ข่าว

'เดือดร้อนทำกิน'ยัน'หมิ่นในหลวง'.".สำนึกรัก 'สีชมพู'

'เดือดร้อนทำกิน'ยัน'หมิ่นในหลวง'.".สำนึกรัก 'สีชมพู'

03 เม.ย. 2553

เกือบจะ 3 สัปดาห์เต็มแล้ว ที่กลุ่มคนเสื้อแดงมาปักหลักและเคลื่อนพลในกรุงเทพฯ แรกๆ คนกรุงส่วนใหญ่แม้ไม่เห็นด้วยก็ไม่กีดกั้น แต่ระยะหลังกลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวเคลื่อนพลแสดงพลังไปทั่วเมือง ทำให้คนกรุงได้รับความเดือดร้อน ทั้งปัญหาการจราจรและระบบเศรษฐกิจถดถอย เร

 "พัฒน์เวทิต ประทุมแก้วพลทิต" ผู้จัดการฝ่ายประสานและว่าจ้าง โรงแรมดุสิตธานี พร้อมกับพนักงานกว่า 300 คน ในเสื้อหลากสี ต่างพากันมาร่วมแสดงพลังกับกลุ่มคนเสื้อสีชมพู บริเวณลานพระบรมราชานุสาวีรย์ ร.6 สวนลุมพินี ที่รวมตัวจุดประกายคนเมืองไม่เอาม็อบ และไม่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา ด้วยไม่เชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองสงบได้จริง

 พัฒน์เวทิต บอกว่า ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมได้รับผลกระทบจากการชุมนุมโดยตรง นักท่องเที่ยวไม่กล้ามาเที่ยวเมืองไทย และพฤติกรรมการเทเลือดประท้วงก็เป็นการกระทำที่น่าขยะแขยงในสายตาชาวต่างประเทศ จึงมาร่วมกับกลุ่มเสื้อสีชมพูที่มีความรู้สึกเหมือนๆ กัน

 "คนไม่เห็นด้วยมีเยอะนะ เพียงแต่ไม่มีช่องทางให้แสดงออก เพราะเกรงจะมีปัญหาความปลอดภัย การเดินไปทั่วกรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์ คนไม่พอใจนะ แต่ไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวไม่ปลอดภัย การเคลื่อนไหวของพวกเรากลุ่มโรงแรมยืนยันว่า ไม่ได้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล พวกเราเดือดร้อนจริงๆ และอยากให้ม็อบเสื้อแดงหยุดการเคลื่อนไหวได้แล้ว" ตัวแทนกลุ่มโรงแรมดุสิตธานี กล่าว

 ในขณะที่ "ปรีชา อุดมวงศ์ศักดิ์" มัคคุเทศก์อิสระ วัย 58 ปี กล่าวว่า ตั้งแต่มีม็อบแดงมาต้องหยุดงานไปโดยปริยาย เพราะเดินทางพานักท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่สะดวก เมื่อมีการรวมตัวต่อต้านม็อบแดงเลยมาร่วม ด้วยความรู้สึกอยากให้ความถูกต้องเกิดขึ้น 
 "ความดีเก็บไว้ในใจมันไม่มีประโยชน์หรอก เลยต้องออกมาร่วมแสดงพลังด้วย" ปรีชา ขยายความ

 กลุ่มคนเสื้อสีชมพูมีมาจากหลายกลุ่มหลายชุมชนและหลากหลายสาขาอาชีพ บ้างมากันเป็นชุมชน ครอบครัว และก็มีอยู่มากที่มาเดี่ยวๆ ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่โดยตรงก็ทางอ้อม และหลายคนมาเพราะทนไม่ได้ที่การชุมนุมพาดพิงถึงสถาบัน

 "ไต๋" ตัวแทนแนวร่วมคนรักชาติ ที่รวมตัวกันในเฟซบุ๊กนานกว่า 2 เดือน ร่วมใส่เสื้อสีชมพูชูป้าย "ให้รัฐบาลทำงานต่อจนครบวาระ" มากับเพื่อนๆ ในกลุ่มหลายร้อยคน กลุ่มพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อครั้งมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตามสถานที่ต่างๆ ก่อนจะเคลื่อนพลเข้ามาปักหลักในกรุงเทพฯ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการความสงบ สันติ และอยากให้เสื้อแดงยุติการชุมนุมโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาได้สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงมามากพอแล้ว ถึงจะไม่เห็นแก่รัฐบาลก็อยากให้เห็นแก่ประชาชนบ้าง

 "พวกเราไม่ใช่เครื่องมือรัฐบาล แต่ข้อเสนอยุบสภาไม่มีเหตุผล และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้จริง คือ กลุ่มเสื้อแดงตอบแบบเหวงๆ เขาไม่มีเหตุผลเพียงพอว่ายุบสภาแล้วทุกอย่างจะสงบ พวกเราไม่เชื่อ" ไต๋ แสดงความเห็น

