
ร้านอาหารไทยร้างยอดดิ่ง 50%
หัวเรื่องวันนี้ ไม่ใช่คำสาปแช่งจากผมนะครับ-ฮา เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่ผมชอบคำพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ของ เฮียเปลว สีเงิน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2552 โดยมีหัวข่าวรองว่า ญี่ปุ่น-อิตาลี กวาดลูกค้าเกลี้ยง จึงนำมาใช้ครับ
ผู้เปิดเผยถึงสถานการณ์ใกล้วินาศของร้านอาหารไทยก็มิใช่คนอื่นคนไกลครับ...นายกสมาคมภัตตาคารไทย ผู้มีนามว่า ปวรวรรณ กุลมงคล เธอบอกว่า จากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นต้นเหตุสำคัญ (โชคดีของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ถูกนำไปอ้างเหมือนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแขนงอื่นๆ-ฮา) ทำให้ยอดขายร้านอาหารและภัตตาคารปรับตัวลดลงเกือบ 30% และปีนี้มีแนวโน้มปรับลดลงถึง 50%
เธอบอกด้วยว่า ที่น่ากังวลที่สุดสำหรับร้านอาหารไทยคือ การเติบโตของร้านอาหารต่างชาติที่โตขึ้นปีละ 20% โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่น และ อิตาลี เนื่องจากคนไทยนิยมหันมาบริโภคอาหารของประเทศดังกล่าว
ซึ่งในข่าวเดียวกัน เขารายงานด้วยว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นได้รวมตัวตั้งเป็นองค์กรส่งเสริมร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย (เจอาร์โอ) ตั้งเป้าให้ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเติบโตให้ได้ 20% ในปีนี้จากที่มีอยู่แล้วประมาณ 1,000 แห่ง
ในขณะที่สมาคมภัตตาคารไทย มีสมาชิกแยกเป็นชมรมประมาณ 700 ชมรม ร้านอาหารไทยมีอยู่ประมาณ 3 แสนแห่ง มีมูลค่าตลาดรวม 3 แสนล้านบาทต่อปี มีมูลค่าการส่งออกธุรกิจร้านอาหารกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งผลกระทบดังกล่าว นายกสมาคมภัตตาคารไทยบอกว่าจะพาสมาชิกเข้าพบ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อให้ผลักดันและส่งเสริมอาหารไทยให้เป็นวาระแห่งชาติ (มั้ง-ฮา)
ในฐานะผู้บริโภคคนหนึ่ง อยากเรียนมายังนายกสมาคมภัตตาคารไทยและมวลชนสมาชิกร้านอาหารไทยทั้งหลายว่า อย่าถึงอย่างนั้นเลยครับ ปล่อยนายกรัฐมนตรีได้ทำงานใหญ่ๆ แก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติได้อย่างเต็มที่สักหน่อยได้ไหมครับ
เรื่องแค่นี้ ผมว่านายกสมาคมภัตตาคารไทย จับเข่าคุยกับบรรดาสมาชิก พูดคุยถึงปัญหาต่างๆ แล้วยื่นหนังสือขอรับการสนับสนุนจากผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็น่าจะได้เรื่องนะครับ แต่ตอนจะไปยื่นหนังสือน่ะ ตรวจสอบไปก่อนนะครับ ว่าท่านผู้ว่าการ ททท. ติดโรดโชว์อยู่ที่ต่างประเทศหรือเปล่า-ฮา
แต่ผมว่า หากบรรดาผู้ประกอบการร้านอาหารไทยจะยอมรับในความจริงว่า ที่ลูกค้าลดลงนั้น ไม่ได้มาจากปัญหาเศรษฐกิจหรอกนะครับ เพราะถ้าเป็นด้วยเหตุผลนั้น ร้านอาหารญี่ปุ่น-ร้านอาหารอิตาลี ก็คงอยู่ไม่ได้หรอกครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือ อาหารนี่เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่มนุษย์ขาดไม่ได้
ผมว่า นายกสมาคมภัตตาคารไทยต้องคุยกับบรรดาสมาชิกครับว่า อะไรกันแน่ที่เป็นสาเหตุให้ร้านอาหารส่วนใหญ่ใกล้เจ๊ง พิจารณาตั้งแต่สถานที่ตั้ง การให้บริการ ราคาอาหาร ไปจนถึงรสชาติของอาหารดูสักหน่อยปะไร ว่าบางอย่างอยู่ในขั้น “เกินไป” จนทำให้ลูกค้าเข็ดหรือเปล่า
สมาคมต้องเป็นเจ้าภาพ จัดหลักสูตรอบรมไล่ลงไปตั้งแต่ เจ้าของกิจการ พนักงานเสิร์ฟ พ่อครัว ไปจนถึงเด็กเฝ้ารถ ให้รู้จักวัฒนธรรมไทย มีกิริยามารยาทที่งดงาม อาหารต้องสะอาด ราคาต้องสมน้ำสมเนื้อ มีความจริงใจต่อลูกค้าคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
อยากรู้อะไรอีก ไปอ่านใน www.oknation.net/blog/tawanna เพิ่มเติมนะครับ มีผู้อ่านพูดถึงร้านอาหารไทยในบล็อกผมอยู่หลายท่าน นายกปวรวรรณ กุลมงคล จะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุดไงครับ



