
ผู้การฯ5ชี้ราชประสงค์ล่อแหลมหวั่นเกิดเหตุ
บก.น.5 ชี้พื้นที่ราชประสงค์ล่อแหลมหวั่นเกิดเหตุ อ้างมีคนชุมนุมมากตรวจค้นลำบาก พร้อมเจรจาแกนนำนปช.ขอเปิดแยกราชปร ะ สงค์ให้รถฉุกเฉินรพ.ตำรวจผ่าน พร้อมขอกำลังเสริม 15 กองร้อยคุมม็อบ
(3เม.ย.) ที่แยกราชประสงค์ เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง บก.น.5 เดินทางมาประสานงานกับแกนนำนปช. เพื่อขอให้เปิดเส้นทางบนถนนราชดำริ เพื่อให้รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลตำรวจ สามารถขนย้ายผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉินได้ อีกทั้งได้มีการประสานในการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งทางแกนนำนปช.ได้ยินยอมที่จะเปิดเส้นทางให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่แกนนำให้นายตำรวจในเครื่องแบบถอนกำลังออกจากบริเวณที่ชุมนุม พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของความยังไม่เข้าใจในแนวทางเดียวกัน เพราะเรามาดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มนปช. ซึ่งตำรวจเองก็ไม่ได้มากดดัน แต่เรามาเพื่อไม่เกิดก่อกวนและกรทบกระทั่งกัน ทั้งนี้ยมอรับว่า ตำรวจมีความห่วงใยเรื่องความปลอดภัย เพราะพื้นที่แห่งมีความล่อแหลม และมีคนอยู่จำนวนมาก การสกรีนคนเข้าออกไม่สามารถทำได้ทุกคน ซึ่งทางตำรวจก็ได้ประสานให้การ์ดของนปช.ช่วยทำการตรวจค้น ส่วนตึกโดยรอบพื้นที่ก็เป็นตึกสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบและวางกำลังไว้เรียบร้อยแล้ว และยอมรับว่าในพื้นที่แห่งนี้มีจุดที่ล่อแหลมหลายจุด
เมื่อถามว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการวางมาตรการในการอพยพคนอย่างไรในระหว่างที่มีเหตุเกิดขึ้น พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า เรามีแผนอยู่แล้ว แต่ไม่สาม่ารถเปิดเผยล่วงหน้าได้ เพราะเป็นแผนฉุกเฉิน
ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. กล่าวถึงสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่อยู่บริเวณราชประสงค์ ว่า เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในเส้นทางหลายจุด ได้แก่ ถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกเพลินจิตถึงปทุมวัน การจราจรขณะนี้ต้องปิดโดยเด็ดขาด ถนนราชดำริตั้งแต่แยกราชดำริ ถึงแยกราชประสงค์จนถึงประตูน้ำยาวไปจนถึงสามเหลี่ยมดินแดง
ถนนเพชรบุรีตั้งแต่ราชเทวี ประตูน้ำ ต่อเนื่องถึงผ่านฟ้าการจราจรเกิดปัญหาทั้งหมด ในบริเวณดังกล่าวมีโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ตำรวจ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.อื่นๆ ประชาชนที่เจ็บป่วย หรือคลอดบุตร เดินทางไปรพ. ก็ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างยิ่ง ฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมควรปิดเส้นทางให้ได้มากที่สุด มีรายงานว่าบริเวณราชประสงค์มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ประมาณ 4 พันคน หน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีประมาณ 5 พันคน และจุดที่เริ่มก่อตัวบริเวณแยกธูปเตมีย์อีกประมาณ 4-5 พันคน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมกระจายไปจุดต่างๆ ก็เกิดปัญหาคือแกนนำของผู้ชุมนุมอาจจะควบคุมไม่ได้บางส่วนอาจก่อเหตุอะไรก็แล้วแต่ตำรวจที่ดูแลพื้นที่อยู่ก็ต้องดำเนินการหากมีการฝ่าฝืนกฎหมาย นอกจากนี้ขอความร่วมมือปั๊มน้ำมันต่างๆ ถ้าหากบุคคลใดมาขอเติมน้ำมันโดยใช้ขวดน้ำ หรือขวดต่างๆ ขอให้งดเว้นการจำหน่าย เพราะป้องกันกรณีผู้ไม่หวังดีนำไปก่อเหตุ ถ้าพบเห็นการซื้อน้ำมันผิดปกติ หรือมีการรวมกลุ่มกันทำผิดกฎหมาย กรุณาโทรศัพท์แจ้ง 191 หรือ 1555 เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลกลุ่มผู้ชุมลงเต็มพื้นที่ทั้งหมดทุกจุดแล้วจำนวน 1 หมื่นกว่านาย บริเวณราชประสงค์ 8-9 กองร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร รวมถึงที่หน้าเอ็นบีที ที่ราบ 11 งานกาชาด ถนนราชดำเนิน และเส้นทางเดินตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าจนถึงราชประสงค์