 เช่นเดียวกับ "แป๋ว" ศิษย์เก่ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 17 พร้อมเพื่อนอีก 3-4 ชีวิต ในชุดสีชมพูโดดเด่น บอกว่า การชุมนุมทำให้คนทำมาหากินทุกสาขาอาชีพในกรุงเทพฯ เดือดร้อน และก็ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา อยากให้รัฐบาลทำงานต่อ เศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น ประกอบกับแนวทางการชุมนุมมีการข่มขู่ ถ้าเสื้อชมพูมาเยอะจุฬาฯ จะพินาศ เขาไม่น่าขู่แบบนี้ เลยต้องออกมาร่วมแสดงพลัง

 "ประชาธิปไตยคิดต่างได้ แต่อย่ามาคุกคามกัน" แป๋ว กล่างเสียงแข็ง

 แต่สำหรับ "วัฒน์" หนุ่มกลางคน วัย 50 ปี ในนามกลุ่มชาวแฟลตร่วมน้ำใจ บางนา ที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเก็บเนื้อเก็บตัวไม่เคยออกมาเรียกร้องทางการเมือง ไม่ว่าม็อบใดสมัยใด แต่ครั้งนี้เขากับเพื่อนๆ ชาวแฟลตกว่า 20 คน กลับมีความรู้สึกแตกต่างออกไป เพราะการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมีการพาดพิงสถาบัน จึงต้องรวมตัวกันออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเรารักในหลวง สังคมกรุงตอนนี้อึดอัดกับม็อบเสื้อแดงแต่ไม่มีผู้นำ วันนี้พอมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย จึงออกมาให้กำลังใจคนกล้าแสดงตัว

 "ผมทนไม่ได้จริงๆ เลยต้องออกมา" วัฒน์ กล่าวจริงจัง

 ท่ามกลางผู้คนเสื้อสีชมพูที่คับคั่งคึกคัก "ธนันญดา ศตรธนธิภัทร" วัย 47 ปี จากชุมชนวัดพระยาไกร เดินชูป้าย "อย่ายุบนะเฮีย เดี๋ยว...จะกลับมา" เธอยิ้มพร้อมกับบอกว่ามากับเพื่อนๆ ในชุมชนกว่า 100 คน เพราะอยากให้เสื้อแดงหยุดทำเพื่อคนคนเดียวเสียที

 ส่วน "จุฑาทิพย์ ฤทธิ์ทองพิทักษ์" ในชุดนักเรียน มากับเพื่อนๆ แม่และน้อง แม้จะเป็นแค่นักเรียนชั้น ม.3 แต่ติดตามข่าวสารการชุมนุมคนเสื้อแดงผ่านแม่ ที่เปิดทั้งวิทยุโทรทัศน์ตลอด จนซึมซับแนวทางการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เธอแสดงความคิดเห็นว่า มันไม่ถูกต้องและน่าเบื่อ ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองจึงรับไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นประสบการณ์ครั้งนี้ ถือว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตามแนวทางที่เธอชอบ ก่อนจะยืนยันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีอะไร เพราะเป็นคนไม่มีสี

 ในขณะที่ "ไพโรจน์ จรรยานุภาค" วัย 45 ปี ใส่เสื้อสีชมพูลุยเดี่ยวมาจากเยาวราช อกเสื้อติดสติกเกอร์สีเขียว "ไม่ยุบสภา" ส่วนมือถือป้าย "กฎหมายอยู่เหนือกฎหมู่ กฎแห่งกูแพ้กฎแห่งกรรม กฎคุณธรรมคือกฎสากล" ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ไปขอป้ายมาจากทีมงานมาช่วยถือ เดินไปทั่วการชุมนุม

 "ไม่ได้เกี่ยวข้องกับม็อบเหลือง และไม่เคยออกไปร่วมประท้วงด้วย แต่ครั้งนี้ม็อบแดงหมิ่นในหลวง จึงต้องออกมาร่วมกับเสื้อสีชมพู ดูหมิ่นในหลวงผมรับไม่ได้" ไพโรจน์ กล่าว

 นอกจากนี้ยังมีบรรดาศิลปินอิสระมาร่วมเปิดหมวกร้องเพลงกระทะทองแดง, โยกย้าย และดูไบ ที่มีเนื้อหาเสียดสีกลุ่มการเมืองที่ม็อบเสื้อแดงสนับสนุน โดยมีผู้บริจาคเงินสนับสนุนจำนวนมาก "แร็พแจ็ค" หรือ "สุทธิพงศ์ สุวรรณละเอียด" วัย 37 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ ยอมรับว่า เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร แต่ที่มาครั้งนี้เพราะรักในหลวง ไม่อยากให้ใครมาหมิ่นในหลวงของเรา และไม่เกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตร เพราะมากันเองแค่ 2 คน