
ไม่มีกลุ่มใดผูกขาดการประท้วงได้
มีประโยคหนึ่งที่มาจาก คุณธนิต โสรัตน์ รักษาการรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่สะท้อนไปให้กลุ่มคนที่อ้างว่าบูชาประชาธิปไตย
พูดอย่างนี้ว่า "การที่นักวิชาการและนักธุรกิจออกมาแสดงจุดยืนเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นแนวคิดของคนในสังคม ว่าไม่ได้มีเฉพาะคนเสื้อแดง เสื้อสีอื่นๆ ก็มีสิทธิมีแนวคิด เพื่อไม่ต้องการให้ประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้ เพราะไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาในกลุ่มที่ล้าหลังที่สุดในอาเซียนแล้ว"
นี่เป็นเสียงของผู้นำธุรกิจ
ขณะเดียวกันคณาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่รวมตัวกันบ่ายวันศุกร์ เวลา 2 โมง เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา ต้องการที่จะให้สังคมได้เห็นว่าความคิดเห็นขณะนี้มีหลากหลาย จะต้องมีการถกแถลงกันอย่างเปิดเผยและโปร่งใส
ต้องไม่มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดความคิดเห็น หรือจะใช้ข้อเรียกร้องของตัวเองเป็นเอกสิทธิ์ที่จะห้ามคนอื่นแสดงความคิดเห็นในแนวที่แปลกและแตกต่างออกไป
ฉะนั้น สิ่งที่เราได้ยินขณะนี้ก็คือ มีคนหลายกลุ่มในสังคมที่มีความคิดเห็นว่าจะพ้นวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไร
จำเป็นอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องฟังทุกกลุ่ม จะนั่งลงเจรจากับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเห็นจะไม่ได้ ถ้าจะมีการนั่งลงพูดคุยกันจะต้องให้คนทุกกลุ่มมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา
เหตุผลของฝ่ายต่างๆ จะต้องได้รับการประกาศและสื่อของรัฐซึ่งเคยให้มีการถ่ายทอดสดการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับแกนนำของ นปช. บัดนี้ต้องเปิดโอกาสให้มีการถ่ายทอดสดการพูดจาระหว่างนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับกลุ่มอื่นๆ ในประชาสังคมด้วย
อย่างนี้จึงจะเรียกว่าประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างนี้จึงจะเรียกว่าเป็นการสร้างกระบวนการเพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเรียกตัวเองว่าไพร่ หรือ อำมาตย์ก็ตาม
สุทธิชัย หยุ่น



