
เชือดเอ.พี.ฮอนด้าแข่งขันไม่เป็นธรรมส่งอัยการฟ้องคดีแรก-เอกชนยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
บอร์ดแข่งขันทางการค้าเห็นชอบส่งอัยการฟ้อง เอ.พี.ฮอนด้า ไม่เป็นธรรมทางการค้าได้เปรียบรายอื่น ถือเป็นรายแรกของการฟ้องร้อง ยันสอบสวนตามขั้นตอนหลักฐานกว่า 2 พันหน้า เผยมีโทษปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี ด้าน เอ.พี.ฮอนด้ายันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย มองเป็น
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด มีพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมทางการค้า จนกระทบต่อธุรกิจลักษณะเดียวกัน ให้อัยการดำเนินการตามกฎหมาย ฐานผิดตามมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ซึ่งอัยการจะดำเนินการอย่างไรต้องขึ้นกับดุลพินิจ โดยกรณีนี้ถือเป็นกรณีแรกที่มีการฟ้องเอาผิดตามกฎหมายแข่งขันทางการค้า
"เรื่องนี้มีการสอบสวนพิจารณาจากข้อเท็จจริง หลักฐานกว่า 2,000 หน้า ประชุมกันถึง 12 ครั้ง ซึ่งพบว่ามีการกระทำที่ไม่ใช่การแข่งขันที่เป็นธรรม จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจรายอื่นที่มีลักษณะแบบเดียวกัน โดยโทษของผู้ทำผิดคือ มีโทษปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำคุก" นายยรรยงกล่าวและว่า กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกำหนดส่งเรื่องให้อัยการเร็วๆ นี้
พ.ต.ท.มานะ ปลอดช่วย ในฐานะประธานอนุกรรมการสอบสวนกรณี เอ.พี.ฮอนด้า กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของอัยการและศาลที่จะส่งฟ้องดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ หากเห็นว่าข้อมูลไม่เพียงพอ ก็จะส่งกลับให้คณะกรรมการพิจารณาว่าจะดำเนินการฟ้องต่อหรือยกเลิก โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการเคยส่งอัยการฟ้องมาแล้ว แต่อัยการเห็นว่ายังทำไม่ถูกขั้นตอน ก็ส่งกลับมาให้ดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนตามกระบวนการและหลักฐาน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า จึงได้ส่งฟ้องอีกครั้ง
ด้านนายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีเก่าเกือบจะหมดอายุความแล้ว บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ขอยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย เป็นการค้าปกติ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ บริษัทเป็นบริษัทต้นๆ ที่ถูกบังคับใช้ ซึ่งมีหลายจุด ยังคงไม่ชัดเจนหรือความเห็นไม่ตรงกัน ผู้ปฏิบัติเองก็ยังไม่กระจ่าง ที่ผ่านมาบริษัทก็ได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไปคงจะเข้าสู่อัยการและศาล ซึ่งเบื้องต้นบริษัทก็จะใช้การชี้แจง ส่วนผลกระทบระยะสั้นนั้นไม่มีผลต่อยอดขาย
"เราคิดว่าเราสามารถชี้แจงได้ ในเรื่องของการผูกขาดเพราะว่าไม่มีใครสามารถไปบังคับดีลเลอร์ได้ เรายืนยันว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร" นายธีระพัฒน์กล่าว



