
ทำลายฟันเฟืองศก.บีบรัฐลดเงื่อนไข
"ไม่ว่าการเตรียมการของฝ่ายรัฐบาลอย่างไร สถานการณ์ย้อนกลับมาถึงจุดที่เสี่ยงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยอีกครั้ง"
หลังจากการใช้วิธีเจรจาไปถึง 2 หนแล้ว ไม่เพียงแต่จะดีขึ้น แต่ นปช. เสื้อแดงมีแต่จะขาดทุน ทั้งที่ต้นทุนเดิมมีน้อยอยู่แล้ว การระดมพลครั้งสุดท้าย (อีกครั้ง) จึงได้ตัดสินใจ "ปิดเมือง" ด้วยการเคลื่อนกำลังไปที่ แยกราชประสงค์ กลางใจเมืองหลวง ซึ่งเป็นย่านการค้าธุรกิจ แหล่งจับจ่ายใช้สอย
นี่อาจมองได้ว่า คนเสื้อแดงยอมเสี่ยงดวง เกหมดหน้าตัก วัดใจคนเมืองหลวงว่าจะเอาด้วยหรือไม่ หรืออาจมองเห็นแล้วว่า คนเมืองหลวงที่หนุนยังพอมีอยู่ ก็ชิงทำเสียแต่วันนี้ ดีกว่าปล่อยให้คนเมืองหลวงที่เริ่มขยับออกมาสวมเสื้อสีชมพู-ขาว ต่อต้านการชุมนุม หนุนเนื่องกันออกมามากกว่านี้
แน่นอนว่า เมื่อเคลื่อนย้ายผู้คนและรถจำนวนมาก ถนนหนทางก็ติดขัดและสะสมกันยาวเหยียดแผ่ขยายออกไป เพราะจุดศูนย์กลางไม่ขยับ ความเดือดร้อนก็ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง
พ่อค้าแม่ค้าที่ทำมาหากินในย่านนั้น ยาวไปถึงประตูน้ำ มาบุญครอง สุขุมวิท แม้กระทั่งคนป่วยที่นอนพักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจาก "ตัวประกัน"
ถนนเศรษฐกิจอย่างน้อย 2 สายที่กลายเป็นอัมพาตเพราะศูนย์กลางถูกปิดตายนั้น สอดรับกับการจัดวางกำลังรถแล้วมอบหมายให้ ขวัญชัย ไพรพนา จอดรับคำสั่งอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
มองเผินๆ เหมือนกับว่า ให้ขวัญชัยตรึงจุดนี้ แต่ความจริง วางแผนให้ขวัญชัยขับเคลื่อนขบวนรถไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อให้เกิดภาวะชะงักงัน อันมีผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยตรง
นักเศรษฐศาสตร์ประเมินกันว่าแค่เพียงปิดสี่แยกราชประสงค์ก็สร้างความเสียหายให้แก่ระบบเศรษฐกิจไปแล้ว 200-300 ล้านบาท ถ้าหากขบวนรถของขวัญชัยเคลื่อนไปปิดกั้นจุดต่างๆ ก็น่าจะสร้างความเสียหายมากขึ้นไปอีก
แทบไม่ต่างอะไรกับการปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตร
นี่คือมาตรการบีบให้รัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้ายุบสภาในทันทีไม่ได้ ก็มุ่งหวังให้เงื่อนไขของรัฐบาลลดจำนวนวันที่จะอยู่ในอำนาจให้น้อยลงกว่าที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ลั่นวาจาไว้
ตำรวจ-ทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ กทม. รวมถึงแพทย์-พยาบาล ต้องทำงานหนักอีกครั้ง
ขณะที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่มี สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็น ผอ.ศอ.รส. ได้เรียกประเมินสถานการณ์ชนิดนาทีต่อนาที วางแผนรับมือกันแบบช็อตต่อช็อต
เพราะกังวลว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ จะเกิดการปะทะกันกับคนเมืองหลวง แม้ว่าคนเมืองหลวงส่วนหนึ่งจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล
แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ใช้วิธีแก้เกมรัฐบาลด้วยการปิดถนนสี่แยกราชประสงค์ เพราะถนนเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงศูนย์กลางคมนาคม อาจจะเพิ่มดีกรีของคนกรุง ที่ไม่เอาด้วยกับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหานี้ รัฐบาล-ศอ.รส.มีทางเลือกเพียงไม่กี่ทาง
เจรจาขอเปิดเส้นทาง ใช้กฎหมายบังคับ ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือเข้าสลายการชุมนุม
นปช.ก็รู้ดีว่า รัฐบาลมีทางเลือกเพียงไม่กี่ทาง
สถานการณ์เช่นนี้ จึงอยู่ที่ว่าใครจะอึดมากกว่ากัน อดทนอดกลั้นมากกว่ากัน เพราะรัฐบาลนั้นไม่มีแนวความคิดว่า จะยุบสภาภายใน 15 วันตามเงื่อนไขของ นปช.