"ภารกิจสำคัญ 3 อย่างที่ต้องคงไว้ และเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจปจ. คือ 1.ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่การชุมนุมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม และประชาชนที่พักอาศัยย่านดังกล่าว 2.ป้องกันการกระทบกระทั่งระหว่างบุคคลที่ไม่เห็นด้วยซึ่งเริ่มเกิดขึ้นแล้วก็มีเหตุการณ์บุคคลพยายามไปเส้นทางกลุ่มผู้ชุมนุมขับรถชนกันทะเลาะวิวาทกันเกรงว่ากลายเป็นน้ำผึงหยดเดียว และ 3.ป้องกันผู้ไม่หวังดีมาก่อสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งว่าชุมนุมยืดเยื้อบริเวณถนนราชประสงค์ น่าจะเกิดผลเสียหาย หลังจากที่ขอกำลังสนับสนุนจากสตช. 15 กองร้อยก็เริ่มทยอยมาแล้ว ซึ่งนักเรียนที่พิเศษก็ขอให้ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านเพื่อความปลอดภัย "พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมเดินทางไปอนุสาวรีย์จะมีการปิดหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่มั่นใจ และสิ่งที่ไม่มั่นใจก็คือเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกระจายไปตามจุดต่างๆแล้วแกนนำไม่สามารถควบคุมกันได้ โดยได้ส่งกำลังตำรวจทั้งปจ. และสน. ลงไปดูแลพื้นที่ทางร่วมทางแยกแล้ว ถามต่อว่า ทางศอ.รส. จะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ โฆษกบช.น. กล่าวว่า เป็นการประเมินสถานการณ์ของศอ.รส. ตำรวจเป็นหน่วยกำลังส่วนหนึ่งของการปฏิบัติดูแลรักษาสถานการณ์ซึ่งศอ.รส.จะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนกรณีจะชุมนุมยืดเยื้อนั้นบริเวณราชประสงค์นั้น ขณะมีการส่ง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ทราบผล
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. กล่าวว่า กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมนำสิ่งที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ อาวุธตามประมวลกฎหมายอาญานั้นรวมถึงสิ่งที่ไม่ใช่อาวุธโดยสภาพแต่เจตนาจะใช้อย่างอาวุธ อย่างมีด ปืน พกพาความผิด แต่บางอย่างไม่อาวุธโดยสภาพแต่นำมาใช้อย่างอาวุธได้ เช่น หนังสติ๊ก ไม้เบสบอล และไม้กอล์ฟ ซึ่งโดยสภาพเอาไว้ตีกอล์ฟต้องอยู่ที่สนามกอล์ฟ ไม่ใช่มาอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าฯ หรือสะพานมัฆวานฯ ถ้าหากว่ามีการใช้ยิงถ้าค้นหนังสติ๊กในตัวบุคคลใดก็มีความผิดพกพาสิ่งที่ไม่ใช่อาวุธโดยสภาพ แต่ได้ใช้และเจตนาจะใช้อย่าอาวุธ แม้เป็นความผิดลหุโทษแค่ปรับ ขอเตือนพอเริ่มจะมีการใช้สิ่งที่เป็นอาวุธโดยสภาพหรือไม่ก็แล้ว เช่น การเดินถือไม้หน้าสามมาร่วมชุมนุมไม่ใช่ช่างไม้ ไม่ได้ก่อสร้าง แสดงว่า เตรียมที่จะมาทำร้ายจะถูกจับกุมดำเนินคดี การใช้อาวุธเหล่านี้เมื่อเลือดตกยางออกก็จะเกิดการกระทบกระทั่งและความรุนแรงก็จะตามมา
ส่วน ความคืบหน้า นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน.พรรคการเมืองใหม่ ถูกดำเนินคดีข้อหา หมิ่นเบื้องสูง หลังนำคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดา ตอร์ปิโด" ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 18 ปี ในคดีหมิ่นเบื้องสูง มาเผยแพร่ซ้ำบนเวทีพันธมิตรฯเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 51 สายวันที่ 1 เม.ย. พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ส่งสำนวนฟ้องไปปีกว่าแล้วสำนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องก็ต้องนำตัวนายสนธิ ไปส่งให้อัยการในการฟ้องคดีต่อศาลต้องยื่นฟ้องพร้อมทั้งสำนวนคดีและตัวผู้ต้องหา นายสนธิ เลื่อนนัดไป 1 เดือน เป็นเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา อัยการแจ้งว่า ถ้านายสนธิไม่มาก็ให้ขอหมายจับแทนอัยการเพื่อนำตัวมาฟ้องต่อศาลถ้าจับกุมได้ก็ไม่มีอำนาจควบคุมนำตัวส่งอัยการเลย ล่าสุดนายสนธิ ขอเลื่อนอีกอ้างว่า ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ขณะนี้พนักงานอัยการกำลังพิจารณาจำเป็นต้องสอบปากตามเหตุผลที่อ้างหรือไม่ ถ้าเหตุผลสมควรพนักงานสอบสวนก็ต้องสอบเพิ่มเติม แต่ถ้าถือว่าเป็นการประวิงเวลาก็สั่งให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับต่อไป ตำรวจทำคดีรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรมเท่ากัน
กรณีแกนนำนปช. ปราศรัยโจมตีการดำเนินคดีทุบรถนายกฯ ที่กระทรวงมหาดไทยว่า สองมาตรฐาน ถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายแต่ปูดข่าวเป็นข้อหาพยายามฆ่านั้น พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ต้องดูตามพฤติการณ์ของคดีบางคนยืนห่างใช้ก้อนหินเล็กๆ เขวี้ยงก็ไม่ถึงข้อหาพยายาม แต่คนที่ขึ้นไปยืนเหยียบหลังรถและใช้ไม้ธงแหลมๆกระซวกเหมือนแทงปลา อย่างนี้เข้าข้อหาพยายามฆ่า ใช้หนังสติ๊กยิง เอาก้อนหินปาเข้าข้อหาทำร้ายร่างกาย ก็ดูพฤติการณ์เป็นคนๆ ไป ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับตามภาพจำนวน 20 กว่าคน บางคนก็ถูกดำเนินคดีข้อหา สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบวุ่นวายในบ้านเมือง ทำร้ายร่างกาย แต่บางคนก็ถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าด้วยก็มี



