
เปิดถกลุ่มน้ำโขงวันแรกครั้งแรกประวัติศาสตร์15ปี
เป็นครั้งแรกในรอบประวัติศาสตร์ 15 ปีของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่มีนายกรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิก คือ กัมพูชา สาธารณะรัฐประชาชนลาว ประเทศไทยและเวียดนาม ได้มาประชุมร่วมกันเพื่อถกแถลงปัญหาการจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขง
การประชุมสุดยอดครั้งนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบแห่งการลงนามข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับแม่น้ำโขงในปี 2538 ซึ่งทำให้เกิดการก่อตั้งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
“นี่เป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญทางการเมืองของภูมิภาคนี้” นายเจอรามี่ เบิร์ด หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงกล่าว “ประเทศในลุ่มน้ำโขงจะประชุมกันเพื่อตอกย้ำเจตนารมย์ความมุ่งมั่นทางการเมืองที่ต้องการให้มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงแห่งนี้อย่างยั่งยืน มีการเห็นด้วยอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าแม่น้ำโขงได้เกื้อหนุนวิถีการดำรงชีพที่หลากหลาย และความท้าทายบางประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โครงการก่อสร้างเขื่อนต่างๆ บนแม่น้ำโขงสายหลักอาจจะส่งผลกระทบด้านลบซึ่งจำเป็นต้องลงมือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง”
การประชุมและการประชุมสุดยอดครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่แม่น้ำโขงกำลังได้รับความสนใจในประเด็นใหม่ๆ ได้แก่ โครงการนำเสนอเพื่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำต่างๆ บนแม่น้ำโขงสายหลัก ภาวะความแห้งแล้งที่นำไปสู่การขาดแคลนน้ำและระดับน้ำต่ำสุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ทางตอนเหนือของลาวและประเทศไทย รวมถึงภัยคุกคามที่เป็นสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สิ่งเหล่านี้คาดว่าจะเป็นประเด็นหลักในการประชุมครั้งนี้
ประเทศคู่เจรจาอย่างจีนได้ส่งตัวแทนจำนวนมากมาเพื่อจัดประชุมกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงและประเทศสมาชิกแต่ละประเทศตลอดสัปดาห์นี้ คณะกรรรมาธิการแม่น้ำโขงกล่าวต่อ ประเทศจีนได้ขอประชุมกับตัวแทนจากไทยเป็นพิเศษเพื่อถกปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำที่ต่ำในปัจจุบัน ซึ่งการนำเสนอทางสื่อมวลชนได้กล่าวว่าเป็นผลมาจากเขื่อนของจีนทางตอนบนของแม่น้ำโขง เช่นเดียวกับปัญหาหมอกควันในภูมิภาค
คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงได้กล่าวไว้ในเอกสารก่อนหน้านี้ว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่จะสนับสนุนการกล่าวอ้างที่จะทำให้เขื่อนของจีนถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุของระดับน้ำที่ต่ำ โดยกล่าวย้ำว่าการขาดแคลนน้ำในปัจจุบันนั้นมีสาเหตุมาจากภาวะฝนแล้งและฤดูฝนในปีที่แล้วสั้นกว่าปกติทำให้มีปริมาณน้ำต้นทุนน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในลุ่มน้ำแห่งนี้หากการคาดการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศเป็นเรื่องจริง
การมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ระหว่างจีนและประเทศสมาชิกได้ยกระดับความสำคัญขึ้นมาเมื่อเร็วนี้ๆ โดยจีนตกลงที่จะให้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศและน้ำของลำน้ำโขงตอนบนแก่ประเทศสมาชิกทุกวันจันทร์เวลา 0900 นาฬิกา เริ่มตั้งแต่ 15 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงกล่าวว่าจะทำให้การคาดการณ์เกี่ยวกับภาวะแห้งแล้งและน้ำท่วมมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
นอกจากการทำให้ความมุ่งมั่นในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว การประชุมสุดยอดครั้งนี้ถูกคาดหวังว่าจะส่งผลให้เกิดการร่างปฏิญญาร่วมกันที่จะสรุปในวันที่ 5 เมษายน ซึ่งประเทศสมาชิกทั้งสี่ประเทศจะให้พันธะสัญญาในการพยายามมากขึ้นในเรื่องต่างๆ เพื่อปกป้องประชาชนจากความเสี่ยงจากน้ำท่วมบ่า เพื่อสนับสนุนการเดินเรือและการค้า เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำ และเพื่อประเมินโอกาสและความท้าทายต่างๆ จากโครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงกล่าว
“การแบ่งปันประโยชน์ต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายร่วมกันของแม่น้ำโขงเป็นโอกาสของประเทศในลุ่มน้ำโขงที่จะร่วมมือกัน ทำให้ความสัมพันธ์แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นหนึ่งเดียวกันเกี่ยวกับการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกประเทศในภูมิภาคนี้เห็นด้วย” เขากล่าวสรุป



