
ประชาธิปไตยกับอนาธิปไตย
นับวันเส้นแบ่งเขตระหว่าง "ประชาธิปไตย" กับ "อนาธิปไตย" กำลังถูกท้าทายมากขึ้นทุกที เมื่อกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำระหว่างการเจรจา 2 รอบกับรัฐบาล
ได้พยายามสร้างอาณาจักรแห่งความหวาดกลัวขึ้น โดยใช้การข่มขู่คุกคามและการรังควานเป็นเครื่องมือตอบโต้กระแสกดดันโดยสันติวิธีจากหลายภาคส่วนของสังคมที่ลุกขึ้นมาทวงสิทธิตามรัฐธรรมนูญของตัวเองบ้างหวังจะได้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติเสียที นอกเหนือจากเพื่อใช้สิทธิในการแสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศด้วยการที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้ข่มขู่คุกคามว่าจะไปล้อมจุฬาลงกร
ณมหาวิทยาลัยพร้อมกับเตือนว่าจุฬาฯ อาจจะเจอกับความหายนะ กรณีที่ปล่อยให้กลุ่มอาจารย์และนักวิชาการจุฬาฯ รวมพลังคนใส่เสื้อสีชมพู ก็ดี การข่มขู่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ไม่ให้ขยายความเรื่อง "อำมาตย์อายุ 80 กว่าๆ" ก็ดี หรือการขู่จะยกพลไปล้อมมหาวิทยาลัยมหิดล ตอบโต้ที่กลุ่มพี่น้องมหิดล นำโดย นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ แสดงความห่วงใยประชาชนที่เข้าไปร่วมชุมนุมในช่วงที่เทเลือดตามสถานที่ต่างๆ ว่าอาจเกิดการติดเชื้อไวรัสติดต่อร้ายแรง 3 ชนิดได้ง่าย ก็ดี พฤติกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงเหล่านี้กำลังล้ำเส้นประชาธิปไตยและก้าวไปสู่อนาธิปไตย ทั้งๆ ที่สังคมในขณะนี้ต้องการช่วงเวลาสงบสุขเพื่อสร้างบรรยากาศของความสมานฉันท์ที่น่าเสียดายยิ่งกว่านั้นก็คือท่าทางแข็งกร้าวของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปิดโอกาสที่รัฐบาลจะเร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจริงๆ ของประชาชนโดยเฉพาะปัญหาภัยแล้งซึ่งขณะนี้มีหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว
นอกจากนี้ ก็ยังกลบความสำคัญการประชุมสุดยอด 4 ผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน ที่หัวหิน ทั้งๆ ที่การประชุมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของประชาชนราว 60 ล้านคนใน 4 ประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นไทย ลาว เวียดนามและกัมพูชา ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบรุนแรงจากปัญหาแม่น้ำโขงแห้งขอด ทั้งผู้นำของ 4 ประเทศและผู้แทนระดับรัฐมนตรีจากพม่าและจีนที่เข้าร่วมประชุมด้วย ในฐานะประเทศที่มีส่วนได้ส่วนเสียในแม่น้ำโขงเช่นกัน ต่างพร้อมเจรจาหารือเพื่อร่วมกันบูรณาการการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมในแม่น้ำโขง อันเป็นวิธีที่กลุ่มคนเสื้อแดงควรจะศึกษาแนวทางนี้ไว้ ในฐานะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาขัดแย้งในทุกสังคมไม่ว่าจะเป็นสังคมใหญ่น้อยเพียงใด



