ข่าว

รามาฯรับตรวจเลือดเสื้อแดงจริงแต่ไม่รู้ที่มา

รามาฯรับตรวจเลือดเสื้อแดงจริงแต่ไม่รู้ที่มา

02 เม.ย. 2553

รามาธิบดี” ยอมรับ “ตรวจเลือดม็อบเสื้อแดงจริง” พบเชื้อ 3 ชนิด แต่ไม่รู้ที่มาของเลือด นำส่งโดย รพ.แห่งหนึ่ง แถมไม่ไดตรวจว่าเป็นเลือดคนหรือสัตว์ ยันเป็นการบริการรับตรวจตามปกติ ชี้กรณีเปิดเผยผลเลือดพ้นความรับผิดชอบของรามาฯ แล้ว วอนอย่าโยงการเมือง ส่วนแพทย์นำไ

(2เม.ย.) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี พร้อมด้วย รศ.นพ.ธันย์ สุภัทรพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.นพ.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าไวรัสวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา ร่วมแถลงข่าวกรณีที่มีการอ้างถึงการนำตัวอย่างเลือดม็อบเสื้อแดงในการต่อสู้ทางการเมืองมาตรวจยังห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาลรามาธิบดี

 ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวเผยแพร่ว่าโรงพยาบาลรามาธิบดีได้มีการตรวจเลือดผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่นำไปราดบริเวณสถานที่ต่างๆ และระบุว่ามีการพบเชื้อเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบบี และซี โดยอ้างว่านำมาจากห้องปฏิบัติการรามาธิบดีนั้น จึงขอนำเสนอข้อเท็จจริงให้ทราบว่า เบื้องต้นปกติโรงพยาบาลรามาธิบดีมีบริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดผู้ป่วย ทั้งเลือดจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามาธิบดี และผู้ป่วยภายนอกที่ส่งตัวอย่างมาตรวจ ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐ และเอกชน โดยบริการ 24 ชั่วโมง ประเด็นคือ หากเป็นเลือดส่งตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี จะต้องปกปิดชื่อผู้ป่วย หรือผู้นำส่ง โดยโรงพยาบาลไม่สามารถเปิดเผยได้ และจะส่งผลการตรวจให้ผู้ส่งตรวจหรือผู้เข้ารับการตรวจโดยตรง ซึ่งเป็นขั้นตอนประกันการรักษาความลับของผู้ป่วยและเป็นแนวทางปฏิบัติกระทรวงสาธารณสุขที่ใช้กันทั่วประเทศ

 ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า ส่วนที่เมื่อวานนี้มีข่าวว่า มีแพทย์ผู้หนึ่งและคณะนำผลการตรวจตัวอย่างเลือดที่พบว่า มีการติดเชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบีและซี โดยระบุว่าเป็นเลือดที่นำมาจากผู้ชุมนุมประท้วงเสื้อแดง ซึ่งเป็นผลการตรวจจากโรงพยาบาลรามาธิบดีนั้น ทางรามาธิบดีจึงได้ตรวจสอบเบื้องต้นว่า ได้มีตัวอย่างเลือดดังกล่าวส่งมาจริงหรือไม่ ปรากฏว่าไม่พบตามการให้สัมภาษณ์ของผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดีวานนี้ แต่หลังจากได้ทำการตรวจสอบข้อมูลซ้ำอีกครั้งพบว่า มีผู้นำส่งตัวอย่างเลือดมาตรวจวันนั้นถึง 300 ตัวอย่าง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวพบผลการตรวจ 1 ตัวอย่างที่สอดคล้องกับข้อมูลที่ถูกนำไปเปิดเผย ตรงกับฐานข้อมูลของห้องปฏิบัติการรามาธิบดี อีกทั้งยังเป็นเลือดตัวอย่างเดียวในวันดังกล่าวที่ตรวจพบเชื้อ 3 ชนิดข้างต้น ซึ่งตัวอย่างเลือดนี้มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเป็นผู้นำส่ง อย่างไรก็ตามยืนยันว่า บริการรับตรวจเลือดนี้เป็นการให้บริการตามปกติ และทางโรงพยาบาลไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด อีกทั้งยังนำส่งให้กับผู้ที่นำส่งตรวจ และเมื่อรับผลตรวจไปแล้ว ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่รับผลไป ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของรามาธิบดีแต่อย่างใด

