ข่าว

ศอ.รส.จัดตร.13กองร้อยป้องพื้นที่เฝ้าระวัง8โซน

ศอ.รส.จัดตร.13กองร้อยป้องพื้นที่เฝ้าระวัง8โซน

31 มี.ค. 2553

ศอ.รส.จัด ตร.13 กองร้อยป้องพื้นที่ล่อแหลม เฝ้าระวัง 8 โซนอันตราย ใช้ 120 นาย รปภ. ระดม 8 กองร้อย ป้องรัฐสภา โฆษก ทบ.เผย “มนตรี”โทรหา ยัน จปร.20 ไม่เอี่ยวบึ้มรายวัน ชี้ หากมีใครเอี่ยวการเมือง เป็นเรื่องบุคคล

 (31มี.ค.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุม ศอ.รส.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะรอง ผอ.ศอ.รส.ว่า จากการที่เคยเรียนสื่อว่า จะมีการวางกำลังในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ใกล้เคียงการชุมนุม โดยทหารปรับกำลังทหารไปอยู่วงนอกการชุมนุม ส่วนพื้นที่วงในเป็นหน้าที่ตำรวจ เพราะกังวลว่า จะมีผู้สร้างสถานการณ์ในพื้นที่ต่างๆ เพราะขณะนี้มีเหตุระเบิดในหลายพื้นที่

 ส่วนกรณีที่ตำรวจมีการระบุว่า จปร.20 อาจมีส่วนเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องการก่อเหตุนั้น พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ อดีตเสนาการทหารบก ได้โทรศัพท์มาหาตน และฝากตนเรียนสื่อว่า จปร.ทุกรุ่น ไม่ว่าเป็นรุ่นใดล้วนมีปณิธานแน่วแน่ว่า ทำงานเพื่อชาติ ไม่ว่า จะรับราชการอยู่หรือเกษียณไปแล้ว หากมีบุคคลใดในส่วนหนึ่งส่วนใดไปเกี่ยวข้องถือเป็นเรื่องบุคคลขออย่าให้นำรุ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ย้ำจุดยืนว่า จปร.ทุกรุ่นเหมือนกัน คือ ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วนที่เกี่ยวกับการเมืองไม่ใช่แนวทางของรุ่น ดังนั้นอย่าได้ผูกโยงเรื่องรุนแรงเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ข้าราชการทหาร ตำรวจ เราต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพราะหากข้าราชการเอนเอียงไปสีหนึ่งสีใดบ้านเมืองจะไปไม่รอด ซึ่งเป็นจุดยืนที่ชัดเจนทั้งคำพูดและการปฏิบัติ

 พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 3 กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ส่วนแนวทางวางกำลังพื้นที่วงในที่ติดกับผู้ชุมนุมนั้น บชน. มีการจัดวางกำลังรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ชุมนุม แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่หนึ่ง กองร้อยปราบจลาจล จัดวางกำลังตลอดแนวตั้งแต่สนามหลวง ถ.ราชดำเนิน จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อรักษาความปลอดภัย ให้ผู้ชุมนุม และบริเวณสถานที่ราชการ

 “ส่วนที่สอง เป็นกำลังฝ่ายสืบสวน จัดกำลังตามแนวตลอดสองข้างทาง และมีการวิเคราะห์พื้นที่บริเวณ ถ.ราชดำเนิน โดยเฉพาะบริเวณสะพานผ่านฟ้าที่มีการชุมนุม จึงมีการจัดวางกำลังสืบสวนเพื่อเฝ้าระวัง ซึ่งกำลังฝ่ายสืบสวนแบ่ง 8 โซน โซนละ 3 จุด จุดละ 5 นาย รวม 120 นาย ส่วนกองร้อยปราบจลาจลจะปฏิบัติ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมขยับเข้าไปในพื้นที่ล่อแหลม โดยใช้กำลังทั้งหมด 13 กองร้อย เฉพาะแนวถนนราชดำเนิน โดยรัฐสภามีกำลัง 8 กองร้อย นอกจากนี้ยังมีกองหนุนอีกส่วนหนึ่ง ส่วนกองหนุน ที่จะปฏิบัติหน้าที่ จะใช้ตามการประเมินตามสถานการณ์ด้านการข่าว ส่วนวันเสาร์ที่ 3 เม.ย.นี้ที่จะมีการชุมนุมใหญ่ก็จะต้องมีการเรียกกำลังเพิ่มเติม หากกลุ่มผู้ชุมนุมเหนื่อยก็จะปรับลดกำลังลงไป นอกจากนี้ยังมีการตั้งจุดสังเกตการณ์ต่างๆนอกเหนือพื้นที่ขั้นใน คือ จัดกำลังเจ้าหน้าในเครื่องแบบ เพื่อเสริมกำลังปฏิบัติตาม ถ.นครราชสีมา แยกวังแดง และลานพระบรมรูปทรงม้า รวมถึงทำเนียบรัฐบาล”พ.ต.อ.ปรีดา กล่าว