ข่าว

 "ธุรกิจอัมพาต"ม็อบแดงยึดแยกราชประสงค์

"ธุรกิจอัมพาต"ม็อบแดงยึดแยกราชประสงค์

04 เม.ย. 2553

หลังการเจรจาของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับฝ่ายรัฐบาล 2 ครั้งล้มเหลวและยังหาทางออกไม่ได้ต่อท่าทีการเรียกร้องของกลุ่ม นปช.ให้ยุบสภา และมีทีท่าว่าการเจรจารอบ 3 น่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นแล้ว

  ล่าสุด กลุ่ม นปช.ประกาศยกระดับการชุมนุมขั้นสูงสุด เพื่อกดดันรัฐบาลให้ยุบสภาแบบไม่มีข้อแม้ ด้วยการเคลื่อนมวลชนส่วนหนึ่งไปปิดถนนวิภาวดีรังสิต และเคลื่อนมวลชนกลุ่มใหญ่ไปยึดพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อปักหลักตั้งเวทีปราศรัยกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาโดยเร็วที่สุด ขณะที่ฐานที่มั่นเวทีผ่านฟ้าก็ยังคงอยู่และทำหน้าที่เป็นคลังเสบียงลำเลียงอาหารและน้ำดื่มมาให้ผู้ชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ และแกนนำประกาศว่าจะปักหลักอยู่ที่นี่จนกว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภา!

       พลันที่รถหกล้อ 3 คันติดเครื่องขยายเสียงของกลุ่มคนเสื้อแดงจอดนิ่งสนิท บริเวณแยกราชประสงค์ และตามติดมาด้วยมวลชนคนเสื้อแดงเข้ามาจับจองยึดพื้นที่เต็มบริเวณจนทำให้การจราจรกลายเป็นอัมพาตทันที ส่วนห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ รวมถึงสถาบันกวดวิชาก็ต้องปิดตัวชั่วคราว เพราะหวั่นเกรงจะเกิดความรุนแรงและความเสียหายต่อบุคลากรและทรัพยสินของร้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของห้างสรรสินค้าต่างๆ ถูกเรียกตัวมาเพื่อเสริมกำลังหากมีการบุกรุกเข้าไปยังบริเวณที่สงวนไว้

 "คม ชัด ลึก" สำรวจผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในภาคธุรกิจห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั้ง 8 แห่ง และผู้ประกอบการรายย่อย ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าโดยไม่รู้ชะตากรรมว่าต้องได้รับผลกระทบอีกนานเท่าใด แม้แต่ศาลพระพรหม ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรจำนวนมากก็ต้องปิดไปโดยปริยาย ส่วนพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยก็พลอยได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า "วรันญา" สาววัย 32 เจ้าของร้านกิฟท์ช็อปย่านสยาม บอกว่า ปกติต้องเดินทางมาเปิดร้านที่เช่าขายของเฉพาะช่วงเสาร์และอาทิตย์ ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงวันสุดสัปดาห์จะมีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกค้าวัยรุ่นที่มาเรียนพิเศษที่สถาบันกวดวิชา สัปดาห์หนึ่งๆ มีกำไรจากการขายของ 2 วันนี้เรือนแสนบาท แต่ในวันนี้มีการปิดถนนไม่มีลูกค้าเนื่องจากผู้ปกครองไม่ปล่อยให้ลูกหลานเดินทางมาเรียน เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยหากเกิดความรุนแรงขึ้น

 “ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายนี้จะยุติลงเมื่อไหร่ สำหรับตัวฉันอยากให้จบลงเร็วๆ เพราะตอนนี้เดือดร้อนมาก นี่ต้นเดือนรายได้หายไปมาก ถ้าเป็นแบบนี้ติดต่อหลายวันคงจะต้องมีข่าวพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้ฆ่าตัวตายแน่ ฉันต้องจ่ายค่าเช่าห้องก็เรือนแสนแล้ว ไหนจะค่าน้ำ ไฟ ค่าลูกจ้างอีก วันนี้พ่อค้าแม่ค้ากว่า 100 ร้านค้าปิดร้านกันเงียบ โรงเรียนกวดวิชาก็ปิดหมด ฉันเองก็ไม่รู้จะไปขายใคร ก็จำใจต้องปิดเหมือนกัน" วรันญา บอกขณะกำลังปิดร้านตอนใกล้เที่ยง

