
อ.จุฬาฯยื่นรายชื่อค้าน"มาร์ค"ยุบสภา
กลุ่มอ.จุฬาฯ หอบหมื่นรายชื่อหนุน"อภิสิทธิ์"ไม่ต้องยุบสภา ยัน การแสดงจุดยืนครั้งเป็นของภาคปชช.โดยแท้ ไม่มีใครยืนอยู่เบื้องหลัง ชี้ให้เสื้อแเดงหัดยอมรับความคิดเห็นคนอื่นบ้าง
(2เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เดินทางจากบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 มาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลรายงานว่าใน 08.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประมวล วีรุตมเสน ประธานเครือข่ายปัญญาสยามและคณะผู้แทนเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มจามจุรีรักชาติ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อมอบรายชื่อประชาชนผู้คัดค้านการยุบสภารวม 10,000 รายชื่อและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารงานของประเทศต่อไป พร้อมกับมอบยื่นหนังสือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและเรียกร้องไม่ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเห็นว่านายกรัฐมนตรีนำพาประเทศผ่านวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจ ตลอดปี 2552 จนกระทั่งเศรษฐกิจต้นปี 2553 เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน จึงขอให้กำลังใจและสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการต่อไปเพื่อประโยชน์ ของประเทศและประชาชน รวมถึงไม่ยุบสภาตามคำเรียกร้องอย่างไม่มีเหตุผลของผู้ชุมนุม
ศาสตราจารย์กิตติคุณ น.พ.ประมวล กล่าวกับนายกฯว่า จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาในขณะนี้ ทางเครือข่ายฯ มีความเห็นร่วมกันว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องยุบสภา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำการบริหารประเทศที่รักษาความถูกต้อง สุจริต ชอบธรรม และจะสามารถนำพาประเทศผ่านวิกฤตการเมืองไปได้ ซึ่งขอให้นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากพร้อมที่จะให้กำลัง ใจนายกรัฐมนตรี ในโอกาสนี้ทางเครือข่ายฯ ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนไทยที่ได้ลงรายชื่อคัดค้านการยุบสภาและให้กำลังใจ นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ต่อไป รวมกว่า 10,000 รายชื่อ มามอบให้นายกรัฐมนตรีด้วย
โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้รับมอบรายชื่อจากประธานเครือข่ายปัญญาสยาม พร้อมกล่าวขอขอบคุณเครือข่ายฯ ที่ได้รวบรวมรายชื่อให้กำลังใจและแสดงจุดยืนในวันนี้ ที่จริงแล้วตนมีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่ในวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้องให้ยุบสภา ซึ่งเรื่องการยุบสภาเป็นเรื่องปกติตามระบอบประชาธิปไตย
“ ผมได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนไปแล้วว่าการยุบสภาจะต้องเป็นไปอย่างถูกจังหวะเวลา และเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาต่อรองกันว่าจะอยู่กี่วัน กี่เดือน และผมได้ยื่นเงื่อนไขไปว่าถ้าจะยุบสภาก่อนครบวาระ ก็น่าจะมีประเด็นว่าเราจะมีความมั่นใจว่าการยุบสภาจะทำให้ลดปัญหาความขัด แย้งต่างๆ ลงได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มีกลุ่มคนที่รวมตัวกันโดยประกาศว่าจะต้องไปเผชิญหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าการคิดการปฏิบัติอย่างนี้ ไม่เอื้อต่อการที่จะให้บรรยากาศของบ้านเมืองเป็นบรรยากาศที่จะมีการเลือก ตั้งที่จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ในความเป็นจริงขณะนี้ตนถือว่าได้แสดงจุดยืนข้อเท็จจริงแล้วว่า ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมอยากจะทำให้บ้านเมืองสงบจริง จะต้องมานั่งคุยกันว่าเขาจะทำอะไร รัฐบาลจะทำอะไร และทุกฝ่ายจะต้องทำอะไร ซึ่งตัวเลข 9 เดือนเป็นเพียงการประมาณการว่าถ้าได้ทำกันอย่างจริงจัง ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งและนำไปสู่ความสงบได้ แต่ว่าตราบเท่าที่ยังไม่มีการตกลงในหลักการและปฏิบัติในเรื่องนี้ก็จะนับ หนึ่งไม่ได้ ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้คุยกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วว่า จะคุยกันต่อเมื่อทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมที่จะคุย และกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ไปดาวกระจาย เคลื่อนไหว ข่มขู่คุกคามใคร ซึ่งถ้าวันนี้ยังมีลักษณะของการพยายามไปเผชิญหน้าก็ต้องถือว่าใช้ไม่ได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นนี้ โดยหลักแล้วรัฐบาลก็อยากจะบังคับใช้กฎหมาย แต่ความยากลำบากมีอยู่ตรงที่ว่าจะมีเหตุแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ง่าย สมมติว่าหากเราพยายามบังคับใช้กฎหมายแล้ว เกิดมีการโยนระเบิดไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้อาจเกิดการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บในกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่ได้เป็นแกนนำใน การเคลื่อนไหว ก็จะมีการชี้มาที่รัฐบาลแล้วจะเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดความวุ่นวายได้ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่เชื่อ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะเชื่อ เพราะเราก็ได้เคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว เช่น กรณีคลิปเสียง หรือเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยในปีที่แล้ว ทั้งนี้ สังคมก็อยากให้รัฐบาลจัดการอย่างเด็ดขาด แต่ว่าต้องไม่ให้มีการบาดเจ็บ เสียชีวิต ซึ่งยาก เพราะจะเห็นว่ามีเหตุการณ์ที่ผู้ไม่หวังดีลอบโยนระเบิดอยู่ทุก ๆ วัน อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะดูแลความปลอดภัยของประชาชน และจะหน้าที่ให้ดีที่สุด
จากนั้นเวลา 08.45 น. นพ.ตุลย์ เป็นตัวแทนคณะอาจารย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า หลังที่นายกฯเปิดการเจรจากับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และมีการยื่นเงื่อนไขยุบสภา มีท่าทีที่นายกจะเห็นด้วยกับการยุบสภาในเวลา 9 เดือน ทั้งนี้มีโทรศัพท์เข้ามาหาตนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา ดังนั้นจึงมีการรวบรวมทางอินเตอร์เน็ต เริ่มแรก 5 คน จากนั้นก็มีการกระจายต่อ มีการตอบรับกลับมาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน โดยให้เหตุผลว่านายกฯสามารถบริหารได้อย่างดี และไม่มีเหตุผลที่ต้องยุบสภา เราก็รอว่าเมื่อไรฝ่ายค้านจะยื่นมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ตนอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมีส.ส.ให้ทำหน้าที่ในสภาเพื่อให้สภาเดินหน้าไ ปได้
เมื่อถามว่า การออกมาเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลครบวาระหรือ 9 เดือน น.พ.ตุลย์ กล่าวว่า แล้วแต่นายกฯ ซึ่งตอนที่ยื่นหนังสือได้มีการพูดคุยกันซึ่งนายกฯให้เหตุผลว่า 9 เดือนเป็นลำดับขั้นตอนคราวๆ แต่วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดคือหลังยุบสภาแล้วสามารถเลือกตั้งได้อย่างสงบเรียบร้อย บ้านเมืองดำเนินไปได้ จึงจะยุบสภาให้ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงบอกว่าจะไปเยี่ยมเยียน จึงทำให้จุฬาฯต้องปิดมหาวิทยาลัยเพื่อรักษาความปลอดภัย อันนี้คงไม่ใช่ลักษณะของประชาธิปไตย เราขอเรียกร้องว่าทางกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อได้ชุมนุมขอเปิดพื้นที่ เปิดโอกาสให้คนอื่นได้ใช้สิทธิของตัวเองบ้าง
เมื่อถามว่าการที่กลุ่มเสื้อแดงจะไปจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือเป็นการทำเกินขอบเขตของสิทธิหรือไม่ นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ตนคิดว่าหลายคนคงเห็นด้วยว่าการกระทำแบบนี้ถือเป็นการก้าวล่วงสิทธิซึ่ง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้มีการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า ราชดำเนิน การมีการเวียนไปในพื้นที่ต่างๆ รอบกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้ประชาชนเดือนร้อนทางจราจร การศึกษา และเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ตนขอเรียกร้องให้ใช้สิทธิตามสมควร ตระหนักสิทธิของผู้อื่นบ้าง
