ข่าว

ตามรอยอาชญา :  ม็อบและสารพันปัญหารุมเร้า

ตามรอยอาชญา : ม็อบและสารพันปัญหารุมเร้า

03 เม.ย. 2553

ในขณะที่ข้าราชการตำรวจ-ทหารถูกเกณฑ์เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยในกรุงเทพฯ ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนานร่วม 2 สัปดาห์ และแกนนำยืนยันว่าจะชุมนุมยืดเยื้อไปเรื่อยๆ สถานการณ์ปัญหารอบๆ ประเทศก็รุมเร้าเข้ามาหลายด้าน ถาโถมใส่ประเทศไทยและคนในชาติอย่างสาหัส

  ระหว่างที่กำลังตำรวจทหารส่วนใหญ่พะวงอยู่กับการดูแลสถานที่สำคัญและบุคคลสำคัญ เหตุระเบิดป่วนเมืองก็เกิดขึ้นรายวัน โดยไม่สามารถป้องกันหรือติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แม้แต่รายเดียว สัญลักษณ์ทางการเมือง การทหาร และอำมาตย์ ตกเป็นเป้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนจะมีเพิ่มมากขึ้นแทบทุกวัน แม้จะไม่หวังผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่การสร้างสถานการณ์ให้ดูวุ่นวาย ประเทศชาติก็เสียหายยับเยินในสายตานานาประเทศ

 กำลังตำรวจทหารที่ถูกระดมมาจากต่างจังหวัด ส่งผลกระทบต่องานประจำที่รับผิดชอบอยู่ ตอนนี้สถานการณ์ยาเสพติดทางภาคเหนือมีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก บรรดาพ่อค้ายาเสพติดต่างอาศัยช่วงจังหวะปลอดเจ้าหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดเข้ากรุงอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากการจับกุมยาเสพติดแต่ละครั้งในช่วงนี้มีปริมาณมากเป็นแสนๆ เม็ด เบ็ดเสร็จแล้วมียอดจับกุมและยึดยาบ้าได้แล้วกว่า 2.5 แสนเม็ด

 จากเหนือหันมาดูสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือกันบ้าง พล.อ.เจีย ดารา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกัมพูชา กล่าวสุนทรพจน์ที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติ ต่อหน้าครูและนักเรียนกว่า 1,000 คน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกาศชัยชนะเหนือไทยต่อกรณีความขัดแย้งเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร เพราะกองทัพไทยถอนกำลังส่วนหนึ่งออกไปคุมสถานการณ์ในกรุงเทพฯ 

 "ทหารไทย 50% ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ไปกรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้เพื่อแก้ปัญหาภายใน และพวกเขาไม่กล้าจะกลับมาโจมตีทหารกัมพูชาอีกครั้งแน่ ผมมาที่นี่เพื่อจะบอกพวกคุณว่า เราได้ชัยชนะเหนือทหารไทยในสมรภูมิ เราคือผู้ชนะ และเรายังได้รับชัยชนะในการต่อสู้ทั้งทางการทูตและในสมรภูมิ ภายใต้การนำของสมเด็จฮุนเซน" พล.อ.เจีย กล่าว

 สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้เปิดโอกาสให้ศัตรูของชาติฉวยจังหวะซ้ำเติม ย่ำยี ทั้งปัญหายาเสพติดและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-กัมพูชาที่เปราะบางอยู่แล้วยิ่งร้าวลึกมากขึ้นไปอีก รัฐบาลต้องรีบแก้ไข และประชาชนคนในชาติต้องช่วยกัน

 หากยังคงส่งเสริมคนผิดและกระทำในสิ่งผิดอยู่ ปล่อยให้สถานการณ์การเมืองดำเนินต่อไปไม่มีข้อยุติ เมื่อนั้นประเทศไทยก็คงไม่แคล้วสูญเสียเอกราชอย่างที่ใครบางคนอยากเห็นก็เป็นได้