ข่าว

“พท.”แฉศอ.รส.ใช้6แผนป่วนม็อบเสื้อแดง

“พท.”แฉศอ.รส.ใช้6แผนป่วนม็อบเสื้อแดง

02 เม.ย. 2553

“เพื่อไทย”แฉ ศอ.รส.ใช้6 แผนปฎิบัติสร้างสถานการณ์ป่วนชุนนุม สร้างความชอบธรรมให้รัฐบาล ซัดตั้งกลุ่มต่างๆออกโรงต้านเสื้อแดง หวั่นเกิด”น้ำผึ้งหยดเดียว” จี้ รัฐบาล-ศอ.รส. ทบทวนการปฎิบัติโดยด่วน

(2เม.ย.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.เพื่อไทย ในฐานะเลขานุการศูนย์ช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยของประชาชน (ศชปป.)ของพรรคเพื่อไทย แถลงว่า จากการที่ได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ได้ทำการช่วยเหลือประสานงาน แก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุมมาตลอด 20 วัน ส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องว่าหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะ ศอ.รส. มีความพยายามปิดกั้น ขัดขวาง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่ปฏิบัติการในรูปแบบต่าง ทั้ง การก่อกวนโดยสร้างสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ การใช้สื่อสารมวลชนเสนอข่าวบิดเบือน จัดตั้งมวลชนออกมาต่อต้าน ปั่นป่วน การรวมตัวของกลุ่มพลังต่างๆที่ออกมาคัดค้านไม่ให้ยุบสภา การให้บุคคลภายใต้สังกัดขององค์กรบางแห่ง เข้าแฝงตัวสร้างสถานการณ์ เพื่อทำลายความชอบธรรมการชุมนุมของประชาชน สิ่งเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นจากฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาล และบางคนก็เป็นเจ้าหน้าที่ด้วย

 น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ทาง ศชปป.ได้รับรายงานแผ่นการปฏิบัติของ ศอ.รส.เกี่ยวกับการปฏิบัติข่าวสารในระหว่างชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อพิจารณาข้อปฏิบัติทั้ง 6 ข้อ ประกอบกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น มีความสอดคล้องและเป็นการรับลูกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง คือ 1.การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงเพิมเติม เป็นการป้องกันเหตุร้าย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน 2. ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงเพิ่มเติม ทั้ง 2 ข้อนี้ได้มีการปฏิบัติไปแล้ว ที่มีการต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงแล้วประโคมข่าวว่า การต่อพ.ร.บ. เพื่อต้องการป้องกันเหตุร้าย และผบกระทบที่เกิดขึ้นเกิดจากการชุมนุม ไม่ใช่มาจาก พ.ร.บ.ความมั่นคง

 3.คนไทยที่รักชาติย่อมไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ข้อนี้มีความพยายามสื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงฝักใฝความรุนแรง และมีการให้กลุ่มคนต่างๆออกมารวมตัวต่อต้านความรุนแรง รวมถึงใช้สื่อต่างๆออกมารณรงค์ให้ต่อต้านความรุนแรง และมีการสร้างสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ทั้งมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นทั่วตามสถานที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เคยจับได้ ยกเว้นล่าสุดที่จับกุมได้ ผลการสอบสวนพบว่าได้รับว่าจ้างมาจากอดีตหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ 4.เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามหลักสากล ดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ในข้อนี้เป็นที่ปรากฎจากการที่มีการสั่งใช้กองกำลังเข้าตรึงสถานที่ต่างๆ โดยสร้างภาพให้เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประสงค์ที่จะใช้ความรุนแรง เช่น ล้อมรัฐสภา โดยอ้างว่าผู้ชุมนุมจะไปปิดล้อม ทั้งที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น 5.ความรุนแรงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น เศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมของชาติเป็นอย่างมาก ปรากฎว่ามีกลุ่มบุคคลที่จัดตั้งออกมาแสดงความเห็นต่อต้านการชุมนุม และสนับสนุนรัฐบาลโดยอ้างว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังเสียหาย เช่น กลุ่มเครือข่ายพลเมืองชุมชน กทม. 1.8 พันชุมชน กลุ่มชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย กลุ่มสหเครือข่ายภาคประชาชน ล่าสุดกลุ่มเพื่อนมหิดล กลุ่มเหล่านี้มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเป็นกลุ่มและบุคคลเดี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรฯ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นรัฐบาลมาโดยตลอด แถมมีบางคนเป็นผู้สมัคร ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย

 น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวด้วยว่า 6. อย่าหลงเชื่อข่าวลือจากผู้ไม่หวังดี ข้อนี้พบว่ามีการสั่งให้สื่อต่างๆนำเสนอข่าวที่เป็นลบต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดง และห้ามเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์กับการชุมนุม นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ทหารบางนายออกมาทำลายป้ายณรงค์ให้ยุบสภาที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำไปติดตั้งไว้ตามริมถนน ซึ่งล่าสุดได้จับตัวได้ที่พื้นที่ สน.บางเขน

 "เมื่อพิจารณาการปฏิบัติการทั้งหมดหากเป็นจริงตามคำเรียกร้องและตามข้อมูลที่ ศชปป.ได้รับ จะเห็นว่าการปฏิบัติการของ ศอ.รส.ไม่ได้อำนวยการรักษาความสงบ เพราะพฤติกรรมที่ปรากฏเป็นการปฏิบัติการอำนวยการป้องกันรัฐบาล สร้างสถานการณ์ โฆษณาชวนเชื่อ และป่วนการชุมนุม แผนทั้งหมดนี้เชื่อได้ว่าถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าโดย ศอ.รส.ทั้งสิ้น ดังนั้นรัฐบาลควรมีความจริงใจแก้ปัญหา และสนองความต้องการของประชาชน ไม่ใช่คิดสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง" น.อ.อนุดิษฐ์ ย้ำ

 ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดงจะเคลื่อนใหญ่ในกทม.วันที่ 3 เม.ย.นั้น น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กลัวเกิดเหตุยุแยง จนทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ ออกมาเปิดเผยผลตรวจเลือดของ นปช. จุดนี้อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวนำไปสู่ความรุนแรงได้ เพราะมวลชนรับไม่ได้และปลุกขึ้น

 ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินทางเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและเรียกร้องไม่ให้ยุบสภา ก็เห็นชัดว่า นพ.ตุลย์ เป็นหนึ่งที่ร่วมกับพันธมิตรฯ รวมทั้งกลุ่มสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย กลุ่มชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ทำไมเพิ่งตื่นออกมาพูดเรื่องการชุมนุม 20 วันเท่านั้น จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แล้วทำไมช่วงพันธมิตรฯชุมนุมนาน 193 วัน และมีการยึดสนามบิน ทำไมไม่ออกมาพูด พร้อมเรียกร้องให้ นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ ที่ออกมาผลตรวจเลือดคนเสื้อแดง มีเชื้อHIV มีเชื้อไวรัส หลายอย่างและมีเลือดสัตว์นั้น ควรลาออกจากการเป็นแพทย์เพราะได้สร้างความแตกแยกในวงการแพทย์