
อภิสิทธิ์เข้าทำเนียบฯเตรียมงานประชุมลุ่มน้ำโขง
กมธ.ศึกษาแก้วิกฤติน้ำโขงยื่นข้อเสนอ 9ประเด็นให้นายกฯ เร่งแก้ไขแม่น้ำโขงแห้ง จังหวัดทหารบกน่าน ออกบริการช่วยเหลือชาวบ้านในชนบท นำรถบรรทุกน้ำประปาออกแจกจ่ายในการบรรเทาทุกข์ แก่ราษฎรที่ประสบภัยแล้งขาดน้ำดื่มน้ำใช้ ในพื้นที่อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
(1เม.ย.) เมื่อเวลา 12.50 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังเดินทางออกจากรัฐสภา ปรากฏว่ามีกลุ่มตัวแทนจากสถานบันสมาคมราชประชาสมาสัย ใส่เสื้อสีชมพูกว่า 50 คน ยืนรอมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้ารัฐสภา นายอภิสิทธิ์ ได้ลงจากรถยนต์มารับดอกไม้ด้วยตัวเอง
จากนั้นขบวนรถของนายกฯ ซึ่งมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนากฯ ร่วมเดินทางด้วย ได้ใช้เส้นทางถนนราชวิถี ตัดเข้าถนนสวรรคโลก เลี้ยวขวาที่แยกยมราชมุ่งเข้าถนนพิษณุโลกและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนนครสวรรค์ เพื่อเข้าทำเนียบรัฐบาลด้านสะพานอรทัย โดยเลี้ยวเข้าทางประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประชุมเตรียมการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงที่ทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งประชุมเตรียมการเยือนเวียดนาม และประชุมเตรียมการเดินทางไปร่วมประชุมนิวเคลียร์โลก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะตรงกับช่วงสงกรานต์
การเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลของนายกฯ ถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีการประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเริ่มชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม โดยระหว่างนั้น นายอภิสิทธิ์ ต้องออกจากทำเนียบรัฐบาลไปทำงานที่ ศอ.รส.ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
กมธ.ศึกษาแก้วิกฤติน้ำโขงยื่นข้อเสนอ9ประเด็น
ที่รัฐสภา นายสุทัศน์ เงินหมื่น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาวิกฤติการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำสุด สภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯให้นายกรัฐมนตรี หลังได้มีมติเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา เห็นสมควรกำหนดท่าทีคณะกรรมาธิการฯเพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณา 9 ประเด็น ดังต่อไปนี้
1.ขอให้ขยายกรอบความร่วมมือโดยเชิญ สาธารณรัฐประชาชนจีนและสหภาพพม่าเข้าร่วมเป็นสมาชิก 2.ขอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกวิทยาระหว่างประเทศสมาชิกทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ 3.ขอให้สนับสนุนให้มีการบริหารจัดการคมนาคมทางน้ำร่วมกัน4.ขอให้ส่งเสริมการอนุรักษ์และป้องกันการกัดเซาะตลิ่งลำน้ำร่วมกัน 5.ขอให้ส่งเสริมและสนับสนุน อนุรักษ์ ฟื้นฟูอาชีพ ประเพณี วัฒนธรรม สังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในลุ่มน้ำโขงร่วมกัน
6.การสร้างเขื่อนในลำน้ำโขง ควรต้องได้รับฉันทามติของประเทศสมาชิกได้มีโอกาสรับทราบข้อมูลและพิจารณาร่วมกัน 8.ขอให้ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำโขงร่วมกันของประเทศสมาชิก รวมถึงความร่วมมือในการศึกษาและวางแผนในการทำงานร่วมกันและ9.ขอให้ส่งเสริมให้มีการศึกษาติดตามการแลกเปลี่ยนสภาพร่องน้ำของลำน้ำโขงเพื่อประโยชน์ในการคมนาคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์
ทหารนำน้ำช่วยชาวน่านประสบภัยแล้งขาดน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านนาล้อม หมู่ที่ 7 ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน พล.ต.ชีวัน โหละบุตร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน นำกำลังพลจากซึ่งประกอบด้วย จังหวัดทหารบกน่าน กองพันทหารม้าที่ 10 และกองพันทหารม้าที่ 15 รวมทั้งรถของ อบต.ต่างๆ ได้นำรถบรรทุกน้ำประปาออกหน่วยเคลื่อนที่แจกจ่ายน้ำ อุปโภคบริโภคแก่ราษฎร ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ 3 หมู่บ้านใน ต.น้ำแก่น และต.น้ำเกี๋ยน เช่น บ้านนาล้อมหมู่ 7 บ้านแก่นอุดร หมู่10 บ้านม่วงขวา หมู่ที่ 4 ที่ประสบความเดือดร้อน จากภัยแล้ง เนื่องจากฝนทิ้งช่วงและไม่มีทางน้ำเข้าในอ่าง ซึ่งขณะนี้น้ำในอ่างได้แห้งขอด ทำให้ราษฎรผู้ใช้น้ำกว่า 1,430 หลังคาเรือน ใน 3 หมู่บ้านขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภคและบริโภค
ทั้งนี้ จังหวัดทหารบกน่าน ได้สั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.ในพื้นที่ ได้ดำเนินการสำรวจ พื้นที่ประสบภัยแล้งและพื้นที่ขาดแคลนน้ำ รวมทั้งหาทางขุดลอกคูคลองในพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ ในการใช้บริโภคและอุปโภค ซึ่งอ่างกักเก็บน้ำบางแห่งตื้นเขิน และหาทางขุดลอกและขยายพื้นที่อ่างให้กว้างขวางขึ้น เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ก่อนฤดูฝนที่จะมาถึงนี้
โดยอ่างเก็บน้ำบางแห่ง ราษฎรหลาย หมู่บ้านของ 2 ตำบล ที่ได้ใช้ประโยชน์เริ่มแห้งขอด ที่ผ่านมาฝนฟ้าตกขาดช่วง ทำให้น้ำในลำห้วยและน้ำในอ่างกับเก็บน้ำแห้งขอดลง ซึ่งทางจังหวัดน่านได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจและดำเนินการช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบภัยแล้ง และเดือดร้อน จากการขาดแคลนน้ำ ในการไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร
ชาวบ้านผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าในหมู่บ้านแห้งแล้งหนักกว่าทุกปี ปกติในหมู่บ้านจะใช้น้ำจากประปาภูเขาที่กั้นจากลำห้วยเหนือหมู่บ้าน และบ่อบาดาล แต่ในขณะนี้ บ่อน้ำที่ขุดไว้ได้แห้งขอด จนเห็นผิวพื้นที่ตื้นเขิน แต่เนื่องจากปีนี้น้ำในลำห้วยดังกล่าวขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านจึงต้องนำแกลลอนหรือภาชนะใส่รถเข็นไปบรรทุกน้ำมาจากลำห้วยที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านหลายกิโลเมตรมาใช้แต่ก็แห้งไปในที่สุด ทำให้ในพื้นที่ขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมาก และส่งผลกระทบกับสัตว์เลี้ยง ไปด้วย ซึ่งในครั้งนี้ ทางราชการจากหน่วยทหารในพื้นที่ได้นำน้ำมาแจกจ่ายแก่ราษฎร ทำให้ราษฎรในพื้นที่ดีใจเป็นอย่างมาก ที่ทางราชการได้ช่วยเหลือ



