
กลุ่มมุสลิมติดอาวุธรับบึ้มรัสเซียแก้แค้นเหตุสังหารหมู่ชาวเชชเนีย
มอสโก-กลุ่มมุสลิมติดอาวุธในรัสเซียออกมาอ้างว่าเป็นคนลงมือวินาศกรรมรถไฟใต้ดินในกรุงมอสโก
ไซต์ กลุ่มตรวจสอบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้าย และเว็บไซต์ของชาวเชเชนรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (1 เม.ย.) ว่ากลุ่มมุสลิมติดอาวุธจากภูมิภาคคอเคซัส ทางภาคเหนือของรัสเซียที่ชื่อว่า "เอมิเรต ออฟ เดอะ คอเคซัส" ออกแถลงการณ์เป็นวิดีโอ ประกาศอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดพลีชีพบนรถไฟใต้ดิน 2 แห่งในกรุงมอสโกเมื่อวันจันทร์ จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 39 คน แถมยังขู่ว่าจะก่อวินาศกรรมเพิ่มอีกด้วย
นายโดกู ยูมารอฟ ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้อ้างว่าการระเบิดรถไฟใต้ดินในเมืองหลวงของรัสเซียทำไปเพื่อแก้แค้นให้แก่การสังหารหมู่ชาวบ้านยากจนในเชชเนีย และอินกูเชเตียโดยผู้รุกรานชาวรัสเซียเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ระหว่างที่คนเหล่านั้นออกไปเก็บกระเทียมป่ามาเลี้ยงคนในครอบครัว
"สงครามจะมาถึงยังท้องถนนของพวกคุณ พวกคุณจะรู้สึกถึงมันได้ด้วยเลือดเนื้อของคุณเอง" ผู้นำกลุ่มเอมิเรต ออฟ เดอะ คอเคซัส กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าวิดีโอเทปอ้างความรับผิดชอบชิ้นนี้เป็นของจริงหรือไม่
ทั้งนี้รัสเซียเผชิญกับการลุกฮือของกลุ่มชาวมุสลิมในภูมิภาคคอเคซัสเหนือมาเป็นเวลานานแล้ว แต่การระเบิดรถไฟใต้ดินใจกลางกรุงมอสโกเมื่อวันจันทร์นี้ซึ่งถือเป็นการก่อวินาศกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 6 ปี ทำให้สั่นสะเทือนไปถึงแก่นจนผู้นำแดนหมีทั้งสองคน ได้แก่ ประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ และนายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้นำตัวจริง ถึงกับประกาศลั่นว่าจะถอนรากถอนโคนกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุให้สิ้นซาก
นอกจากนี้ ภายหลังจากเกิดเหตุระเบิดรถไฟในมอสโกได้เพียง 48 ชั่วโมง ก็เกิดระเบิดขึ้นอีก 2 ครั้ง ในสาธารณรัฐดาเกสถาน ภูมิภาคคอเคซัสเหนือเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้ตำรวจเสียชีวิตถึง 9 นาย ขณะที่ปูตินกล่าวว่าไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ทิ้งไปว่าอาจเป็นผลงานของกลุ่มเดียวกับที่ก่อวินาศกรรมในมอสโก
ด้านประธานาธิบดีเมดเวเดฟกล่าวว่าวัตถุประสงค์ของผู้ก่อการร้ายคือบ่อนทำลายเสถียรภาพในประเทศ ทำลายสังคม และต้องการหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวและตื่นตระหนกในหมู่ชาวรัสเซีย ซึ่งทางการจะไม่ยอมให้เกิดเช่นนั้นขึ้นเป็นอันขาด
ระเบิดลูกแรกของเมื่อวันพุธเกิดขึ้นเมื่อมือระเบิดพลีชีพคนหนึ่งถูกตำรวจเรียกให้จอดรถเพื่อตรวจค้นที่จุดตรวจในเมืองคีซลยาร์จึงตัดสินใจกดระเบิดฆ่าตัวตาย แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ และทำให้รถหลายคันในบริเวณใกล้เคียงไหม้เหลือแต่ซาก หลังจากนั้นอีกประมาณ 20 นาที มือระเบิดพลีชีพอีกคนที่สวมเครื่องแบบตำรวจก็เดินเข้าไปหาตำรวจซึ่งกำลังทำงานอยู่ในจุดเกิดเหตุระเบิดลูกแรก ก่อนจะจุดระเบิดฆ่าตัวตายทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 12 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจถึง 9 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 23 คน



