
เทือกติงเสื้อแดงอย่ารังควาญคนเห็นต่าง
สุเทพ กร้าวใส่ นปช. อย่ารังควาญคนที่เห็นต่าง อย่าโกรธคนกลุ่มอื่น ที่อยากจะแสดงความเห็นในบ้านเมืองบ้าง เตรียมคุมเข้มรับมือ 3 เม.ย. หลังมีข่าวกลุ่มฮาร์ดคอร์ เตรียมเล่นงานพวกเดียวกันเอง แย้มมีลุ้นเจรจารอบ 3 ย้ำต้อง 90 วัน ส่งสัญญาณสถานการณ์คืนสู่ป
(2เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่คณะอาจารย์และนักวิชาการ ออกมาต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนปช.ประกาศจะนำมวลชนไปแสดงพลัง ว่า ตนคิดว่าคนเสื้อแดงควรจะใจกว้างหน่อย เพราะที่ผ่านมาก็ชุมนุมมาเป็นเดือนๆ แล้ว ชุมนุมกันอยู่กลางถนน ประชาชนคนกรุงเทพก็เดือดร้อนในการสัญจรไปมา เพราะรถราก็ติด และก็มีการแสดงความเห็นของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่เมื่อจะมีคนกลุ่มอื่นเขาอยากจะแสดงความเห็นในบ้านเมืองบ้าง จะไปโกรธเคืองเขาทำไม
“ไหนกลุ่มเสื้อแดงร้องบอกใครต่อใครว่าตัวเองเป็นพวกนิยมประชาธิปไตย นักประชาธิปไตยก็ต้องมีความอดทนที่จะฟังความคิดเห็นของคนอื่นที่แตกต่างไปจากตัวเองได้ ผมขอว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ควรที่จะไปรังควาญคนอื่น ” รองนายกฯความมั่นคง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแง่ของความมั่นคงได้เตรียมการดูแลอย่างไรบ้าง เพราะอาจเกิดการเผชิญหน้ากันได้ รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า ตนได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ทราบเรื่องแล้วให้เตรียมกำลังตำรวจปราบจลาจลเข้าไประวังเหตุ ไม่ให้มีเหตุใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผช.ผบ.ตร.ได้ไปประชุมร่วมกับตำรวจนครบาลและหน่วยต่างๆ พร้อมแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางศอ.รส.ได้ประเมินหรือไม่ว่าในวันที่ 3 เม.ย.นี้ จะรุนแรงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากเห็นความรุนแรงใด ๆ ซึ่งศอ.รส.ก็พยายามหาทางไม่ให้เกิดความรุนแรง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุมด้วย ถ้ารุนแรงผู้ชุมนุมก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งสิ่งที่พล.ต.อ.วรพงษ์ เสนอออกมาก็น่ากังวลใจ ที่บอกว่าตำรวจจะต้องไปดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมให้แข็งแรงยิ่งขึ้นเพราะเป็นห่วงกระบวนการที่ทำคู่ขนานกับการชุมนุมนั้น ในที่สุดก็จะมาเล่นงานพวกเดียวกัน เพื่อสร้างสถานการณ์แล้วไปขยายผล ซึ่งตรงนี้กลุ่มผู้ชุมนุมก็ต้องระมัดระวังด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว.ประเมินว่าในวันที่ 3 เม.ย. กลุ่มเสื้อแดงอาจจะมีการใช้ระมอเตอร์ไซด์ 5 พันคันในการสร้างสถานการณ์ และมีการยิงอาวุธหรือวัตถุระเบิดเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม รัฐบาลมีการเตรียมรับมือตรงนี้อย่างไร รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า ศอ.รส.ได้ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และได้ปรับกำลังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ทั้งบริเวณรอบเวที และในรัศมีครึ่งกิโลเมตรจากที่นั่น เพราะกลัวว่าจะมีการยิงกระสุนประเภทระยะไกลเข้าไป ซึ่งตำรวจทำงานอยู่กับผู้ชุมนุมมานาน เห็นหน้ากันทุกวันก็คงจะทำให้เข้าใจกันได้ว่าจะไม่เกิดการเข้าใจผิด เพราะทหารผู้ชุมนุมยังไม่ไว้ใจจึงให้ไปทำงานในส่วนอื่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า สื่อต่างประเทศประเมินว่าหากรัฐบาลมีความเข้มแข็งกว่าผู้ชุมนุม จนทำให้ผู้ชุมนุมสลายตัวไป อาจจะเกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองมากกว่าที่ผ่านมา รัฐบาลประเมินอย่างที่สื่อต่างชาติวิเคราะห์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า สื่อต่างชาติเขาคงไม่รู้เรื่องดีเท่าคนไทยเรา ตนไม่อยากให้เราไปมองอะไรในแง่ร้ายจนชีวิตขาดความสุข แต่ในฐานะทุกคนเป็นเจ้าของประเทศก็ต้องช่วยกันดูแล ไม่ใช่มาซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลง
