ข่าว

เกาะกระแส..จ่าเพียรฟีเวอร์!เด็กๆ ฝันอยากเป็น "ตำรวจ"

เกาะกระแส..จ่าเพียรฟีเวอร์!เด็กๆ ฝันอยากเป็น "ตำรวจ"

02 เม.ย. 2553

แม้ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จ.ยะลา หรืออีกหลากหลายฉายาที่ชาวบ้านรู้จักกันดี เช่น "จ่าเพียรขาเหล็ก" หรือ "นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด" จะล่วงลับจากโลกที่แสนจะวุ่นวาย และโหดร้ายทารุณไปแล้วเมื่อวันที่ 12 มีนาคม

แต่วีรกรรมอันห้าวหาญ และเสียสละเพื่อพิทักษ์ชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์มาตลอดชีวิตราชการกว่า 40 ปีของจ่าเพียรยังเป็นตำนานที่คนรุ่นหลังยังกล่าวขาน ชื่นชม ทั้งยังจุดประกายให้เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ๆ หรือกระทั่งเด็กเล็กๆ ในพื้นที่อยากก้าวเดินตามรอยของจ่าเพียรบ้าง

 เย็นวันหนึ่งที่สนามเด็กเล่นในสวนขวัญเมือง เขตเทศบาลเมืองยะลา คลาคล่ำไปด้วยเด็กๆ และผู้ปกครองที่หอบลูกจูงหลานมาเล่นออกกำลังกาย หรือปิกนิกคลายร้อน ทั้งความร้อนจากแสงแดดที่แผดกล้า และความร้อนจากสถานการณ์ในพื้นที่

 อิสกันดาร์ นาแว เด็กชายวัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนรังสีอนุสรณ์ อ.เมือ จ.ยะลา กำลังสนุกอยู่กับการปีนป่ายของเล่น และสมมติตัวเองว่าเป็น "ตำรวจ" กำลังวิ่งไล่จับผู้ร้ายตัวน้อยที่เป็นเด็กเล็กๆ วัยเดียวกันอย่างสนุกสนาน

 อิสกันดาร์ บอกว่า ที่สมมติตัวเองเป็นตำรวจ เพราะได้แรงบันดาลใจจากฮีโร่ของเขา คือ จ่าเพียร ซึ่งได้ยินข่าวจากโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ทุกวัน

 แม้ตอนนี้อิสกันดาร์จะยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็จำหน้าจ่าเพียรได้ และรู้ด้วยว่า จ่าเพียรเป็นพระเอก เป็นตำรวจที่จับผู้ร้ายเก่งมาก  

 เดิมอิสกันดาร์ฝันว่าโตขึ้นจะเป็น "ทหารอากาศ" แต่หลังการตายของจ่าเพียรที่มีแต่คนชื่นชมและยกให้เป็นฮีโร่ หนูน้อยอิสกันดาร์จึงตั้งใจจะเป็น "ตำรวจ" แทน เพราะอยากช่วยเหลือช่วยประชาชนเหมือนจ่าเพียร

  แต่ด้วยความเป็นเด็ก...อิสกันดาร์จึงบอกว่า "ถึงผมจะอยากเป็นตำรวจที่เก่ง แต่ก็ยังไม่อยากตายเหมือนจ่าเพียร"

 อับดุลรอแม นาแว พ่อของอิสกันดาร์ เล่าว่า ตั้งแต่จ่าเพียรเสียชีวิต วีรกรรมของจ่าเพียรก็ได้กลายมาเป็น "ต้นแบบ" ของลูกชาย ซึ่งมีความฝันและมุ่งมั่นที่จะเป็นตำรวจให้ได้

 ส่วนอับดุลรอแมเองก็จะสนับสนุนให้ลูกชายเป็นตำรวจ และที่สำคัญ คือการยึดถือคุณธรรมของจ่าเพียรเป็นแบบอย่าง

 เช่นเดียวกับคู่หู-คู่ซนอย่าง ด.ช.ซาฟีรีน สมาแห และ ด.ช.อิมรอน ยีดิน เด็กในวัยไล่เลี่ยกันที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเล่นยิงปืน และซ้อมเดินสวนสนามด้วยสีหน้าท่าทางขึงขังราวกับทหารตำรวจจริงๆ โดยมีภาพของฮีโร่ คือ จ่าเพียร เป็นแรงบันดาลใจชั้นยอด

