
เขียนเรื่องพม่าดีกว่า
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีโอกาสไปฟังงานสัมมนาว่าด้วยเรื่องการเมืองปัจจุบันของพม่า เลยเอาเรื่องนี้มาเขียนดีกว่า
เรื่องน่าสนใจของพม่าตอนนี้ก็คือ การที่พม่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ แต่ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์มากมายหลายทาง
ท่ามกลางข่าวล่าสุดจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2553 ที่ว่า นายพลตัน ฉ่วย ผู้นำอาวุโสรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า วัย 77 ปี กล่าวสุนทรพจน์นาน 7 นาที ต่อหน้าทหารหาญมากกว่า 1.3 หมื่นนาย ระหว่างร่วมพิธีสวนสนามประจำปีของเหล่าทัพกลางกรุงเนปิดอว์เมื่อวันเสาร์ 27 มีนาคม ระบุชัดเจนว่าทหารต้องมีส่วนร่วมทางการเมืองในพม่าทุกเวลาถ้าจำเป็น พร้อมกล่าวถึง “ทัตมาดอว์” หรือบทบาทของกองทัพต่อการเมืองไม่ใช่แค่เพื่อปกป้องและป้องกันชาติเท่านั้น หากยังดำเนินการเพื่อประชาชนภายในชาติด้วย
นอกจากนี้แล้ว ออง ซาน ซูจี ก็ถูกกีดกันจากการเลือกตั้งที่จะถึงด้วย
ในงานสัมมนาวันนั้น มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งคือ มีนักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองพม่าชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ท่านให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในพม่านั้นจะเป็นการเลือกตั้งที่ Free (คือมีอิสระในการเลือกตั้ง) แต่จะ Fair (เสมอภาค/ยุติธรรม) หรือไม่นั้นเป็นคนละเรื่องกัน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ก่อนที่จะขยายความเพิ่มจะขออภิปรายเรื่องของการเลือกตั้งกับประชาธิปไตยสักหน่อย
ในแง่ที่ว่า การเลือกตั้งนั้นมีความสำคัญในการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ Free, Fair, Regular, และ Meaningful
กล่าวคือ การเลือกตั้งต้องมีเสรีภาพ (Free) คือจะต้องมีการจัดการกาบัตรและหย่อนบัตรที่ปราศจากการข่มขู่ มีการลงคะแนนลับ
การเลือกตั้งจะต้องสะท้อนความเสมอภาค เป็นธรรม และยุติธรรม (Fair) ก็คือ จะต้องปราศจากการข่มขู่ โดยเฉพาะหมายถึงการจัดการเลือกตั้งที่จะต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถหาเสียงได้ และไม่มีการข่มขู่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การจัดการบรรยากาศก่อนจะเข้าคูหาเลือกตั้ง
การเลือกตั้งจะต้องมีอย่างสม่ำเสมอ (Regular) หมายถึง จะต้องมีการจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไหร่ ไม่มีการรู้ล่วงหน้า หรือควรจะมีก็เลื่อนออกไป
สุดท้าย การเลือกตั้งจะต้องมีความหมายต่อคนที่เขามีสิทธิเลือกตั้ง (Meaningful) ในความหมายที่ว่า เขารู้สึกว่าการเลือกตั้งเป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิที่เขาจะเลือกตัวแทน เลือกนโยบาย หรือแม้จะรวมไปถึงการแสดงออกถึงมิติอื่นๆ เช่น เขาเลือกตั้งในฐานะเกลียดหน้าใครสักคน เลือกเพราะรูปหล่อ เลือกเพราะไม่อยากเลือกคนอื่น เลือกแบบไม่เลือก ฯลฯ
ในแง่นี้ข้อวิจารณ์เรื่องพม่า จึงเกี่ยวข้องกับการที่เขาบอกว่า ทหารคงไม่ไปยุ่มย่ามเรื่องการเลือกตั้งในคูหา แต่การจะจัดการเลือกตั้งให้มีคนได้เปรียบเสียเปรียบคงมีกันอยู่
ผมมาคิดต่อว่า เท่าที่ฟังเขาคุยกันแล้วมาจับกับหลักทางวิชาการที่กล่าวไปแล้ว ผมเห็นว่าการเลือกตั้งในพม่าเราก็ยังไม่รู้ว่าจะมีอย่างสม่ำเสมอไหม และมีความหมายอะไรกับประชาชนในประเทศเขาบ้าง
เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าการเลือกตั้งจะไม่มีความหมาย แต่น่าสนใจว่าเมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงๆ การเลือกตั้งในแบบที่เสรีแต่อาจไม่เสมอภาคมากนักนั้นจะมีนัยอะไรบ้าง เมื่อประชาชนก็คงจะมีสิทธิเข้าไปเลือกตั้งอยู่
ผมเขียนเรื่องพม่าจริงๆ นะครับ ไม่ได้เขียนเรื่องเมืองไทยเลยสักนิด ยกเว้นจะชี้ให้เห็นว่า การบริหารจัดการเลือกตั้งของเราดูจะพยายามทำเรื่อง free fair and regular แต่อาจจะไม่ค่อยสนใจเรื่องความหมายของการเลือกตั้งมากไปกว่ามองแค่ว่า ทุจริต หรือไม่ทุจริตเท่านั้น



