
สภาอุตฯชี้ยุบสภาใน2-3เดือนกระทบศก.แน่
"รก.ปธ.สภาอุตฯ"ชี้ยุบสภาภายใน 2 - 3 ด.นี้เศรษฐกิจประเทศได้รับผลกระทบแน่ แนะรบ-แกนนำนปช.ยึดหลักยืดหยุ่นประนีประนอมในการเจรจา คาดการชุมนุมลากยาวส่งผลกระทบจีดีพีแน่
(2เม.ย.) นายธนิต โสรัตน์ รักษาการรองประธานสภาอุตสาหกรรม กล่าวถึงการชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนของกลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มภาคองค์กรต่างๆ ต่อสถานการณ์ทางการเมือง ว่า ในการชุมนุมวันนี้ตนคงจะไม่เดินทางไปร่วมชุมนุมไม่ได้ เนื่องจากติดภาระกิจ แต่ก็ยังมีตัวแทนภาคอุตสาหกรรมคนอื่นๆ ที่ไม่ติดภาระกิจอะไรก็คงจะไปร่วมชุมนุมด้วยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามตนอยากจะชี้แจงว่า ในการผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมวันนี้จะหมายถึงการฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่อย่างใดเพียงแต่พวกเราต้องกทารแสดงความต้องการเห็นความสงบเกิดขึ้นภายในประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศได้รับความบอบช้ำมามากพอแล้ว
"ในอดีตที่ผ่านมาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอัตราการขยายตัวของประเทศปีหนึ่งมากถึง 9 - 10 % แต่ในวันนี้การขยายตัวของประเทศเราได้ล้าหลังประเทศในกลุ่มภูมิภาคเดียวกันแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ประเทศเวียดนามที่ปีนี้มีการคาดการณ์ว่าเวียดนามจะมีอัตราการขยายตัวมากถึง 7 - 8 % แต่สำหรับประเทศไทยเราผมคิดว่าไม่จะเกิน 4 - 4.5 % หากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น และผู้ชุมนุมได้ตัดสินใจยุติการชุมนุม แต่หากการชุมนุมมีความยืดเยื้อไม่จบลงง่ายๆ คิดว่าการเติบโตน่าจะไม่เกิน 3.5 - 4 % โดยภาคอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้นหากการชุมนุมมีความยืดเยื้อและลากยาวออกไป ผมบอกได้เลยว่าจะมีผลกรทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน " นายธนิต กล่าว
นายธนิต กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจของประเทศที่ตอนนี้ที่ดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติทางการเมืองในเวลานี้มากนัก คือ เราได้ภาคอุตสาหกรรมการส่งออกเป็นตัวค้ำช่วยเอาไว้ จึงทำให้มีคนตกงาน ซึ่งอย่าลืมว่าการเจริญเติบโตในลักษณะ เหมือนเป็นการไปเพิ่งพิงชาวบ้าน ดังนั้นหากในช่วงระหว่างเศรษฐกิจโลกมีผลกระทบเกิดขึ้น ประเทศไทยก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย และเงินงบประมาณไทยเข้มแข็งที่มีงบประมาณ 4 -5 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลนำออกมาใช้แก้ไขปัญหา ซึ่งจากที่ตนได้ไปคำนวนพบว่าเงินมีการนำไปใช้จริงๆ ได้เพียง 29 % หรือประมาณ 1 แสนกว่าล้านเท่านั้น ดังนั้นงบประมาณส่วนที่เหลือรนั้นจะต้องรอให้รัฐบาลออกพ.ร.บ. เพื่อนำเงินงบประมาณออกมาใช้ ดังนั้นช่วงหลังจากนี้ประมาณอีกสองสามเดือนข้างนี้ก็จะเป็นช่วงการพิจารณาเงินงบประมาณประจำปี ซึ่งหากในช่วงนี้มีปัญหา หรือรัฐบาลจะต้องยุบสภาในช่วงนี้ อาจะทำให้เกิดสุญญากาศซึ่งจะให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
พวกที่เดินทางมาร่วมชุมนุมหากมีการยุบสภาอย่างกระทันหันภายใน 2 - 3 เดือนนี้ ตนขอยืนยันว่าจะมีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ตนเห็นด้วยกับการถ่ายทอดสดในการเจรจาอย่างมาก เพราะจะไม่มีการบิดเบื้อนข้อเท็จจริง เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศเรามีปัญหาเรื่องข้อมูลข่าวสารอย่างมาก