การประชุมของ ศอ.รส.ครั้งนี้จึงมีการเชิญมือกฎหมายมาพูดคุยกันเป็นพิเศษ เพื่อหาข้อบังคับทางกฎหมาย ไปเจรจากับคนเสื้อแดง ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการเบื้องต้น หากไม่เป็นผล ก็จะค่อยๆ ขยับไปสู่ขั้นต่อไป
ขณะเดียวกัน ก็หารือถึงแนงวทางการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกด้วย
ในขณะที่กองทัพบกได้จัดเตรียมกำลังทหารไว้ 45 กองร้อย โดยใช้กำลังจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) จ.กาญจนบุรี และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.)
พร้อมกับกำลังสนับสนุนจากกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) รวมถึงกำลังจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) ของกองทัพอากาศ และ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) ของกองทัพเรือ ที่มีการเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้น
โดยมาตรการในการดูแลความปลอดภัยจะใช้เหมือนกับเหตุการณ์เมื่อช่วงเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา
ไม่ว่าการเตรียมการของฝ่ายรัฐบาลอย่างไร สถานการณ์ย้อนกลับมาถึงจุดที่เสี่ยงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยอีกครั้ง
เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ดีว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาแล้วอะไรจะตามมา และต่างก็วางแผนเอาประโยชน์จากเหตุที่ว่านั้นด้วยเช่นกัน
แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ จุดที่ผู้ชุมนุมมุ่งหวังให้เกิดความชะงักงันทางเศรษฐกิจ ประกาศค้างคืนที่สี่แยกราชประสงค์ ไม่กลับที่ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ยังจะมีทางเลือกใดให้แก่ฝ่ายรัฐบาลอีก
แต่นั่นอาจไม่น่ากลัวเท่าใดนัก เพราะแผนการขั้นตอนการดำเนินงานของรัฐบาลนั้นมีเป็นขั้นเป็นตอน เจรจากับแกนนำ ชี้แจงผู้ชุมนุม บังคับใช้กฎหมาย
หากขั้นตอนที่ว่านั้นล้มเหลว ก็นั่นแหละถึงจะเข้าสู่การสลายการชุมนุม ที่ยังมีทำเครื่องมือที่ทำให้หูดับ ฉีดน้ำ และใช้แก๊สน้ำตา
สิ่งที่น่าหวาดหวั่นก็คือ "มือที่สาม" ที่จ้องจะกินรวบ หากว่าฝ่ายรัฐบาลลุยสลายผู้ชุมนุมจนทำให้เลือดตกยางออก "ฮาร์ดคอร์" ที่ตำรวจเพิ่งจะจับกุมได้เมื่อไม่กี่วันและอ้างว่า พรรคการเมืองพรรคหนึ่งจ้างให้มาป่วนนั้นคือ สัญญาณเตือนภัยอย่างดี
ศรุติ ศรุตา /ทีมข่าวความมั่นคง



