
ธปท.ชี้ยุบสภาอาจกระทบการใช้งบประมาณปี54
แต่ส่งผลดีต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค เพราะมีความชัดเจน ขณะที่เศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวต่อเนื่อง ด้านพาณิชย์มองหากการเมืองไม่รุนแรง จีดีพีขยายตัวได้ 4.5%
นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการยุบสภาในช่วงนี้จะมีผลกระทบในเชิงบวกหรือลบต่อเศรษฐกิจมากกว่ากัน เนื่องจากในด้านหนึ่งการยุบสภาจะกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐปี 2554 หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความล่าช้า ซึ่งการล่าช้า 1-2 เดือนคงไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าลากยาวกว่านั้นจะทำให้การใช้จ่ายภาครัฐมีข้อจำกัด ส่วนผลดีของการยุบสภาคือ เรื่องการใช้จ่ายของผู้บริโภคและความเชื่อมั่น เพราะเมื่อทุกอย่างชัดเจนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในปลายเดือนเมษายนนี้ จะมีการนำประเด็นเรื่องการเมืองเข้ามาประกอบการพิจารณาในที่ประชุมด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีการปรับตัวเลขประมาณการณ์การเติบโตของจีดีพีหรือไม่ โดยปัจจุบันถ้าดูเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศถือว่ามีทิศทางการฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจโลกนั้น ก็มีการฟื้นตัวที่ดีแต่ยังมีความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจยุโรปอยู่ ขณะที่การเมืองเองก็ยังต้องจับตาว่าจะเป็นไปในทิศทางใด
นายสุชาติ กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วยว่า ในส่วนของอุปสงค์จากต่างประเทศมีการขยายตัวได้ดี ทั้งการส่งออกและท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุปสงค์จากภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าภูมิภาคอื่น และการบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรกรและการจ้างงาน ส่วนการลงทุนขยายตัวต่อเนื่องสอดคล้องกับการผลิตและการใช้กำลังการผลิต ขณะที่ภาครัฐเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ยุคหลังวิกฤติ โดยเศรษฐกิจจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นโอกาสของไทย เพราะทศวรรษหน้าเศรษฐกิจโลกจะมีศูนย์กลางอยู่ที่เอเชีย หากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไม่รุนแรงเชื่อว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จะขยายตัวได้ 4.5% เชื่อว่าในอีก 10 ปีมีความเป็นไปได้ ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพและเอกชนมีส่วนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจและคู่ค้าต่างประเทศ ซึ่งบริษัทเดินเรือกังวลว่าช่วงที่ความต้องการสินค้าในตลาดโลกขยายตัวดี แต่ไทยมีปัญหาการเมืองก็สร้างความไม่มั่นใจแก่ผู้ประกอบการ ดังนั้นจึงหวังว่าปัญหาการเมืองจะคลี่คลายได้เร็ว และการยุบสภาไม่ควรสร้างประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะการยุบสภาทำให้งานหลายส่วนต้องล่าช้าออกไป



