ข่าว

ทหารกังวลแดงใช้แยกราชประสงค์บีบยุบสภา

ทหารกังวลแดงใช้แยกราชประสงค์บีบยุบสภา

03 เม.ย. 2553

ศอ.รส.กังวลม็อบแดงใช้แยกราชประสงค์บีบรัฐยุบสภา คาดแดงชุมนุมอย่างน้อย 6 หมื่นคน สั่งเช็กข้อมูลหลังพบต่างด้าว “แม่สอด-แม่สาย” 15 คน แฝงร่วมม็อบแดง ชี้ใช้ พรก.ฉุกเฉิน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลตัดสินใจ แต่หากสถานการณ์การชุมนุมยังปกติ พรบ.ความมั่นคง ยังสามารถเอาอยู่ ร

(3เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) เวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้เป็นประธานในการประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอ.รส.แถลงข่าวว่าที่ประชุมได้มีการสรุปข้อมูลข่าวสาร โดยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงขณะนี้มียอดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ประมาณ 25,000 - 26,000 คน แต่ก็ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางเข้ามาโดยคาดว่าอาจจะมียอดรวมประมาณ 60,000 คน หรืออาจจะน้อยกว่านี้ก็ได้

 นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสายข่าวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปชุมนุมในพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งศอ.รส.มีความกังวล เนื่องจากเป็นพื้นที่เส้นทางคมนาคมและเป็นพื้นที่ทำธุรกิจติดต่อประสานงาน หากไปตั้งเวทีปราศรัยที่ราชประสงค์ก็จะต้องเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะต้องเปิดเส้นทางการจราจรให้ประชาชนได้สัญจรได้บ้าง โดยเฉพาะในวันนี้เป็นวันที่ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะพานักเรียนไปมอบตัว ดังนั้นขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมเห็นใจประชาชนที่จะใช้ชีวิตตามปกติด้วย

 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์ในลักษณะเดินทางไปพื้นที่ธุรกิจหรือพื้นที่หนาแน่น ก็จะต้องขอความกรุณาสื่อมวลชนช่วยกันบันทึกภาพความเคลื่อนไหวหรือเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงเกิดขื้นใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีหรือคลี่คลายให้สังคมได้รับทราบต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ทาง ศอ.รส.จึงขอความร่วมมือมาในครั้งนี้

 พ.อ.สรรเสริญ ยังกล่าวอีกว่า จากการข่าวของศอ.รส.พบว่ามีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีการปะปนเข้ามากับกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 10-15 คน ถือว่าเยอะแล้วหากพูดคุยกันไม่รู้ และขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบอยู่ ทั้งนี้เราไม่ได้มีการปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ กทม. แต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามสกัดกั้นอยู่ เราไม่ได้เกาะติดตัวต่อตัว และจำนวนคนในพื้นที่ภาคเหนือเยอะพอสมควร ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ตรวจสอบพบ หรือ จับได้ ผู้ที่ประกอบการและปล่อยให้คนของตัวเองที่อยู่ในความดูแลก็จะต้องพูดคุยกันถึงเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาต อย่างไรก็ตามศอ.รส.กังวลกับพี่น้องที่จะมาร่วมชุมนุม จริง ๆ แล้วคนไทยด้วยกันเองจะมีจิตวิญญาณของความนึกถึงความทุกข์สุขของคนอื่น หากเป็นคนต่างด้าวแล้วเราไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวด้วย ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองร้อยปราบจราจร 2 กองร้อย จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เนื่องจากใช้กำลังทหารกลุ่มผู้ชุมนุมจะเกิดความเครียด และตำรวจมีความคุ้นเคยกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งศอ.รส.ได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานงานไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเจรจาต่อรองว่าขอให้เปิดพื้นที่การจราจรไว้บ้าง แม้ว่าจะจัดเวทีปราศรัยก็ตาม หากการร้องขอ หรือการเจรจาไม่เป็นผลก็จะต้องดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย หรืออาจจะต้องใช้รถยกก็จะต้องทำ ทั้งขั้นต้นกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังตอบรับคนในกทม.อยู่และเชื่อมั่นว่าน่าจะเจรจาได้

 "  ศอ.รส.ยังไม่เคยคิดในเรื่องการสลายการชุมนุม แต่การป้องกันเหตุการณ์ปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการเคลื่อนย้ายไปในสถานที่ต่าง ๆ กับพี่น้องชุมนุมใน กทม. ที่ห่วงใย ทั้งนี้การเคลื่อนขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดง จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งเคลื่อนที่ประกบกับผู้ชุมนุม ส่วนที่สองคือพื้นที่ล่อแหลม หรือ พื้นที่เป็นจุดที่คาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลพื้นที่อยู่ส่วนทหารที่กระจายอยู่ในกลุ่มก้อนต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะเคลื่อนที่ไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างทันถ่วงที สำหรับพื้นที่ล่อแหลมที่ศอ.รส. เป็นห่วง คือ อสมท. ช่อง 9 เอ็นบีที แยกราชประสงค์ นางเลิ้ง โบ้เบ๊ เพชรบุรีซอย 7 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) หลักสี่ ศูนย์ราชการ ศาลปกครอง ศาลฎีกา  "

 เมื่อถามถึงกรณี ที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้ผ้าพันคอสีชมพูเป็นสัญญลักษณ์ จะเป็นการทำให้เกิดการยั่วยุถึงการแบ่งสีหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ใช่ครับ เพราะเรื่องการใช้สีตามแขนเสื้อหรือผ้าพันคอ เป็นเพียงสัญญาณบอกฝ่ายในแต่ละวัน บางวันก็จะเป็นผ้าพันคอ หรือ แถบริบบิ้น สุดแล้วแต่ผู้บังคับหน่วยจะกำหนดอย่างไร แต่เชื่อว่าการใช้สีไม่ใช่เป็นการยั่วยุ เพราะโดยปกติเชื่อมั่นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมก็มองเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้งามสักเท่าไหร่

 ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้มาตรการขั้นแตกหักนั้น เท่าที่ได้ฟังจากนายจตุพร พรมหพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนพ.เหวง โตจิราการ รักสงบ ยื้ดเยื้อ ก็ประมาทไม่ได้ก็จะต้องระมัดระวังกันต่อไป ส่วนจะนำ พรก.ฉุกเฉิน มาใช้หรือไม่นั้น ต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ถ้า ศอ.รส.จะเข้าไปเกี่ยวข้องก็คงจะทำข้อพิจารณา และข้อเสนอไป ซึ่งในเวลา 10.00 น. ของวันนี้จะมีการพูดคุยในข้อกฎหมาย โดยอาจจะขอพื้นที่บางส่วนของกลุ่มผู้ชุมนุมคืนเป็นต้น ทั้งนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งใจปิดเส้นทางการจราจรมีโทษจำคุก 2 ปี อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การชุมนุมเป็นอยู่ในขณะนี้ พรบ.ความมั่นคงยังดูแลได้ แต่หากมีการปะทะกันก็จะต้องประเมินอีกครั้ง