เมื่อถามว่านายกฯ เป็นห่วงการที่จะไปปิดล้อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง นพ.ตุลย์ กล่าวว่า นายกฯก็มีความสงสัยว่าทำไมต้องปิดจุฬาฯ เพราะคิดว่าอยู่ในพื้นที่จำกัดน่าจะดูแลในเรื่องความปลอดภัยง่ายกว่า ซึ่งคณะผู้บริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อมีการประกาศบนเวทีการชุมนุมถ้าเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บล้มตาย ทางมหาวิทยาลัยก็คงปล่อยให้เกิดเหตุแบบนั้นไม่ได้ ทั้งนี้นายกฯ ก็แสดงความเป็นห่วงและยืนยันว่าให้ทุกฝ่ายใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งนี้รัฐบาลมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมทุกฝ่าย
เมื่อถามว่าการชุมนุมวันนี้จะมีการขอกำลังตำรวจในการดูแลหรือไม่ น.พ.ตุลย์ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)และตำรวจได้มีการติดตามเรื่องนี้และมีการประสานงานฝ่ายจัดการ คิดว่าคงจะส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานและดูแลโดยรอบไม่ว่าจะเป็นระยะประชิดหรือระยะไกล
“ ทุกคนมีความเป็นห่วงกังวลว่าจะเกิดความไม่สงบและบาดเจ็บได้ แต่ทุกคนก็เห็นว่าเขามีความคับข้องใจเป็นอย่างมาก อยากจะให้ทางฝ่ายนปช. เห็นใจพวกเราบ้าง รับฟังพวกเราบ้างเหมือนที่เรารับฟังพวกท่านมาตลอด 3 สัปดาห์ไม่ว่าจะเรียกร้องอะไร เราก็รับทราบแล้วแต่ทางรัฐบาลจะติดสินใจอย่างไร แต่ในขณะเดียวกันการชุมนุมก็ต้องไม่รบกวนสิทธิในการเป็นอยู่ของคนทั้งประเทศ ขอให้คำนึงถึงว่าท่านเดือนร้อน คนอื่นก็เดือนร้อนด้วย ขอความกรุณาด้วย”นพ.ตุลย์ กล่าว
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่มีการปลุกระดมเรื่องสี นพ.ตุลย์ กล่าวว่า สีชมพูที่ผู้จัดเลือกไม่ใช่สีของจุฬาฯ ซึ่งสีนี้ไม่ใช้สีทางการเมือง เรียกร้องในเรื่องความเป็นอยู่ที่ถูกต้อง ทั้งนี้ให้ดูที่เนื้อหาว่าต้องถูกหรือไม่ เราเรียกร้องเรียก 3 ข้อ คือการจาบจ้วงสถาบัน ความเป็นอยู่ของคนในกรุงเพทฯซึ่งการชุมนุมไม่ว่าจะมาหรือน้อยแค่ไหนก็ต้องไม่กระทบสิทธิหรือรบกวนสิทธิผู้อื่น และเรื่องของการยุบสภา เมื่อฝ่ายหนึ่งเสนอให้ยุสภาได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็มีสิทธิ์เสนอให้ไม่ยุบสภาได้ ด้วยเหตุผลต่างกัน ทั้งนี้นายกฯเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ต้องรับฟัง
เมื่อถามว่าฝ่ายนปช.ตั้งข้องสังเกตว่ากลุ่มนี้มีคนอีกสีเสื้อหนึ่งร่วมอยู่ในกลุ่มด้วย นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องตั้งข้อสังเกตหรอก เพราะว่าตนและอีกหลายคนที่ไปร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯนั้นเราไม่ใช่กลุ่มพันธมิตรเดิม และที่ไปร่วมกับพันธมิตรฯเพราะเห็นว่าเนื้อหาการชุมนุมของเขาถูกต้อง และตอนนี้แกนนำพันธมิตรก็ไม่ได้ออกมาอยู่เบื้องหลังหรือทหาร-รัฐบาลเสนอมาให้ทำ เพราะอันนี้คือการเมืองภาคประชาชนโดยแท้
เมื่อถามว่าไม่กลัวว่าจะเป็นเครื่องมือของใครเพื่อให้เกิดการเผชิญหน้ากัน นพ.ตุลย์ กล่าวว่า เราก็เกรงอยู่เหมือนกัน ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงต้องการสิทธิของตนเองก็ต้องเคารพสิทธิของเราด้วยเมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นพ.ตุลย์ถือว่ามีเบื้องหลังไม่บริสุทธิ์หรือไม่ นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการเรียกร้องและไม่ได้ยาวนาน เพื่อเป็นการบอกต่อสาธารณะชนว่าเราอึดอัดคับข้องใจอย่างไร และยืนยันว่าไม่มีเบื้องหลังใดๆ เป็นการแสดงออกของสิทธิประชาชนแต่ละคนโดยบริสุทธิ์
“ ที่บอกว่าพันธมิตรไปชุมนุมที่สนามบินตอนนี้กำลังฟ้องศาลซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ ซึ่งเราก็พิจารณาว่าตอนนั้นเราไปอยู่ด้านหน้าสนามบิน ไม่มีการยึดทาวเวอร์ หอควบคุม ไม่มีการยึดรันเวย์ใดใดทั้งสิ้น ฉะนั้นถ้าจะปฏิบัติการต่อก็คงทำได้ แต่อย่างไรก็ตามเราจะไม่กล่าวเองว่าพันธมิตรผิดหรือถูกอันนี้เราจะให้ศาลเป็นผู้ตัดสินตามเนื้อหาหรือคำข้อกล่าวหา ”นพ.ตุลย์ กล่าว



