
ราคาเหล็กจ่อขยับกลางปี800ดอลล์รับภาคก่อสร้างฟื้น
สถาบันเหล็กคาดกลางปีนี้เห็นราคาเหล็กขยับขึ้นที่ตันละ 700-800 ดอลลาร์ ชี้ไม่กระทบความต้องการใช้ในประเทศ 12.7 ล้านตัน หลังการก่อสร้างฟื้นตัวช่วยดันการใช้เหล็กภาพรวมพุ่ง
นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (สลท.) เปิดเผยว่า เดือนเมษายนนี้ราคาแร่เหล็กอาจจะปรับขึ้นอีกประมาณ 70-80% ตามความต้องการของเหมืองแร่เหล็ก แต่ผู้ผลิตเหล็กยังไม่ตกลง อย่างไรก็ตามการเจรจาราคาแร่เหล็กดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาเหล็กตลาดโลกปรับขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ โดยปัจจุบันราคาเหล็กรีดร้อนอยู่ที่ตันละ 600 ดอลลาร์ คาดว่าจะขึ้นไปที่ตันละ 700-800 ดอลลาร์ หรือขึ้นอีก 100-200 ดอลลาร์ แต่คงไม่สูงถึงตันละ 1,000 ดอลลาร์ เหมือนเมื่อปี 2551 ที่มีการเก็งกำไรกันมาก
"หากราคาเหล็กขยับขึ้นจะทำให้เหล็กในประเทศราคาแพงขึ้นด้วย แต่คงไม่กระทบต่อความต้องการใช้ปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 12.7 ล้านตัน เพราะเป็นสินค้าจำเป็น เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวส่งผลให้ความต้องการสูงขึ้นจากปีก่อนที่มีการใช้เหล็ก 10.7 ล้านตัน แต่มีสต็อกเก่าถึง 9 แสนตัน รวมการกักตุนทำให้ปีก่อนยอดใช้เหล็กอยู่ที่ 11.6 ล้านตัน" นายวิกรม กล่าวและว่า เดือนมกราคมมีการใช้เหล็กสำเร็จรูป 628,464 ตัน เพิ่มขึ้น 36.8% มีการนำเข้า 603,850 ตัน เพิ่มขึ้น 74.3% มูลค่า 19,756 ล้านบาท และส่งออก 113,301 ตัน เพิ่มขึ้น 20.6% มูลค่า 4,003 ล้านบาท โดยภาพรวมการบริโภคเหล็กอยู่ที่ 1.11 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 56.9% ใช้ในภาคก่อสร้าง 60% และภาคอุตสาหกรรม 40%