 ขณะที่ นางแมะนะ เซะเตะ  และ นางฟูไซมะ ดีแม แม่ของซาฟีรีน และอิมรอน บอกว่า พวกเธอเสียใจต่อการจากไปของจ่าเพียร แต่ก็เชื่อว่าการเสียสละของยอดตำรวจนักสู้นายนี้จะไม่สูญเปล่าแน่นอน

 "จ่าเพียรเป็นแรงบันดาลใจให้คนหันมามองตัวเองว่า เราได้ทำงานเพื่อบ้านเมืองกันมากแค่ไหน ฉะนั้นถ้าลูกอยากเป็นตำรวจก็พร้อมจะสนับสนุน แม้จะทราบดีว่าการเป็นตำรวจต้องทำงานหนักและเสี่ยงต่อชีวิตก็ตาม"

 เธอทั้งสองพูดด้วยหัวอกความเป็นแม่ว่า ถึงจะเสี่ยงและอันตรายแค่ไหน แต่ก็ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาบ้านเมือง และสร้างตำรวจรุ่นใหม่ที่ดีๆ ให้แก่ประชาชน

 นายดาวุด อับดุลลาตีฟ บอกว่า แม้เขาจะไม่มีลูกชาย แต่ก็อยากได้ตำรวจเหมือนจ่าเพียรหลายๆ คน  ซึ่งขณะนี้เป็นสิ่งที่ดีมากที่ได้เห็นเด็กๆ อยากเป็นตำรวจที่ดี โดยมีจ่าเพียรเป็นแบบอย่างให้เดินตาม

 ส่วน นางพิมพ์ชนา ภูวพงษ์พิทักษ์ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของจ่าเพียร บอกเล่าถึงความรู้สึกในยามที่ต้องอยู่เพียงลำพังในวันนี้ว่า ตั้งแต่สามีจากไปรู้สึกเคว้งคว้างทำอะไรไม่ถูก เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบ 40 ปี เขาไม่เคยอยู่ห่างกาย คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ

  "แม้จะเสียใจต่อการจากไปของเขาที่ไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ ซึ่งหากจะปลอบใจตนเองก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณงามความดี ความเสียสละต่อหน้าที่ ยังคงเป็นแบบอย่างให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้"

 อย่างไรก็ตาม แม้จะสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป แต่ก็ยังโชคดีที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคอยให้กำลังใจสม่ำเสมอมิได้ขาด โดยเฉพาะ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา

 นอกจากนี้ครอบครัวของเธอยังได้รับความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อสามัญชนอย่างเช่นจ่าเพียร และครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
 ภรรยาจ่าเพียรยังเล่าถึงชีวิตในวันนี้ที่มีทั้งคนเห็นใจและพวกที่เข้ามาแบบให้ชวนแปลกใจด้วยว่า ทุกวันนี้นอกจากญาติมิตรที่รู้จักมักคุ้นกันในอดีตจะโทรมาพูดคุยให้กำลังใจตามปกติแล้ว

 บางคนที่ไม่เคยรู้จักยังโทรมาปรึกษาด้วยว่าอยากเป็นตำรวจ แต่สอบ 3 ครั้งแล้วไม่ติดอยากให้ฝากให้หน่อย ซึ่งเธอก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะไม่มีอำนาจขนาดนั้น จึงให้คำปรึกษาไปว่าต้องขยันอ่านหนังสือ ฟิตร่างกายดีๆ ถ้าไม่ล้มเลิกความมุ่งมั่นโอกาสคงเป็นของเราสักวัน

 ที่แปลกกว่านั้นคือบางคนโทรมาขอ "เถ้ากระดูก" ของจ่าเพียร บอกว่าจะนำไปเลี่ยมทองแขวนคอเป็นเครื่องรางของขลัง ซึ่งก็งงๆ เหมือนกันว่า ชีวิตของจ่าเพียร ตกลงจะให้จ่าเพียรเป็นต้นแบบของตำรวจรุ่นหลัง หรือจะให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแน่...


เรื่อง/ภาพ : จรูญ ทองนวล