"ผมอยากพูดแบบตรงไปตรงมา โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเราต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของประเทศเรามีความเปราะบางอย่างมาก ซึ่งเราต้องการรัฐบาลไหนก็ได้ แต่บังเอิญในช่วงนี้เป็นช่วงของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กำลังดูแลอยู่ จะต้องเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณของประเทศให้ออกมาให้ได้อย่างน้อย 4 - 5 แสนล้าน เพราะในวันนี้มีเงินที่ถุกนำออกมาใช้เพียงแสนกว่าล้าน ซึ่งตรงนี้จะต้องนำลงไปกระตุ้นในภาคชนบทตามโครงการต่างๆ และที่สำคัญในตอนนี้เรายังมีปัญหาเรื่องมาบตาพุดก็นยังไม่จบ และยังไม่รวมถึงปัญหาอีกหลายอย่างที่ยังคาราคาซังที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยกติกาต่างๆทางการเมืองที่ยังไม่มีมการแก้ไข ซึ่งหากมีการยุบสภาในตอนนี้เกิดขึ้น พอเลือกตั้งเสร็จหากมีคนสีอื่นออกมาอีกปัญหาต่างๆ ก็ไม่จบ " รักษาการรองประธานสภาอุตสาหกรรม กล่าว
นายธนิต กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้มีตัวแทนในภาคอุตสาหกรรมได้พูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยมีความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่ายุบสภาก็ได้ แต่ควรจะยืดเวลาออกไปประมาณถึงสิ้นปี ส่วนอีกฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรยุบสภา และอยากจะให้การเมืองนิ่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตในภาคเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามตนเห็นหากรัฐบาลประกาศยุบสภาอย่างกระทันหันภายใน 2 - 3 เดือนหลังจากนี้ ตนยยืนยันได้เลยว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน
"เพราะอย่าลืมว่าในเวลานี้ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหา และกติกาต่างของประเทศ ซึ่งหากมีการยุบสภาในตอนนี้ ก็จะเกิดสุญญากาศอย่างน้อย 4 - 5 เดือน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเศรษฐกิจกำลังอยู่ในขาขึ้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่หากเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในขาลงประเทศเราจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เรื่องนี้เหมือนกับอาการคนกำลังฟื้นไข้ แต่หมอที่ต้องมาดูแลรักษามั่วแต่มาทะเลาะกัน จนทำให้ไม่มีหมอมาดูแลคนไข้ ดังนั้นในช่วงนี้ก็ควรจะต้องหมอมาดูแลรักษา หรือจ่ายยาให้กับคนไข้เสียก่อน หลังจากนี้หมอจะไม่อยู่ก้ไม่เป็นไร เพราะยังมีนางพยาบาล หรือข้าราชการประจำที่ยังสามารถเข้ามาดูแลต่อได้ " นายธนิต กล่าว
นายธนิต ยังกล่าวถึงการตั้งโต๊ะเจรจาของรัฐบาลและตัวแทนผู้ชุมนุม ว่า ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ให้มีการถ่ายสดการเจรจาดังกล่าว เพราะจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร และแต่ละฝ่ายจะมาบิดเบื้อนข้อเท็จจริงไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นจุดด้อยของสังคมไทยในเวลานี้ อย่างไรก็ตามจุดหนึ่งเราจะต้องยอมรับว่าผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่มีจิตใจที่ต้องการออกมาร่วมแสดงออกทางการเมืองตามอุดมการณ์อย่างแท้จริง ซึ่งจุดนี้รัฐบาลจะต้องยอมรับ ในสถานการณ์ทางการเมืองเช่นในเวลานี้ เราจะต้องยอมรับว่ารัฐบาลจะต้องลากยาวจนจบวาระโดยยกหลักต่างๆเข้ามาคงจะยาก แต่การที่จะให้มีการยุบสภาในทันทีเลยก็ไม่ได้ ควรจะต้องมีการรยืดหยุ่น โดยให้รัฐบาลได้ทำการบ้านต่างๆ ให้เสร็จก่อน ซึ่งเรื่องนี้หากทั้งสองฝ่ายไม่มีกรรประนีประนอมกัน ก็ยากที่จะให้เรื่องจบและยุติโดยดี นอกจากนี้คนที่เข้ามาร่วมเจรจาเป็นตัวจริงในการเจรจาหรือไม่



