
มาร์ควอนเสื้อแดงกลับผ่านฟ้าเช่นเดิม
"อภิสิทธิ์"ออกแถลงการณ์พิเศษยันกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนพลไปปักหลักสี่แยกราชประสงค์ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ สร้างความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจ เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเจรจาเปิดการเจรจรผ่อนคายลงระดับหนึ่งแล้ว พร้อมเรียกร้องผู้ชุมนุมกลับไปที่ผ่านฟ้าเช่นเดิม "เยาวชน"ขอใ
(4เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงการณ์พิเศษผ่านทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เช้าวันนี้เป็นที่ทราบดีกว่าการชุมนุมทำให้ประชาชนทั่วไปวิตก มีความสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับแต่มีการชุมนุมเคลื่อนไหว รัฐบาลได้ประกาศตั้งแต่ต้นว่จะเคารพการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แม้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจ รัฐบาลได้ผ่อนปรนและประสานกับผู้ชุมนุมมาตลอดให้การชุมนุมอยู่ในขอบเขต การชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าที่ผ่านมารับพยายามผ่อนคลายการได้รับผลกระทบให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดำนินการต่างว ๆ ผ่านไปได้
สำหรับการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์และปิดถนนโดยรอบเป็นการใช้สิทธิเกินขอบเขต หากดูจากตามกรอบของศาลปกครองที่วินิจฉัยหรือตามรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย และนอกเหนือรัฐธรรมนูญ ศอ.รส.ได้ออกประกาศข้อกำหนดอย่างชัดเจนให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปสลายการชุมนุม แต่ได้มอบหมายให้ตำรวจ ระดับรองผบ.ตร.ไปเจรจาทำความเข้าใจและแจ้งแกนนำในการออกประกาศดังกล่าว ซึ่งผู้ชุมนุมจำนวนมาดไม่ทราบว่าเป็นการชุมนุมที่ขัดกม.
อย่างไรก็ตามเช้านี้วันนี้มีการเปิดเส้นทางการจรจาจากสุขุมวิทมุ่งหน้าไปสี่แยกราชประสงค์ เลี้ยวซ้ายได้ และที่มา มาจากถนนราชดำริเลี้ยวซ้ายไป สตช.ได้เป็นการผ่อนคลายในระดับหนึ่งและยืนยันว่าการชุมนุมบริเวณดังกล่าวไม่เหมาะ สมและขัดต่อกฎหมายส่งผลกระทบรุนแรงเพราะการสัญจรในบริเวณไม่เฉพาะสร้างแต่ความเดืดร้อนให้ประชาชนที่สัญจรในบริเวณนั้นหากแต่ทำให้ประชาชนที่เดินทางไปทิศทางต่าง ๆ ได้รับผลกระทบเช่นกัน
รัฐบาลเคารพสิทธิตามรัฐธรรมนูญทุกกลุ่ม รวมถึงที่มีการชุมนุมตั้งแต่ 12 มีค.รัฐบาลได้รับฟังความเห็นรประชาชน เป็นครั้งแรกที่ตนเจรจากับแกนนำและได้ย้ำเสมอว่าให้อยู่ในกฎหมาย การเจรจามีสองครั้ง ได้นำเอาเหตุและผลของผูชุมนุมมาแลกเปลี่ยนอย่างตรงไปตรงมา รัฐบาลรับฟังข้อเรียกร้องผู้ชุมนุม คนกทม.ก็เข้าใจแล้วแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอีกมากที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมซึ่งตนไม่สามาถบอกได้มีมากแต่ก็เชื่อว่ามีไม่น้อยกว่าผู้ชุมนุม
การที่ไม่ยุบสภาเพราะรัฐบาลมาจากวิถีทางรัฐสภา กติกาสภา ที่ใช้ระบบรัฐวสภา รัฐบาลสามารถอยู่จนครบเวลา 1 ปี 9 เดือน ตนไม่ยืดติดตำแหน่งหรือมองการอยู่ครบเป็นสาระสำคัญ รัฐบาลพร้อมลดวาระของตนเองหากทำให้ปัญหาอขงผู้ชุมนุมและที่ไม่มีชุมนุมสามารถคลี่คลาย