  ไม่ต่างจากพ่อค้าแม่ค้าย่านแพลทินัม และย่านประตูน้ำ ที่กำลังเดินทางมาซื้อสินค้าขายส่ง ได้รับผลกระทบชัดเจนจากการปิดถนนครั้งนี้ เพราะพวกเขาต้องเดินทางมารับสินค้าแต่ช่วงเช้าเพื่อนนำไปขายต่อยังตลาดนัด หรือแผงขายสินค้าที่เช่าขายอยู่ตามที่ชุมนุน แต่ไม่สามารถนำสินค้ากลับไปขายได้ เนื่องจากไม่มีรถรับส่ง ไม่สามารถวิ่งผ่านมาบริเวณดังกล่าวได้ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าที่นำรถมาเองก็ไม่สามารถขับรถออกไปจากบริเวณดังกล่าวได้เช่นกัน และล่าสุดห้างแพลทินัมต้องปิดให้บริการราวบ่ายสองโมง

 บุษกร แก้วเมือง แม่ค้าที่ตลาดนัดย่านบางกะปิ บอกว่า ปกติจะต้องเดินทางมาซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นที่ห้างแพลทินัม ย่านประตูน้ำ ทุกสัปดาห์ เพื่อที่จะนำไปวางขายที่แผงเช่าตลาดนัดย่านบางกะปิ วันนี้เดินทางมาแต่เช้าได้สินค้ากว่า 2 กระสอบ แต่ไม่สามารถเดินทางกลับไปขายของได้ทัน เนื่องจากไม่มีรถเพราะการปิดถนนของกลุ่มคนเสื้อแดง

 “ปกติต้องไปจองแผงกับผู้จัดการตลาดนัดตอนบ่ายโมง ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ไม่มีรถกลับ ฉันปวดหัวมาก เพราะจะต้องแก้ปัญหาที่จะตามมาต่อไป ของที่ฉันซื้อจะต้องขายวันเสาร์หรืออาทิตย์ เพราะคนจะเยอะ และช่วงนี้เป็นช่วงต้นเดือนคนจะมีกำลังซื้อ แต่วันนี้ไม่ได้ขายหมายความว่าเงินฉันจะจมกับของที่ซื้อมาต้องรอขายอาทิตย์หน้าให้หมด เพื่อที่จะเอาเงินมาหมุนซื้อสินค้าและใช้จ่ายต่อไป แต่วันนี้ไม่ได้ขายหมายถึงไม่มีเงิน หนำซ้ำยังจะต้องหาเงินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ อีกทั้งอาทิตย์ ไม่รู้ว่าทำไมคนเสื้อแดงถึงสร้างความเดือดร้อนให้พวกเราไปถึงไหน จะประท้วงก็ประท้วงกันไป อย่าสร้างแรงกดดันให้พวกเราด้วย วันนี้เชื่อเถอะว่าพ่อค้าแม่ค้าที่เดือดร้อนจะเกลียดพวกคุณแบบให้อภัยไม่ได้เลย” บุษกรกล่าว

 สองฟากฝั่งริมถนนตลาดขายส่งย่านแพลทินัมและประตูน้ำ ยังคลาคล่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าไปขายต่อ บางคนต้องแบกถุงกระสอบพะรุงพะรังไม่สามารถหารถเดินทางกลับบ้านได้ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าที่มีรถส่วนตัวมาขนเองก็ไม่สามารถขับรถลงมาจากลานจอดรถได้ติดเป็นทางยาว

 นอกจากพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.แล้ว คนไข้และญาติผู้ป่วยที่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาลย่านราชประสงค์ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

   "แพรวกาญจน์" นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บอกว่า ปกติแล้วต้องเดินทางมายังสยามสแควร์เป็นประจำเนื่องเพราะต้องมาพบแพทย์ที่นี่ เพื่อดูแลรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง และกำลังตั้งครรภ์อยู่จึงมีอาการปวดมากเป็นเท่าตัว แต่ไม่กล้ามาพบแพทย์เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

   นอกจากนี้ยังมีคนไข้และญาติผู้ป่วยของโรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลจุฬาฯ กำลังได้รับผลกระทบจากการปิดถนน ทำให้รถพยาบาลหรือรถของญาติผู้ป่วย หลายครั้งหลายคราจะเห็นภาพตะโกนต่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจากญาติผู้ป่วยที่จะเดินทางเข้าหรือออกโรงพยาบาลดังกล่าวด้วย

 ทั้งนี้ การที่กลุ่ม นปช.มาชุมนุมยึดพื้นที่แยกราชประสงค์ นักเศษฐศาสตร์คำนวณความเสียหายทางเศรษฐกิจบริเวณแยกราชประสงค์ และบริเวณรายล้อมทั้งพ่อค้าแม่ค้ารายใหญ่รวมถึงรายย่อยน่าจะมีความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท!!