
ปทีประบุชุมนุมใหญ่เสื้อแดง3เม.ย.โอกาสรุนแรง
สุเทพ ประชุมฝ่ายกฎหมายด่วน หาช่องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ "ขวัญชัย"ขนแดงอุดร 3 พันคนเข้ากทม.คืนนี้ บอกขอเวลา 4 วันและมาเป็นครั้งสุดท้าย ประธานจปร.20ยันไม่เคยนำรุ่นตบเท้าเข้าเพื่อไทย
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) วันที่ 2 เมษายน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันพรุ่งนี้ว่า โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงก็เกิดขึ้นได้ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้มาชุมนุม คำประกาศของแกนนำที่บอกว่าจะยกระดับการชุมนุมให้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราก็ได้เตรียมการกำลังตำรวจ ร่วมกับทหารไว้พร้อมแล้ว และจะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ก็บอกไม่ได้ว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะมากแค่ไหนต้องดูสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้
“เราเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่บนสมมติฐานที่ว่าสถานการณ์ความรุนแรงสูงสุด แต่ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์รุนแรง การเตรียมการป้องกันต้องเตรียมให้พร้อมที่สุดต้องประเมินสูงสุดไว้ก่อนเพื่อจะรับสถานการณ์ที่อาจจะรุนแรงได้ แต่หากไม่มีควารุนแรงก็ลดระดับการดูแลลง เป็นการเตรียมความพร้อมตามหลักการรักษาความปลอดภัย”รรท.ผบ.ตร.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำอย่างนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่ถูกออกหมายจับทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่จับกุม พล.ต.อ.ปทีป บอกเพียงว่าเขาอาจจะมอบตัวคืนนี้ก็ได้ และขอให้เห็นใจตำรวจในการทำงานดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม และยืนยันว่าการทำคดีไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มไหนตำรวจใช้มาตรฐานเดียวกัน ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน
“สุเทพ”ประชุมฝ่ายกฎหมายด่วน หาช่องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางมายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย อาทิ กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยใช้เวลาการประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมวันนี้ เพื่อหารือถึงความรอบคอบในการบังคับใช้กฎหมายและการซักซ้อมทำความเข้าใจในเรื่องการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อเตรียมการหากมีความจำเป็นที่ต้องประกาศใช้ในช่วงวันที่ 3 และ 4 เม.ย.นี้ เพราะหากการชุมนุมของคนเสื้อแดงเกิดความวุ่นวาย รุนแรง และจลาจล ก็จะสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
"ขวัญชัย"ขนแดงอุดร3พันคนเข้ากทม.คืนนี้
นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดร กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่วันเสาร์ที่ 3 เม.ย.ว่า ขณะนี้ตนกำลังนำมวลชนคนเสื้อแดงจากจ.อุดรฯ 3 พันคน เข้ามาสมทบกับกลุ่มนปช.ที่สะพานผ่านฟ้าฯโดยจะถึงเช้ามืดของวันพรุ่งนี้ โดยในส่วนของจ.อุดรฯมีกว่า 3 พันคนยังไม่นับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสานที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยและเครือข่ายคนเสื้อแดงได้ระดมคนเสื้อภาคอีสานเข้ามาอีกหลายพันคนแต่คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงจากภาคอีสานจำนวนหลายหมื่นคน เดินทางเข้ามาสมทบ ที่กรุงเทพฯเป็นจำนวนมาก ไม่น้อยกว่าวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้บอกกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การมาครั้งนี้จะขอเวลา 4 วัน และน่าจะมาเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนจะเคลื่อนไหวในรูปแบบใด และจุดใด จะรอฟังคำสั่งจากแกนนำหลักอีกครั้งหนึ่ง ทันทีที่ถึงเวทีผ่านฟ้า
ส่วนกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อสีชมพูออกมาปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นคนเสื้อแดงในอีสานทราบเรื่องแล้วแต่มองว่า น่าจะเป็นการจัดตั้งของรัฐบาล โดยเฉพาะนายเนวิน ชิดชอบ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องหากปล่อยให้มีการปะทะกันระหว่างประชาชนปัญหาก็จะไม่จบ ต่อไปจะมีการเผาบ้านเผาเมืองเกิดขึ้น และตนขอบอกไปยังรัฐบาลและคนกรุงเทพฯที่ถูกจัดตั้งให้มาปะทะกับคนเสื้อแดงว่าคนต่างจังหวัดใจถึงกว่าคนกรุงเทพฯ แน่นอน
ภายหลังการประชุมนายสุเทพกล่าวถึงการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 2-5 เม.ย.นี้ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า “อาจจะไปไม่ได้ เพราะงานยุ่งจริงๆ แต่ถ้ามีเวลาก็อยากจะไป เพราะจะไปคุยกับฮุนเซนซะหน่อย ให้เบาๆๆบ้าง เพราะผมคิดว่าผมคุยได้”
ประธานจปร.20ยันไม่เคยนำรุ่นตบเท้าเข้าเพื่อไทย
พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ อดีตรอง ผบ.สส. ในฐานะประธานรุ่น จปร. 20 เผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวกล่าวหาว่าตนเองได้นำเพื่อน จปร. 20 เข้าพรรคเพื่อไทย นั้น ว่า ขอปฏิเสธว่าในเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะหลังจากที่ตนเองเกษียณราชการมาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดๆ คงใช้ชีวิตตามปกติของข้าราชการเกษียณ แต่มีคนพยายามจะดึงรุ่น และตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งไม่ใช่เป็นแนวทางของตนเอง และหากเพื่อนในรุ่นคนใดจะเล่นการเมือง หรือไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนตัว ที่สามารถจะทำได้
“ ยืนยันว่านโยบายของรุ่น จปร. 20 หรือ ตนเอง จะไม่นำพารุ่น จปร. 20 เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ส่วนการเข้าเป็นสมาชิกพรรคของละบุคคลถือเป็นสิทธิของเพื่อน แต่เชื่อว่าเพื่อนคงไม่นำรุ่นเข้าไปยุ่งเกี่ยว และเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนก็ปฏิบัติตามนโยบายอย่างเคร่งครัด ” พล.อ.มนตรี กล่าว และว่าการที่มีบุคคลพยายามสร้างกระแสว่าตนมีการนำรุ่นข้าไปเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นข่าวโคมลอย ไร้ความจริง
พล.อ.มนตรี กล่าวด้วยว่า เพื่อนๆในรุ่นทั้ง พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ประธาน ตท. 9 พล.อ.จงศักดิ์ พานิชกุล สมาชิกพรรคเพื่อไทย พล.อ. จิรเดช คชรัตน์ อดีตรองผบ.ทบ.และสมาชิกเพื่อไทย ก็ได้พบปะพุดคุยกันตลอด นโยบายและแนวทางของรุ่นชัดเจนมาก การออกมาให้ข่าวทำนองนี้ทำให้ตนเอง และรุ่นเสียหายมาก และสิ่งที่ปล่อยออกมาก็ไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นบุคคลไม่หวังดีต่อรุ่น จปร. 20 ที่หวังดิสเครดิต