การยุบสภาขณะนี้ไม่สามารถทำให้ข้อเรียกร้องเป็นจริงได้ เหตุการณ์การชุมนุมทั้งที่ผ่านมามีความคิดเห็นทางการเมืองที่รุนแรงมาก ไม่สามารถทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปอย่างเรียบร้อยได้ สิ่งที่ตนเชิญชวนคือรัฐบาลพร้อมหาหนทางเป็นทางออกจากวิกฤติปัจจุบัน แต่ต้องอาศัยเวลาแลกเปลี่ยน บางคนบอกว่าต้องปฏิรูป ทั้งหมดเหล่านั้นรัฐบาลพร้อมเชิญทุกภาคส่วน เงื่อนไขไม่ควรมาถกเรื่องวันเวลาแต่มาทำงานร่มกันทำอย่างไรให้กติการเมืองเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่มีการปะทะหรือเสี่ยงต่อควงามรุนแรง ปัญหาที่ต้องมีการชำระสะสาง สามารถมรพูดคุย หากทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี รัฐบาลก็พร้อมให้ประเทศดำเนินการต่อไปคือการยุบสภา
แต่ขณะนี้ปัญหามีแนวโน้มรุนแรงการชุมนุมของประชาชน หากชุมนุมสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหรือมีทางออกที่ดีได้ เพราะมีคนต่อต้านการชุนนุมที่ผิดกฎหมาย มีความเสี่ยงที่ประชาชนมาปะทะกัน ภายใต้สภาวะนี้คนได้รับผลกระทบคือประชาชนคนจนส่วนรวม ผู้ชุมนุมต้องตระหนักหากเหตุไม่สงบมีความยืดเยื้อ แม้ธุรกิจขนาดใหญ่มีปัญหาแต่ก็สามารถฟื้นได้แต่คนที่เดือดร้อนคือคนด้อยโอกาส
"ประกาสศอรส.ให้ออกจากพื้นที่ยังบังคับใช้อยู่ จึงขอให้ผู้ชุมนุมกลับไปสะพานผ่านฟ้า รัฐบาลมีหน้าที่รักษากม.และความสงบเรียบร้อยแล้วศคาดว่าประชาชนอีกส่วนหนึ่งอยากให้รัฐบาลใช้ความเด็ดขาดแต่เราจะดำเนินการตามหลักสากล คือจากเบาไปหาหนัก ขอความร่วมมือประชาชนอดทน รัฐจะเร่งผ่อนคลายสถานการณ์และจะนำบ้านเมืองไปสู่ความสงบ ไม่ให้มีการสูญเสีย และขอความร่วมมือในการหาทางออกเพราะคงไม่มีฝ่ายใดชนะ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกฯย้ำรัฐบาลจะเดินหน้าทำงานตามปกติ
ภายหลังการแถลงข่าวพิเศษชี้แจงสถานการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมปิดสี่แยกราชประสงค์ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่องแล้วเมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ ออกอากาศสดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ อีกครั้งย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไปตามปกติ เพราะยังมีภารกิจและความรับผิดชอบที่ต้องทำอีกมาก ไม่เฉพาะเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว
นายกฯ กล่าวว่า จากการเดินทางไปเยือนประเทศบรูไน และบาห์เรน ช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งประเทศทั้งสองนี้ถือว่ามีบทบาทสำคัญใน โอไอซี หรือกลุ่มประเทศมุสลิม ซึ่งให้การสนับสนุนไทยอย่างดี โดยเฉพาะการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้งสองประเทศมีความเข้าใจไทยเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ แม้ว่าประเทศทั้งสองจะมีความห่วงใยต่อความตึงเครียด แต่ก็เข้าใจว่ารัฐบาลพยายามใช้สันติในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเขาก็สนับสนุนแนวทางนี้และอยากเห็นไทยก้าวพ้นสถานการณ์ไปด้วยดี
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวบเวทีแยกราชประสงค์ว่า ยืนยันว่าจะไม่ย้ายออกจากแยกราชประสงค์ ซึ่งหากรัฐบาลสลายการชุมนุมที่บริเวณนี้ก็จะฟ้องรัฐบาลฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เพราะชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯทำได้ถึง 20 วันแต่ที่นี่กับชุมนุมไม่ได้
อย่างไรก็ตามเชื่อว่านายกฯไม่กล้าสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เพราะหากนายกฯสั่งก็เท่ากับเชือดคอหอยตัวเอง ดังนั้นเราไม่ต้องกลัวคำสั่งอะไร ขอให้ทุกคนปักหลักชุมนุมที่นี่ต่อไป
"เยาวชน"ขอให้คนกรุงเทพฯใช้ความอดทน
แถลงการณ์กลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี ฉบับที่ 3 เรื่อง ขอให้คนกรุงเทพใช้ความอดทน เพื่อป้องกันมิให้ตนเองตกเป็นเหยื่อที่ทำให้เหตุการณ์บานปลาย
