ข่าว

"สาทิตย์”ยันรัฐพยามยามหาช่องเจรจารอบ3

"สาทิตย์”ยันรัฐพยามยามหาช่องเจรจารอบ3

03 เม.ย. 2553

"สาทิตย์” เผย “กอร์ปศักดิ์”พยามยามหาทางเจรจารอบ 3 พร้อมปัดข่าวร่นเวลายุบสภา 9 เดือนเป็น 5 เดือน ยันไม่คิดไกล หากเจรจาไม่สำเร็จจะใช้วิธีจู่โจมรวบแกนนำ พร้อมงดให้ความเห็น"พผ."แถลงการณ์ ให้ตัด “ประชามติ”

(3เม.ย.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลได้ประสานกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ว่าการเจรจารอบ 3 จะพูดคุยและตกลงกันในทางลับ ว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีทำงานนี้อยู่ในส่วนของตนไม่ทราบว่า เจรจาทางลับจะแจ้งกันอย่างไร แต่คณะที่ประสานงานมีการเจรจากันตลอด แต่เรื่องนัดหมายนั้นเข้าใจว่ายังไม่ได้เกิดขึ้น และปัญหาใหญ่ในขณะนี้ คือ กลุ่มผู้ชุมนุมมีความคิดที่แยกกัน โดยสายที่เป็นฮาร์ดคอร์ต้องการจะต่อสู้โดยตรง แตกหัก ส่วนสายที่ต้องการต่อสู้แบบสันติอหิงสาด้วยการเจรจาก็มี เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจน ในส่วนของรัฐบาลนั้น ต้องการที่จะหาทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งการเจรจาก็คือ ทางออกที่ดีที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่า อาจจะมีข้อตกลงในเรื่องการยุบสภาโดยร่นระยะเวลาจาก 9 เดือน มาเป็น 5 เดือน รมต.ประจำสำนักฯ กล่าวว่า ยังไม่มีเงื่อนไขเรื่องนี้ เพราะเงื่อนไขจะต้องเกิดจากโต๊ะเจรจา ส่วนแนวโน้มว่าผู้ชุมนุมจะยอมเจรจาหรือไม่นั้น ขณะนี้ เราเป็นห่วงมา 2 วันแล้ว เนื่องจากท่าทีของกลุ่มผู้ชุมนุมก้าวร้าวและรุนแรงขึ้น รวมทั้งยกระดับขึ้น ซึ่งเดิมทีเคยประสานกับรัฐบาลตลอดว่า จะเคลื่อนไปทางไหน เพื่อที่จะได้ดูแลประชาชน แต่ตอนนี้เขาไม่กังวลแล้ว เห็นได้จากการที่นายจตุพร พรมหพันธุ์ แกนนำกลุ่มนปช. ได้ประกาศว่า จราจรติดขัดกรุงเทพฯเป็นเรื่องเล็ก แต่ปัญหาของเขาใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง ศอ.รส. มีข่าวว่า กลุ่ม นปช. ประกอบด้วยหลายกลุ่ม โดยบางกลุ่มอาจจะเคลื่อนไปที่อื่นด้วย นอกเหนือจากถนนราชประสงค์และถนนวิภาวดี เพื่อต้องการให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ไปดำเนินการเจรจา ถ้าเอารถปิดถนนก็ต้องเจรจาให้เอารถออก ถ้าไม่เอารถออกก็จะต้องยกรถออกเป็นต้น

 ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ล่าสุดออกแถลงการณ์จะให้รัฐบาลตัดเรื่องการทำประชามติออกไปเพื่อร้นระยะเวลาในการเจรจาให้สั้นลง นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงเป็นการแสดงความเห็น ซึ่งเป็นรายละเอียดของการเจรจา ความจริงได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาก่อนหน้านี้แล้ว ปัญหาใหญ่ครั้งนี้ คือ การที่นปช.ไม่ยอมเจรจา จึงไม่ได้เป็นปัญหากับการเจรจา ไม่เป็นอุปสรรค เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความเห็นอาจจะไม่ตรงกัน ฉะนั้นวันนี้มีปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่าปัญหาที่จะมาโต้กับพรรคร่วมรัฐบาล เราทำงานด้วยความเข้าใจกัน ไม่มีปัญหากันเลย ยังเข้าใจกันดีอยู่ และแนวทางก็ไปกันด้วยดี เพราะหลักที่เห็นตรงกันก็ คือ ไม่ใช่ยุบสภาภายใน 15 วันแน่นอน และเห็นตรงกันในเงื่อนไข 3 ข้อ คือ เศรษฐกิจดีขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีบอกไปแล้ว คือ การกอบกู้เศรษฐกิจ แก้กติกา และบรรยายการเมืองดีขึ้น ซึ่งเงื่อนไข 3 ข้อนี้ก็ตรงกันส่วนเรื่องอื่นเป็นรายละเอียด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ยึดติดกับตัวเลข 9 เดือน สามารถที่จะลดหย่อนลงมาได้ในเรื่องรายละเอียด และกระบวนการเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในภาวะที่ไม่ปกติ รมต.ประจำสำนักฯ กล่าวว่า ความจริงแล้วรัฐบาลยังมีเวลาบริหารประเทศอีก 1 ปี 9 เดือน นี่คือสิทธิตามรัฐธรรมนูญ สถานการณ์ตอนนี้ประเด็นอยู่ที่เงื่อนไข 3 ข้อ เวลาไม่ใช่เรื่องใหญ่กว่าบรรยากาศในการแก้ไขเศรษฐกิจ และ กติกา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สอบถามไปยังพรรคเพื่อแผ่นดินหรือไม่เกี่ยวกับท่าทีตรงนี้ นายสาทิตย์ กล่าวติดตลกว่า “ผมอยู่ในเฉพาะที่ศอ.รส. ก็ไม่เห็นเดือน เห็นแต่ดวงอาทิตย์ตรงนี้”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ได้มีการพูดคยกันกับนายกรัฐมนตรีอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รมต.ประจำสำนักฯ กล่าวว่า เพิ่งวางสายกับนายกรัฐมนตรีหลังจากที่ได้มีการแถลงข่าว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์กับ ศอ.รส.มาตลอด

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาไม่สำเร็จจะใช้วิธีจู่โจมจับแกนนำนปช.เลยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยังไม่คิดถึงขนาดนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์จะลุกลามไปถึงขนาดขั้นไหนรัฐบาลจึงจะตัดสินใจประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน รมต.ประจำสำนักฯ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องทำเป็นขั้นตอนด้วยการเจรจาก่อน โดยมีการประเมินสถานการณ์ไปเรื่อย ๆ คงจะไปพูดก่อนล่วงหน้าไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่ารัฐบาลใช้คนกทม.เป็นเกราะกำบัง โดยเลือกที่จะยังไม่ยุบสภา นายสาทิตย์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นชัดก็คือกลุ่มผู้ชุมนุมเอาคนกทม.เป็นตัวประกัน เราพยายามชิงตัวประกันออกมาอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ถ้าปล่อยการเจรจาออกไปจะทำให้คน กทม.เปลี่ยนข้าง รมต.ประจำสำนักฯ กล่าวว่า กังวลอยู่ทุกเวลาถึงได้พยายามแก้ไขปัญหาอยู่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังแถลงข่าว นายสาทิตย์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 2 นาที และตัวนายสาทิตย์เองก็ได้ติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ผ่านเอสเอ็มเอสอยู่ตลอดเวลา