ข่าว

ส.ส.ห่วงทหารเข้ากรุงอาจกระทบชายแดน

ส.ส.ห่วงทหารเข้ากรุงอาจกระทบชายแดน

01 เม.ย. 2553

ส.ส.ห่วงทหารเข้ากรุงเทพฯหมด อาจกระทบความมั่นคงชายแดน ด้านส.ส.ปชป.โต้ประชาชนบางส่วนรู้สึกดีที่มีกองกำลังไม่ติดอาวุธดูแลกรุง

(1เม.ย.) เวลา 09.00 น.การประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมครบ 95 คน ประธานได้เปิดประชุม โดยร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ทวงถามกรณีได้เสนอญัตติเรื่องการใช้กำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรัฐสภา ตามที่ได้ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องเดียวกัน แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายก รัฐมนตรีด้านความมั่นคงได้ทำหนังสือถึงประธานสภาขอเลื่อนการตอบกระทู้แต่ไม่ได้กำหนดวันที่จะมาตอบ ทำให้ตนต้องใช้ข้อบังคับการประชุมแปลงกระทู้ถามสดเป็นญัตติ โดยสภายังไม่ได้พิจารณาญัตติดังกล่าว ดังนั้นญัตติจึงน่าจะค้างอยู่ในวาระ แต่เห็นใดเมื่อพิจารณาในระเบียบวาระการประชุมไม่ปรากฎญัตติที่ตนเสนอไว้

 ขณะที่นายสามารถ กล่าวว่า ในวันที่กล่าวถึงวาระการประชุมขณะนั้นเป็นวาระพิจารณากระทู้ถามสดที่ใช้องค์ประชุมเพียงหนึ่งในห้า จึงทำได้เพียงการถาม-ตอบกระทู้ถามสด เมื่อยังไม่เข้าวาระการประชุมปกติอีกทั้งองค์ประชุมในขณะนั้นก็ไม่ได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งสภา ดังนั้นญัตติที่ขอแปลงมาจากกระทู้จึงหายไป ร.ต.ท. เชาวรินทร์ กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นตนก็ยอมรับโดยดุษฎี โดยตนจะเสนอญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วนโดยจะเสนอเป็นรายลักษณ์อักษรต่อไป

 จากนั้นพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาในกรุงเทพฯจำนวนมาก โดยเฉพาะกำลังทหารบริเวณชายแดนด้านตะวันออก และกำลังทหารจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายภาคใต้ โดยรายงานล่าสุดจำนวนกำลังทหารบริเวณชายแดนเหลืออยู่น้อยมาก จนล่าสุดผู้นำทหารของกัมพูชาได้ออกมาระบุว่ากำลังทหารไทยบริเวณชายแดนเหลือน้อยเต็มที ตนเห็นว่าการใช้กำลังทหารดังกล่าวถือเป็นการใช้กำลังมากเกินกว่าความจำเป็น และอาจทำให้เกิดปัญหาในการักษาความมั่นคงบริเวณชายแดนและจุดสำคัญ จึงขอเรียกร้องให้นำกำลังทหารที่นำมารักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯ กลับคืนสู่กรมกอง

 ด้านนางดุษฎี ตามไทย ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความกังวลในการใช้กำลังทหารเข้ามารักษาความปลอดภัยในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในฯ แม้จะสร้างความกังวลให้ประชาชนบางส่วน แต่มีสิ่งที่สะท้อนมายังตนว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งที่เห็นว่าการมีกำลังทหารไม่ติดอาวุธรักษาความปลอดภัยอยู่เป็นสิ่งที่ทำให้คลายกังวล และมีความมั่นใจในความปลอดภัยของชีวิต ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสำหรับกำลังทหารที่ดูแลความปลอดภัยโดยไม่ติดอาวุธทั้งที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะเกิดเหตุอะไรหรือไม่ ตนเชื่อว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ทั้งหมดต้องการปกป้องระบบชของประเทศและทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความปลอดภัยของชีวิต เรามีความฝันอยากเห็นสังคมคืนสู่ความสันติแต่อาจมีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติตราบที่ไม่มีการใช้ความรุนแรง ส่วนที่มีความเห็นว่าในสมัยรัฐบาลก่อนไม่มีการใช้กำลังทหารมากขนาดนี้ ตนมองว่า เรื่องการดูแลความปลอดภัยของสังคมเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกัน