ข่าว

วางใจแต่ไม่นอนใจม็อบ 3 เม.ย.

วางใจแต่ไม่นอนใจม็อบ 3 เม.ย.

03 เม.ย. 2553

กว่า 3 สัปดาห์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจให้แก่ประชาชนด้วยการ “ยุบสภา” แต่ดูเหมือนทิศทางที่กลุ่มคนเสื้อแดงมุ่งหวังกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้ยุบสภาภายใน 15 ว

กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามเคลื่อนไหวต้านรัฐด้วยการเดินเกมทั้ง “บนดิน-ใต้ดิน” เพื่อหวังให้รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สละรัฐนาวา แต่เท่าที่ดูการเคลื่อนไหวตามแผนยุทธศาสตร์ดาวกระจาย “ปิดล้อมเมือง” ที่ผ่านมาสองครั้งสองครา ก็ไม่เป็นผล กลับทำให้เสีย “มวลชน” คน กทม.ไปอย่างน่าเสียดาย

 ทำให้การเคลื่อนไหวในวันเสาร์ที่ 3 เมษายนนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องปฏิบัติการให้เกิดความ “กระชับ-ฉับไว และเข้มข้น” และต้องปิดเกมให้เร็วที่สุด ถ้ายังเล่นเกมยื้อดื้อดึง ชมรมคนรักทักษิณ ที่เกณฑ์กันมาจากทั้ง 76 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานคงจะหมดศรัทธา

 ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พบว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันเสาร์ที่ 3 เมษายน จะมีไม่มากเหมือน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนพื้นที่ภาคอีสาน ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก

 ประชาชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสานจะมาอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 คน และขณะที่พื้นที่ภาคเหนือจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 คน

 ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่รวมกันกับแกนนำสามเกลอเสื้อแดง “วีระ มุสิกพงศ์-จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” อยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 คนเท่านั้น

 จึงทำให้ ณ เวลานี้ ศอ.รส.ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และในฐานะ ผอ.ศอ.รส. รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และในฐานะรอง ผอ.ศอ.รส. ไม่ค่อยตื่นเต้นกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงสักเท่าไหร่

 เพราะเท่าที่สังเกตเห็นการประชุมของ ศอ.รส.ในแต่ละวันไม่ค่อยมีผู้ใหญ่ระดับ “รัฐมนตรี” หรือ “ผู้นำเหล่าทัพ” เข้าร่วมประชุม ซึ่งการส่งสัญญาณของ ศอ.รส.จึงสามารถบ่งบอกได้ชัดเจนว่า สถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ค่อยน่าตกใจ หรือกังวลใจ

 พล.อ.ประวิตร ก็ออกปฏิบัติภารกิจได้อย่างสบายใจเฉิบ ไม่เหมือนกับช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ออกปฏิบัติภารกิจทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดได้อย่างไม่กังวล

 นี่ยังไม่รวมไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะรัฐมนตรี ต่างเดินทางไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้อย่างสบายใจเช่นกัน ถึงแม้การดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งจากทหารและตำรวจหลายกองร้อยจะยังคงเหมือนเดิม

 แต่สิ่งหนึ่งที่ ศอ.รส.ยังแก้ไขปัญหาการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มมือที่สาม หรือกลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่ยังสามารถปฏิบัติภารกิจทั้งการยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 หรือการใช้ระเบิดชนิดขว้างแบบเอ็ม 67 หรือการใช้อาวุธสงครามแบบอาร์พีจียิงถล่มใส่พื้นที่สำคัญ

 ล่าสุดที่คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน 4 คน นำระเบิดชนิดขว้างแบบเอ็ม 67 ปาเข้าใส่มูลนิธิรัฐบุรุษของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หน่วยข่าวก็มีการแจ้งเตือนไปแล้วว่า คนร้ายพยายามจะสร้างสถานการณ์โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์

 การลูบคมของกลุ่มคนร้ายที่ปฏิบัติการอุกอาจในการปาระเบิดเข้าไปในมูลนิธิของ “ป๋าเปรม” จะมีนอกมีในหรือไม่ คงต้องรอการพิสูจน์ของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าจะสามารถคลี่คลายคดีระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ คงเป็นคำถามก่อนที่จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

 ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่หนักอกหนักใจอยู่คนเดียว เพราะบรรดา ผบ.เหล่าทัพนั้น หลังประเมินกันแล้วว่า ทั้งจำนวน-ความรุนแรง ในวันที่ 3 เมษายนนี้ อยู่ในระดับวางใจได้

ทีมข่าวความมั่นคง