว่าโทษอาจไม่รุนแรงเพียงพอในการจัดการกับแกนนำ แต่ตนอยากเรียนว่าโทษนี้เฉพาะกับผู้เข้าร่วมชุมนุมผู้บริสุทธิ์เท่านั้น แต่เฉพาะแกนนำหลังจากนี้ต้องคิดบัญชีจำนวนมาก เพราะแกนนำบางคนมีคดีอาญาอยู่หลายคดี รวมไปถึงเป็นตัวการในการยุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนปิดล้อมศาลากลางจังหวัด เผาศาลากลางจังหวัด ซึ่งถือว่ามีความผิดและหมิ่นเหม่ต่อการเป็นกบฏในราชอาณาจักร

 รัฐบาลไม่ได้ละเลยที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายกับแกนนำผู้ชุมนุม และเชื่อว่าหลังจากนี้แกนนำทุกคนจะถูกดำเนินคดีหลายคดี เพราะพฤติกรรมของแกนนำบางคนเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน เพราะมีการประเมินแล้วว่าบางคนกระทำความผิดแบบต่างกรรมต่างวาระ ต้องติดคุกจนตายก็ไม่สามารถออกจากคุกได้

 นายเทพไท กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือการประกาศของแกนนำ ที่ระบุถึงที่ตั้งของบ้านพักบุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่เป็นเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ชุมนุมไปปิดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและไม่สมควรอย่างยิ่ง รวมถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิ้งค์เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. เป็นลักษณะที่เร่าร้อนและเร่งเร้า ให้ผู้ชุมนุมเผด็จศึกให้ได้ภายใน 3 วัน เพราะเกรงว่าผู้ชุมนอาจเดินทางกลับภูมิลำเนา จึงต้องการประวิง ฉุดรั้งให้อยู่มากที่สุดเพื่อกดดันรัฐบาลให้ได้

 ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงความเป็นสุภาพบุรุษนักการเมือง โดยขอร้องให้ผู้ชุมนุมหลีกเลี่ยงการโจมตี ใส่ร้ายครอบครัวนายอภิสิทธิ์ นายเทพไท กล่าวว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมมาไม่เคยมีม็อบไหนไปปิดล้อมบ้านจันทร์ส่องหล้า และไม่มีใครย่ำยีครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนทำร้ายครอบครัวตัวเอง โดยจัดฉากละครโดยการหย่ากับภรรยา เพื่อหลีกเลี่ยงคดีความและคดียึดทรัพย์

 นายเทพไท กล่าวถึงการติดป้ายบิลบอร์ดระบุ ยุบสภาทางรอดของประเทศไทย ว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่ การยุบสภาไม่ใช่ทางรอดของประเทศ แต่เป็นทางรอดของ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำเสื้อแดง ถ้ามีการยุบสภาและเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจการเมืองให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์นั้น เพราะเชื่อว่าจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำที่มีคดีล้นพ้นตัว ดังนั้นจะเห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้ทีแกนนำบอกตายเป็นตาย เพราะคนเหล่านี้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน

 นอกจากนี้ ตนขอประณามการเคลื่อนไหวของนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำฯ ที่นำประชาชนไปปิดหน้าสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ถือว่าเป็นการคุกคาม ข่มขู่ สื่อมวลชนอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่า เอ็นบีที จะเป็นสื่อของรัฐก็ตาม แต่เชื่อว่าสื่อมวลชนเหล่านี้มีความรับผิดชอบในการทำหน้าที่ของตัวเอง และเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ต้องการแตกหักครั้งนี้ถือว่าเกินกรอบการเจรจาหรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า เกินเลยขั้นตอนการเจรจาไปแล้ว ซึ่งหากดูจากท่าทีการปราศรัยบนเวทีของแกนนำถือว่าแตกหัก ไม่เจรจาแล้ว แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะเจรจา เพราะเมื่อดูจากผลโพลล์ทั้งหมด เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาล อยากให้รัฐบาอยู่ต่อ และต้องการให้มีการเจรจารอบที่ 3 ซึ่งเข้าใจว่ากระแสสังคมต้องการให้ปรองดอง ตนจึงอยากให้แกนนำฟังกระแสสังคมบ้าง ไม่ใช่ฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว

 ส่วนสถานการณ์จะลุกลามไปถึงขั้นสลายการชุมนุมหรือไม่ ตนคิดว่าอยู่ที่พฤติการณ์และการเคลื่อนไหวของม็อบมากกว่า ว่าได้ก้าวล่วงและทำผิดกฎหมายไปถึงขั้นไหน แต่ยังเชื่อว่ากลไกทางกฎหมายจะบังคับใช้ได้อยู่ โดยในวันพรุ่งนี้( 5 เม.ย.) ซึ่งศาลได้เปิดทำการ ทางรัฐบาลจะยื่นคำร้องต่อศาลให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ หากศาลมีคำสั่งออกมารัฐบาลก็มีความชอบธรรมในการที่จะดำเนินการกับแกนนำ ส่วนการสลายชุมนุมจะเป็นมาตรการสุดท้ายที่ถือปฏิบัติตามหลักสากล

 เมื่อถามต่อว่า เป็นการซื้อเวลาของรัฐบาลเพื่อให้ม็อบฝ่อไปเองช่วงสงกรานต์หรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ซื้อเวลา เพียงแต่ต้องการให้ม็อบมีทางออกและทางลง ส่วนม็อบจะฝ่อไปเองหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ขึ้นอยู่กับจำนวนของคนที่มาร่วมชุมนุม ซึ่งการเคลื่อนไหวในช่วงสงกรานต์ ตนไม่ได้กังวลกับจำนวนคน แต่กังวลกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่จะมาสร้างความวุ่นวายเหมือนกับเหตุการณ์สงกรานต์เลือดปีที่ผ่านมา