 “ตัวอย่างเลือดที่นำมาตรวจนั้น ไม่ได้มีการระบุชื่อและได้ส่งผลตรวจให้ผู้นำส่งที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การปกปิดความลับตามมาตรฐาน ดังนั้นกรณีดังกล่าวถึงไม่อยู่ในความรับผิดชอบของรามาฯ อีกทั้งแพทย์ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรามาธิบดีแต่อย่างใด ไม่ได้เป็นแพทย์ และไม่เคยศึกษาที่รามาธิบดี ส่วนที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดีออกมาปฏิเสธวานนี้ เป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น” คณบดีคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี กล่าว และว่า ส่วนจะมีการฟ้องร้องแพทย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาต่อรามาฯ หรือไม่นั้น คงไม่เพราะการนำข้อมูลไปใช้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของรามาธิบดีแล้ว แต่ยอมรับว่าการนำข้อมูลไปเปิดเผยโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม ถือว่ามีความผิด เพราะแม้แต่แพทย์คนอื่นจะมาขอดูข้อมูลการตรวจนี้ก็ไม่ได้ เพราะว่าถือเป็นความลับระหว่างแพทย์และผู้ป่วยโดยตรง เป็นจรรยาบรรณของแพทย์ ยกเว้นกรณีได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยเอง 

 ศ. นพ.รัชตะ กล่าวว่า การตรวจที่จะพบเชื้อถึง 3 ชนิดในคนๆ เดียวนั้นมีความเป็นไปได้แต่น้อยมาก ไม่ถึง 1% อีกทั้งการตรวจวิเคราะห์นี้ยังเป็นเพียงแค่การตรวจหาเชื้อ ไม่ได้แยกว่าเป็นเลือดคนๆ เดียวหรือหลายคน อีกทั้งไม่มีการตรวจวิเคราะห์ว่าเป็นเลือดคนหรือเลือดสัตว์ เนื่องจากในห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลจะไม่รับตรวจเลือดสัตว์ ส่งที่มองว่ามีความพยายามโยงไปเรื่องการเมืองนั้น ทางรามาธิบดีขอเรียนว่า เราเป็นองค์กรรัฐที่ให้การดูแลประชาชนคนไทย ทุกผู้ทุกนาม เสมอภาค หน้าที่เราอยากปฏิบติหน้าที่เราดีที่สุด ในการให้การรักษาพยาบาลที่เป็นผู้ป่วย แต่หากจะนำเรื่องอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยว เราก็พยายามหลีกเลี่ยง

 รศ.นพ.วสัตน์ กล่าว ตัวอย่างเลือดดังกล่าวส่งมายังโรงพยาบาลรามาธิบดีเมื่อวันที่วันที่ 18 มีนาคม เวลา 13.00 น. และผลการตรวจออกมาวันที่ 19 มีนาคม ประมาณ 19.00 น. โดยมีการนำส่งตัวอย่างเลือดมาเพียงหลอดเดียว ซึ่งการตรวจวิเคราะห์นั้นจะคิดค่าบริการที่ 2,000 บาทต่อการหาตัวอย่างเชื้อ 1 ชนิด ซึ่งกรณีนี้เสียค่าใช้จ่าย 6,000 บาท อย่างไรก็ตามการที่จะตรวจพบเลือดที่มีเชื้อถึง 3 ชนิด มีความเป็นไปได้ แต่พบได้น้อยมาก โดยมีอัตราการตรวจพบไม่ถึง 1% ทั้งนี้เชื้อไวรัสที่อยู่ในเลือดนั้น หากอยู่ในอุณหภูมิปกติ 40 องศา เชื้อจะตายภายใน 2 ชั่วโมง แต่หากนำไปแช่ในน้ำแข็ง เชื้อไวรัสจะอยู่ได้ 18-24 ชั่วโมงเท่านั้น