
ไทย-ลาวร่วมถกค้าชายแดนเห็นร่วมยกเว้นภาษี
ภาครัฐและเอกชนไทย-ลาวร่วมประชุมการค้าชายแดน และการท่องเที่ยว หวังยกระดับการค้าชายแดนสู่สากล เผยสองฝ่ายเห็นร่วมกันยกเว้นการเก็บภาษีสินค้าบางประเภท ขยายเวลาเปิดด่านสากล ขณะที่ฝ่ายลาวแนะเอกชนไทยลงทุนธุรกิจร้านอาหารและบริษัทนำเที่ยวขึ้น ชูงานประเพณีผีตาโขนที่
วันที่ 31 มี.ค.53 ที่ห้องประชุมเอราวัณ ฟอร์ร่าฮิลล์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.เลย นายอุดมศักดิ์ จรกิจ รองผู้ว่าราชการ จ.เลย พร้อมด้วย พ.อ.บุญยัง จันดาละสาน รองเข้าแขวงไชยะบูลี สปป.ลาว ร่วมเป็นประธานในการประชุมเพื่อสร้างสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง จ.เลย ของไทย กับแชวงไชยะบูลีและแขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มีหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า เอกชน ทั้งไทย- ลาว เข้าร่วมกว่า 100 คน
โดยในที่ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความร่วมมือทั้งความสัมพันธ์อันดี ด้านการค้าชายแดน การลงทุน การท่องเที่ยว ตลอดจนการร่วมส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจการค้าตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบแอคเมคส์ และการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้การค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตาให้เกิดรูปธรรมในทางปฏิบัติ
ทั้งนี้ในที่ประชุมได้สรุปความเห็นร่วมกัน โดยมีความเห็นผลักดันการค้าชายแดนสู่ระบบสากลแลกเปลี่ยนสินค้าไทย-ลาว มีแผนงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ยกเว้นการเก็บภาษีสินค้าบางประเภท ทั้งสองฝ่ายชี้แนะนักลงทุน เอกชน ประสานรัฐบาลเพื่อทราบ มีความเห็นร่วมถึงการขยายเวลาการเปิดด่านสากลชายแดนเป็น 08.00-20.00 น.ทั้งสองฝ่าย ร่วมผลักดันและรายงานไปยังรัฐบาลต่อไป
ในส่วนด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศเห็นร่วมกันว่าให้แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และงานประเพณี ร่วมเชื่อมโยงจากหลวงพระบาง สปป.ลาว-อ.ท่าลี่ จ.เลย สู่ภาคเหนือของไทย ตั้งโปรแกรมนักท่องเที่ยว 4 วัน 3 คืนและ 5 วัน 4 คืน เชิญนักลงทุนด้านนี้ไปลงที่ลาวอีกด้วย ขณะที่ฝ่ายลาวได้ขอให้ฝ่ายไทยไปลงทุนร้านอาหารและบริษัทนำเที่ยวขึ้นด้วยโดยให้งานผีตาโขนที่ อ.ด่านซ้าย ระหว่างวันที่ 12-14 มิ.ย.53 เป็นโครงการร่วมมืองานแรกของไทย-ลาว
นอกจากนี้ตัวแทนฝ่ายลาวได้มีความเห็นให้ให้ฝ่าย จ.เลย จัดประชุมทางวิชาการโดยเฉพาะผู้ค้า ลูกค้าบริการ
เปิดโอกาสให้ผู้ค้าผู้ประกอบการพบกันโดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค้าการผลิตทั้งสองฝั่ง
ด้านนายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ ประธานหอการค้า จ.เลย ได้เสนอว่าให้ทั้งสองฝ่ายให้คัดกรองผู้ค้า ผู้ประกอบการ และสินค้าแต่ละประเภทให้ดี เพื่อป้องกันการปลอมปนสินค้า และต้องมีการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จัดฝึกอบรมทางวิชาการแก่เกษตรกรผู้ทำฟาร์มเกษตรกรหัวก้าวหน้าทั่วไปร่วมกันด้วย พร้อมกับทำเรื่องไปยังรัฐบาลไทยเพื่อให้มีการตั้งธนาคารพาณิชย์ขึ้นที่ อ.เชียงคาน อ.ท่าลี่ และ อ.ปากชม เพื่อบริการในบริเวณชายแดน เพราะเชื่อว่าในปี 53 นี้มูลค่าการค้าชายแดนด้านจังหวัดเลย-สปป.ลาว จะเติบโตขึ้นสูงกว่าปีละ 3,000 ล้านบาทแน่นอน