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการเจรจารอบที่ 3 รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า ตนก็คิดในแง่ที่ดีว่าถ้าสามารถพูดคุยกันได้ ก็จะได้เริ่มกระบวนการตามขั้นตอนที่นายกฯได้บอกไว้ก็ดี ทุกฝ่ายก็จะได้เข้ามามีส่วนร่วมได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีปัญหาในเรื่องของเวลา ซึ่งกลุ่มนักวิชาการเสนอทางออกให้ลดลงมาเหลือ 3 เดือนจะเป็นไปได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็อาจจะมีเวลาที่ลดน้อยลงได้ แต่ก็คงไม่ใช่ 3 เดือนหรือ 6 เดือน อาจจะเป็น 20 วันก็ได้ ถ้าหากกระบวนการในสภาทำได้รวบรัด แต่ถ้าจะไปทำประชามติก็มีกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่า ต้องทำภายใน 120 วัน อย่างน้อย 90 วัน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจกันประเด็นต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้คงไปร่นระยะเวลาไม่ได้ และหลังจากนั้นจึงจะไปเริ่มกระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนต่อไป ตนจึงบอกว่าที่นายกฯกำหนดเวลาไว้ 9 เดือน ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว จะได้มีเวลาได้ทำใจกัน เพราะจะเห็นได้ชัดว่ามีบางฝ่ายที่เวลาผลเลือกตั้งออกมา ถ้าไม่ถูกใจตนเองก็ทนไม่ได้ ยอมรับไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องฝึกตนเองก่อน ตัวอย่างที่เราเห็นวันนี้ คือ ศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาจะแสดงความเห็นบ้าง ทางกลุ่มเสื้อแดงก็บอกไม่ได้ อย่างนี้แสดงว่ายังทำใจไม่ได้ แล้วจะไปเลือกตั้งได้อย่างไร ถ้ายังมีอารมณ์อย่างนี้อยู่ ดังนั้นต้องกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้าน คิดถึงหัวอกคนอื่น ๆ ในบ้านเมืองบ้าง เขาก็เป็นเจ้าของประเทศเหมือนกัน เขาก็มีสิทธิที่จะแสดงความเห็นห่วงใยบ้านเมืองได้เหมือนกัน ดังนั้น 9 เดือนนี้ถือว่าสั้นที่สุดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่จุดยืน 9 เดือนนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมมองว่าเป็นการท้าทายเขา ดังนั้นอาจจะมีการต่อสู้ให้รุนแรงขึ้นเพื่อท้าทายจุดนี้ รองนายกฯความมั่นคง กล่าวว่า ถ้าเขาต้อสู้รุนแรง ตนก็จับกุมดำเนินคดี “ ผมว่าไม่มีใครท้าทายเสื้อแดงหรอก มีแต่คนเสื้อแดงที่ออกมาท้าทายเขาทั่วไปหมด นี่ก็ประกาศว่าถ้าจุฬาฯ อยากพบหายนะก็จะไปทำให้ดู นี่คือพฤติกรรมที่ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาพวกผมประนีประนอม ผ่อนปรนให้ตลอด ไม่มีไปท้าทายหรอก ก็ขอให้ใช้สติตรึกตรอง ” รองนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ก็คว่ำไปแล้ว จะมาแก้อีกจะได้หรือ นายสุเทพ กล่าวว่า ครั้งนั้นไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์คว่ำ แต่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอจะแก้รัฐธรรมนูญเฉพาะ 2 มาตรา แต่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ามีมาตราหนึ่งที่เกี่ยวกับนักการเมืองโดยตรง จึงยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางนั้น แต่ที่นายกฯเสนอหลังจากตกลงจะยุบสภาใน 9 เดือนนั้น เป็นการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พิจารณาไว้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่นายกฯและนายสุเทพ เข้ามาทำงานในทำเนียบวันนี้ เป็นการส่งสัญญาณได้หรือไม่ ว่ารัฐบาลกำลังจะเข้ามาทำงานในทำเนียบได้ทั้งหมดแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งนายกฯก็กำชับตลอดให้หาทางให้ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ นายกฯเองก็อยากเข้ามาทำงานในทำเนียบฯหลายวันแล้ว ตนก็พยายามดูแลให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่อยากเห็นการเผชิญหน้าใด ๆ และขณะนี้ในส่วนของข้าราชการก็เริ่มทยอยกลับมาทำงานในทำเนียบแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้การประชุมครม.สัปดาห์หน้าที่กำหนดไว้ที่รัฐสภา ก็อาจจะกลับมาที่ทำเนียบเหมือนเดิมใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คงต้องดูก่อน ถ้าไม่มีอะไรก็อาจกลับมาประชุมครม.ที่ทำเนียบ