สืบจากเหตุการณ์ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้เคลื่อนมวลชนไปชุมนุมปิดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ และยังมีมวลชนอีกส่วนหนึ่งได้เคลื่อนไหวปิดการจราจรบนถนนวิภาวดี – รังสิต จนการจราจรเป็นอัมพาตทั้งสาย ซึ่งการชุมนุมดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกระเทือนแก่ประเทศในด้านเศรษฐกิจอย่างมากเนื่องจากแยกราชประสงค์เป็นจุดเชื่อมต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานครหลายย่าน และในส่วนของถนนวิภาวดี-รังสิตก็เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญของกรุงเทพฯ อีกทั้งแกนนำบนเวทีใหญ่ยังมีท่าทีปลุกระดมยั่วยุความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นกลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธีซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีความห่วงใยต่อบ้านเมือง จึงมีข้อคิดเห็นดังต่อไปนี้
1.ขอให้กลุ่มนปช.ยุติการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์และถนนวิภาวดี-รังสิต แล้วกลับไปยังจุดชุมนุมหลักของตนเอง เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์รุนแรงอันอาจเกิดจากการฝ่าฝืนกฎหมายหรือท่าทีของกลุ่มนปช.เอง
ทั้งนี้จุดยืนของกลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี(ยศส.)ได้สนับสนุนและเคารพการใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของกลุ่มนปช.มาโดยตลอด แต่การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นก็จำเป็นต้องมีความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพในชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปในสังคม และขอให้พึงระลึกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเองก็มีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยโดยส่วนรวมของประเทศด้วย จึงไม่ควรสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ความลำบากใจแก่ทุกฝ่ายด้วยการพยายามกดดันให้เกิดความรุนแรง
2.ขอให้ประชาชนมีสติ อดทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และ หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะเป็นเงื่อนไขการเผชิญหน้ากัน ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรง ขอให้พึงระลึกเสมอว่าผู้ชุมนุมก็คือประชาชนคนไทยเหมือนกัน เพียงแต่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนอาจเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความรุนแรง อันจะสร้างความลำบากแก่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคงในการดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
3.ขอให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพึงระลึกว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปในสังคมคือสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึงได้รับการดูแลจากรัฐ ดังนั้นหากการใดที่กระทำเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของสังคมส่วนรวม ก็ขอให้ปฏิบัติทันทีโดยสมควรแก่เหตุ และทั้งนี้ก็ขอให้ยึดมั่นแนวทางวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมในการควบคุมฝูงชนโดยเคารพต่อหลักการสิทธิมนุษยชนสากลที่ปรากฏในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมทั้งอนุสัญญาสากลต่างๆของสหประชาชาติ เพราะผู้ชุมนุมก็ถือเป็นประชาชนที่พึงได้รับการดูแลสิทธิเสรีภาพจากรัฐเช่นเดียวกัน



